
สุรินทร์แล้งหนักข้าวยืนต้นตาย
ชาวนาเมืองสุรินทร์เศร้าต้องปล่อยต้นข้าวยืนต้นแห้งตาย หลังแล้งมาเยือนเร็วกว่ากำหนด ส่งผลทำให้ลำน้ำมูลแห้งสนิท
ชาวนาเมืองสุรินทร์เศร้าต้องปล่อยต้นข้าวยืนต้นแห้งตาย หลังแล้งมาเยือนเร็วกว่ากำหนด ส่งผลทำให้ลำน้ำมูลแห้งสนิท
นางตัน ศาลางาม อยู่บ้านเลขที่ 2 ม. 13 บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ช่วงฤดูทำนาปีที่ผ่านมาชาวนาในพื้นที่ต.กระโพ ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำมูลเอ่อท่วม ส่งผลทำให้นาล่มเสียหายกันหมด หลังจากแม่น้ำมูลลดระดับลงพากันทำนาปรังแทนหวังชดเชยความเสียหายจากครั้งก่อน แต่ต้องผิดหวังซ้ำสองเนื่องจากนาล่มอีก เพราะน้ำมูลแห้งเร็วกว่าที่ควรจะเป็นทำให้ต้นข้าวเสียหายนับ 100 ไร่
"ชาวนาในพื้นที่ๆ ติดกับแม่น้ำมูลได้รับความเสียหายแทบจะปลูกข้าวไม่ได้ตลอดปี เนื่องจากถูกปริมาณน้ำจากแม่น้ำมูลเอ่อเข้าท่วมไร่นาเสียหายทุกปีมิหนำซ้ำ ในช่วงหน้าแล้งยังไม่สามารถปลูกนาปรังได้อีกเพราะแม่น้ำมูลแห้งเกินไป แตกต่างจากสมัยก่อนมาก ส่วนนาของตนปีที่แล้วในช่วงฤดูกาลทำนา ตนก็ปลูกข้าวประมาณ 10 ไร่ก็ถูกน้ำท่วม และยังไม่ได้เกี่ยวจนต้องปล่อยทิ้งไว้ตามยะถากรรมตามที่เห็นนี่แหละ" นางตัน กล่าว
ด้านนายเสรี นะเวรัมย์ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ข้าวนาปรังที่ปลูก ตั้งแต่วันที่ 1 - 19 ม.ค.2555 ทั้งเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน มีจำนวน 75,505 ไร่ และพืชไร่ต่างๆ จำนวน 12,408 ไร่ รวมทั้งสิ้น 87,914.25 ไร่
ทั้งนี้ สำหรับทำนาปรังของจังหวัดสุรินทร์ปลูกมากที่สุดในเขตพื้นที่อ.ชุมพลบุรี เกษตรกรทำนาปรังไปแล้วประมาณ 30,765 ไร่ พืชไร่และพืชผักรวม 246 ไร่ ซึ่งมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับปี 2554 สาเหตุเกิดจากเขื่อนยางบ้านตาหลุม เป็นเขื่อนยางที่มีอายุการใช้งานประมาณ 25 ปีมีสภาพเก่าเสื่อมสภาพชำรุดไม่สามารถกักเก็บน้ำได้







