
พ.ร.บ.กู้เงิน4ฉบับประกาศในราชกิจจาฯแล้ว
ราชกิจจานุเบกษาประกาศพ.ร.ก.กู้เงิน4ฉบับแล้ว หลังฝ่ายค้านจับตาส่อขัดรัฐธรรมนูญ
ราชกิจจานุเบกษาประกาศพ.ร.ก.กู้เงิน4ฉบับแล้ว หลังฝ่ายค้านจับตาส่อขัดรัฐธรรมนูญ
เมื่อเวลา 17.00น. เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา www.ratchakitcha.soc.go.th ได้เผยแพร่ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 4 ฉบับประกอบด้วย
1.พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555
2.พ.ร.ก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ. 2555
3.พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พ.ศ. 2555
4.พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555
สำหรับพระราชกำหนด4ฉบับดังกล่าวฝ่ายค้านมองว่า เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ และก่อนหน้านี้ได้มีการนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
ขณะที่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯใน พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ซึ่งอยู่ในส่วนของมาตรา 7 และ มาตรา 8 ของพ.ร.ก.มีดังนี้
มาตรา 7 ในระหว่างการชำระคืนต้นเงินกู้ตามมาตรา 4 (เงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน) ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) ในแต่ละปี ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยนำส่งเงินกำไรสุทธิที่ต้องนำส่งรัฐตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบ เข้าบัญชีตามาตรา5 (บัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯซึ่งจัดตั้งโดยพ.ร.ก.ฉบับนี้)
(2) ให้โอนสินทรัพย์คงเหลือในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีตามกฎหมายว่าด้วยเงินตราหลังจากการจ่ายเมื่อสิ้นปีเข้าบัญชีตามมาตรา 5 เฉพาะเพื่อชำระคืนต้นเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่สอง พ.ศ. 2545โดยไม่ต้องโอนเข้าบัญชีสำรองพิเศษ
(3) ให้โอนเงินหรือสินทรัพย์ของกองทุนเข้าบัญชีตามมาตรา 5 ตามจำนวนที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
นอกจากนี้ใน มาตรา 8 ของ พ.ร.ก. ยังระบุว่า ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจเรียกให้สถาบันการเงินนำส่งเงิน เป็นอัตราร้อยละต่อปีของยอดเงินฝากถัวเฉลี่ยของบัญชีที่ได้รับการคุ้มครองเงินฝากตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด แต่เมื่อรวมอัตราดังกล่าวกับอัตราที่กำหนดให้สถาบันการเงินนำส่งเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝากแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละหนึ่งต่อปีของยอดเงินฝากถัวเฉลี่ยของบัญชีที่ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก
เพื่อประโยชน์ในการชำระคืนต้นเงินกู้หรือดอกเบี้ยเงินกู้ให้พอเพียง ธนาคารแห่งประเทศไทย อาจเรียกให้สถาบันการเงินนำส่งเงินเพิ่มขึ้นจากที่กำหนดในวรรคหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด แต่เมื่อรวมกับเงินที่นำส่งตามวรรคหนึ่งแล้วต้องไม่เกินอัตราร้อยละหนึ่งของยอดเงินที่สถาบันการเงินได้รับจากประชาชน
***ดาวน์โหลพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555 ได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้***
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2555/A/010/15.PDF







