
เฉลิมแนะผวจ.บูรณาการแก้ปัญหายาเสพติด
เฉลิม ประชุมป้องกันและปรามยาเสพติดกาญจนบุรี ชี้เป็นจุดพักยาเสพติด ให้ ผวจ.-ผบก.ฯ บูรณาการแก้ปัญหา
เฉลิม ประชุมป้องกันและปรามยาเสพติดกาญจนบุรี ชี้เป็นจุดพักยาเสพติด ให้ ผวจ.-ผบก.ฯ บูรณาการแก้ปัญหา
ที่โรงแรมราชศุภมิตร ถนนแสงชูโต ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศพส. เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดพื้นที่ภาคตะวันตก โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการ ปปส. พล.ต.ท.หาญพล นิตวิบูลย์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.โชต วีรเดชกำแหง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี และ นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผวจ.กาญจนบุรี พร้อมผวจ.และ ผบก. 8 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.ราชบุรี จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงคราม จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมประชุม ประมาณ 1,000 คน
จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ได้กล่าวเปิดการประชุมว่า ตนไม่ได้ตั้งใจมามอบนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติด แต่จะเป็นการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ซึ่งการแก้ไขปัญหาจะไม่สำเร็จหาก ผวจ.และ ผบก. ไม่บูรณาการร่วมกัน โดยตนจะนำเรียนเสนอนายกรัฐมนตรีด้วยว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ใช่วาระแห่งชาติเท่านั้น แต่ต้องเป็นวาระแห่งภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะต้องมีการประสานความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งพม่า ลาว กัมพูชา ในการวางแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกัน เนื่องจากพม่าเป็นแหล่งผลิต ดังนั้นจะต้องมาวางแนวทางร่วมกัน ไม่เช่นนั้นก็คงไม่สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปได้ ซึ่งเมื่อตนพูดเรื่องนี้ก็มีคนเตือนหลายคน แต่ตนพูดความจริง เพราะตนมีหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด ไม่ได้มีหน้าที่กระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งหน้าที่นี้เป็นของ รมว.ต่างประเทศ ฉะนั้นจึงต้องถามว่าวันนี้พม่าจะร่วมบูรณาการในเรื่องนี้กับเราหรือไม่ เพราะเป็นแหล่งผลิต อย่างไรก็ตาม หาก ผวจ.และ ผบก. พบปะกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และลงพื้นที่ไปพบกำนัน – ผู้ใหญ่บ้านบ่อยๆ ปัญหายาเสพติดจะลดน้อยไปมาก ถึงแม้ว่าจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางไม่ใช่เป็นแหล่งผลิต แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นสถานที่พักยาเสพติด
ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ขณะนี้มีรายงานว่ามีการนำเข้ายาเสพติดบริเวณช่องทางชายแดนด้าน อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และยังเป็นแหล่งพักยาเพื่อรอการส่งมอบของกลุ่มเครือข่ายจากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากมีพื้นที่ติดต่อ กทม. และปริมณฑล ยาเสพติดที่มีแนวโน้มระบาดสูงขึ้นคือ ยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี กระท่อม และผู้เสพส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชน ได้มีการยึดแนวทางแก้ไขปัญหา 6 แนวทางคือ 1.ปิดตะเข็บแนวชายแดน 2.สกัดสารตั้งต้น 3.ป้องกันปราบปรามไม่ให้มีการกระทำผิด 4.ป้องกันเด็กและเยาวชน 5.การบำบัดรักษา 6.ยึดหลักนิติรัฐและนิติธรรมในการปราบปรามลงโทษผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้มีอิทธิพล
โดย ร.ต.อ.เฉลิม ใช้เวลาในการประชุมร่วมกับข้าราชการและกำนันผู้ใหญ่บ้านประมาณ 1 ชม. จึงเดินทางกลับเข้าพักที่บ้านริมแคว ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี โดยมีข้าราชการตำรวจ ปกครอง ทยอยเดินทางไปยังบ้านพักของ ร.ต.อ.เฉลิม เพื่อเข้าพบเป็นการส่วนตัว







