
สว.จี้รัฐบาลทบทวนนโยบายจำนำข้าว
สว.จี้ รัฐบาลทบทวนนโยบายจำนำข้าว เหตุพบช่องโหว่เอื้อกระบวนการทุจริต นำข้าวไม่มีคุณภาพมาสวมสิทธิ์
สว.จี้ รัฐบาลทบทวนนโยบายจำนำข้าว เหตุพบช่องโหว่เอื้อกระบวนการทุจริต นำข้าวไม่มีคุณภาพมาสวมสิทธิ์
ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีพล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา เป็นประธาน ได้พิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 เป็นวันที่สอง โดยเนื้อหาการอภิปรายยังเน้นการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลที่สร้างภาระงบประมาณให้กับประเทศในช่วงปัญหาเศรษฐกิจหลังจากปัญหาน้ำท่วมและเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนบางนโยบายเพื่อป้องกันภาระหนี้สินในอนาคต
พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี สว.สรรหา อภิปราย อยากให้รัฐบาลทบทวนโครงการรับจำนำข้าวเพราะตอนนี้พบว่ามีปัญหาทุจริตมากส่งผลให้รัฐต้องแบกรับภาระขาดทุนจำนวนมาก โดยมีการร้องเรียนว่าโรงสีบางแห่งเก็บข้าวเป็นจำนวนมากทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นโครงการการรับจำนำ ซึ่งพบว่ามีการรับซื้อข้าวเปลือกหอมจังหวัดเพื่อทำการกักตุนแล้วนำข้าวมาผสมหลังจากที่มีการรับจำนำ ส่วนข้าวหอมที่มีอยู่เดิมนำออกไปจำหน่ายก่อนเนื่องจากมีราคาส่วนต่างของโครงการอยู่เป็นจำนวนมาก
พล.ต.ท.ยุทธนา กล่าวว่า ความบกพร่องในการรับจำนำข้าว เพราะราคาข้าวที่รับจำนำแตกต่างกัน อาทิ ข้าวหอมมะลิตันละ 2 หมื่นบาท ข้าวหอมจังหวัดตันละ 1.8หมื่นบาท ข้าวหอมปทุม ตันละ 1.6หมื่นบาท ข้าวเปลือกเจ้าธรรมดาตันละ 1.5 หมื่นบาท ข้าวเหนียวตันละ 1.5หมื่นบาท โดยมีการรับซื้อข้าวหอมจังหวัดไปกักตุนไว้จำนวนมาก และนำไปผสมกันหลังรับจำนำแล้วเปลี่ยนเอาข้าวหอมมะลิออกไปจำหน่ายเป็นจำนวนมากเนื่องจากราคาข้าวที่แตกต่างกัน
"การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่สร้างความเสียหายหลายหมื่นล้านบาทต่อการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของทางรัฐบาล จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลหามาตรการในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อการใช้จ่ายเงินงบประมาณของแผ่นดิน" พล.ต.ท.ยุทธนา กล่าว
นายอนุรักษ์ นิยมเวช สว.สรรหา อภิปรายว่า อยากทราบว่าตัดเลขการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมใหญ่ทำได้เข้าเป้าหรือไม่ เพราะมีการตั้งงบขาดดุลถึง 4 แสนล้านบาท เป็นงบประจำสูงมากจะนำเข้าสู่ความสมดุลอย่างไร หากยังไม่แก้ไขงบประจำจะสูงอย่างนี้ตลอดไป ขณะที่งบลงทุนถือว่าน้อยมากมีแค่ 4 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เอาไปจัดไว้นอกงบประมาณคืองบเยียวยาอุทกภัย ไม่เข้าสู่การจัดทำงบปกติ ซึ่งเป็นเรื่องวินัยการคลังเรื่องการเงินกู้ด้วย ต้องขอคำชี้แจงจากรมว.คลังเพราะมีข่าว อดีตรมว.คลัง ของรัฐบาลก็ออกมาแสดงความเป็นห่วง
"อยากถามว่ารัฐบาลจะทำให้การกู้เงินเป็นวาระแห่งชาติหรือเปล่า มีแต่กู้ กู้ กู้ แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปชำระหนี้ รัฐบาลควรตั้งตาทำงานเพื่อหาเงินใช้หนี้เก่า วันนี้เรามีหนี้สะสม 4 ล้านล้านบาท แต่ใช้คืนได้เพียงปีละ 4 หมื่นกว่าล้าน ส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหมด" นายอนุรักษ์ กล่าว
นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย สว.ภูเก็ต ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา ได้อภิปรายตำหนิการจัดทำงบในส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า เป็นการจัดงบกระจุกตัวอยู่ไม่กี่จังหวัด ให้ซ้ำๆกับแหล่งท่องเที่ยวเดิมๆ แต่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญโดยเฉพาะฝั่งอันดามัน ซึ่งทำรายได้ให้ถึง 40-50 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ กลับได้รับน้อยมาก อย่าง จ.พังงา ไม่เคยได้รับเลย ส่วน ภูเก็ต 4 ปีได้รวมแค่ 8.3 ล้านบาท ขณะที่ จ.สุพรรณบุรี เฉพาะกรมการท่องเที่ยวกรมเดียวแต่ละปีได้ 237 ล้านบาท จ.พิจิตรได้ 100 กว่าล้านบาท จ.อุทัยได้ 95 ล้านบาท เฉพาะค่าปรับภูมิทัศน์ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีปีนี้ได้ 6 ล้านบาท บึงฉวากได้ปีละ 40-50 ล้านบาท ขณะที่ จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นเขตต่อกับบึงฉวากไม่ได้รับเลย นอกจากนี้ยังได้งบกรมพลศึกษา จ.สุพรรณได้ 73 ล้านบาท การจัดงบแบบนี้ไม่ได้กระจายลงแหล่งท่องเที่ยว ไม่ได้ดูฐานรายได้ คนมีอำนาจทำกันในห้องแอร์ ไม่ได้ลงพื้นที่จริง กระทรวงนี้กลายเป็นกระทรวงเกรดซี ทั้งที่ทำรายได้ให้ประเทศเป็นอับดับสอง







