posttoday
เลิกทำร้ายต้นไม้ข้างทางหลวงเสียที

เลิกทำร้ายต้นไม้ข้างทางหลวงเสียที

20 มกราคม 2555

ขับรถผ่านไปตามทางหลวงสายตะวันออกกรุงเทพฯ–จันทบุรี–ตราด

ขับรถผ่านไปตามทางหลวงสายตะวันออกกรุงเทพฯ–จันทบุรี–ตราด

โดย..หม่อมหลวงจารุพันธ์ ทองแถม

ขับรถผ่านไปตามทางหลวงสายตะวันออกกรุงเทพฯ–จันทบุรี–ตราด บริเวณเกาะกลางถนนส่วนใหญ่มีสภาพเป็นทางลดระดับคล้ายเส้นทางรับน้ำฝนซึ่งไหลไปลงจุดรับน้ำและระบายผ่านท่อลอดถนนออกทิ้ง เมื่อน้ำมากเกินไป บนพื้นที่ไหล่ถนนและทางรับน้ำดังกล่าว กรมทางหลวงฯ โดยแขวงการทางเขตวังอินวังจันทร์ จ.ระยอง มีการตัดต้นไม้ขนาดปานกลาง–ใหญ่ เช่น ตะแบกนา ประดู่ มะฮอกกานี อินทนิล สะเดา และอื่นๆ อีกบางชนิด

ไม่ได้จอดลงไปดูนานนักเพราะค่อนข้างจะอันตราย รถวิ่งไปมาด้วยความเร็วสูง แต่ที่น่าเศร้าใจและแปลกใจก็คือ ทางหลวงเขตนี้ตัดทอนต้นไม้ใหญ่ที่สวยงามดังกล่าวลงแบบทอนจนกุดคล้ายแท่งดินสอ ลิดกิ่งเล็กน้อยลงจนเกลี้ยงเกลา น่าแปลกใจว่าแรงงานมีมากมายล้นเหลือหรืออย่างไร? และตัดกุดแบบนี้ด้วยวัตถุประสงค์อะไร? เพราะเขตอื่นๆ คงปล่อยให้ต้นไม้ต่างๆ ยืนต้นมีทรงพุ่มสวยงาม ช่วยกำบังลมและแรงฝน อีกทั้งให้ร่มเงาแก่ริมทาง ทำให้อากาศสดชื่นและไม้ยืนต้นเหล่านั้นมิได้คุกคามเป็นอันตรายแก่ผู้สัญจรไปมาแต่อย่างใด

เลิกทำร้ายต้นไม้ข้างทางหลวงเสียที

 

เคยสอบถามไปยังกรมทางหลวงกรุงเทพฯ ได้รับคำตอบว่าเป็นเรื่องของวิศวกรทางหลวงซึ่งกลัวต้นไม้จะกิ่งฉีกหักโค่นลงมาทับรถที่วิ่งไปมาตามเส้นทางหลวง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็ควรที่จะละเว้นการปลูกต้นไม้ริมถนนหนทางเสียให้หมด รถราจะได้ซิ่งกันให้เต็มที่โดยปลอดภัย ไม่ต้องกลัวต้นไม้ใหญ่จะหักโค่นมาทับรถ วิธีการตัดแต่งต้นไม้นั้นมีวิธีการที่ถูก ซึ่งหากวิศวกรทางหลวงสงสัยอาจไต่ถามไปยังทางคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ติดต่อคณบดีได้โดยตรง) ที่เดือดร้อนเพราะวิศวกรทางหลวงตัดกุดต้นไม้ขนาดใหญ่–กลาง ลงหลายเส้นทางรวมทั้งสายกรุงเทพฯเพชรบูรณ์และสายเหนือก็เห็นได้แถบลำปาง การตัดกุดต้นไม้เหล่านั้นลงทำให้เส้นทางร้อนระอุด้วยแสงแดด ที่ไร้ร่มเงากำบัง และช่วยสร้างทัศนะอุจาดให้ปรากฏขึ้น จนแปลกใจว่า ช่วยทำลายความสวยงามตามธรรมชาติของเส้นทางหลวงลงอย่างย่อยยับเช่นนี้ได้อย่างไร?

ผู้เชี่ยวชาญด้านไม้ยืนต้นในสหรัฐเข้าไปช่วยดูแลต้นไม้ทั้งๆ ที่เป็นงานทางด้านเกษตรและพืชสวน และเสนอให้ผู้คนได้เห็นถึงศักยภาพของสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชในการใช้เป็นเครื่องมือควบคุมดูแลไม้ยืนต้น การใช้เลื่อยตัดแต่งต้นไม้ไม่ว่าจะเป็นเลื่อยยนต์หรือเลื่อยธรรมดานั้นล้วนมีจุดประสงค์เดียวกันคือลิดรอนการเจริญเติบโตของไม้ยืนต้นลงเพื่อให้พ้นแนวสายไฟฟ้า นับเป็นปฏิบัติการที่ยุ่งยากหมดเปลืองงบประมาณและสูญเสียแรงงานมากมาย การใช้สารเคมีมาทำหน้าที่แทนจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจและคุ้มค่ากว่ามาก ด้วยเหตุนี้องค์การไฟฟ้าทางหลวงของสหรัฐจึงอนุมัติงบประมาณสนับสนุนการวิจัยเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของไม้ยืนต้นหลังจากการตัดกิ่งและลำต้นให้พ้นแนวสายไฟฟ้าไปแล้ว หลังจากทดลองใช้สารเคมีเช่น ออกซิน เอ็นเอเอ (Naphthaleneacetic acid) มาแล้วแต่ไม่ได้ผลดีนัก นักวิจัยจึงได้ค้นพบสารเคมี แพคลอบูทราซอล (Paclobutrazol) ซึ่งมีชื่อการค้าในสหรัฐว่า Cambistat 2SC หรือ Profile 2SC ละลายในน้ำ สูตรการใช้สารเคมีตัวนี้ได้รับการรับรองโดย อีพีเอ (EPA) สำหรับการฉีดลงดินหรือราดลงที่โคน อัตราการใช้จำเพาะกับไม้บางชนิดโดยเฉพาะ และคำนวณได้โดยการวัดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น ปกติจะฉีดลงโดยใช้แรงดัน 150 ปอนด์ต่อตารางนิ้วในดินที่ระดับลึกประมาณ 6 นิ้ว ให้ใกล้ลำต้น

อิทธิพลของแพคคลอบูทราซอลเกิดขึ้นเพราะสารประกอบตัวนี้เข้าไปขัดขวางการสร้างฮอร์โมนที่ต้นไม้สร้างขึ้นคือ จิบเบอเรลลิน โดยมันเข้าไปยับยั้ง การสร้างเอนไซม์บางตัว จิบเบอเรลลินที่ถูกต้นไม้ผลิตขึ้นเอง มีหน้าที่กระตุ้นการยืดตัวของเซลล์ ซึ่งเมื่อการสร้างจิบเบอเรลลินถูกยับยั้ง แต่การแบ่งเซลล์ยังคงเกิดขึ้นอยู่ แต่เซลล์ใหม่จะไม่ยืดยาว ทำให้หน่อใหม่ที่เกิดมีจำนวนใบเท่าเดิม แต่มีข้อสั้นลงทำให้ต้นไม้แคระแกร็น นอกเหนือจากช่วยลดการสูญเสียน้ำจากใบในระยะการคายน้ำ ทำให้เป็นผลดีอีกอย่างของการใช้สารเคมีดังกล่าว

ผลพลอยได้อีกประการของการใช้แพคคลอบูทราซอลก็คือการมีผลให้ใบต้นไม้มีสีเขียวจัดขึ้น แสดงว่ามีคลอโรฟิลล์มากขึ้น ทั้งนี้เพราะเซลล์ในใบที่ใช้สารมีขนาดเล็กลง ความเข้มของคลอโรฟิลล์จึงมีมากขึ้นเมื่อปริมาตรของเซลล์ลดลง

นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบว่าการใช้สารแพคคลอบูทราซอล ยังช่วยลดการเกิดโรครา เช่น แอนแทรคโนส ทั้งนี้เพราะมันเข้าไปยับยั้งการผลิตสเตียรอยด์ในเชื้อรา ซึ่งสเตียรอยด์นี้มีความจำเป็นในองค์ประกอบของเมมเบรนหรือเยื่อบุต่างๆ ของเชื้อรา

หวังว่าข้อเขียนตอนนี้คงมีส่วนช่วยให้เราได้เห็นต้นไม้ริมทางหลวงในสภาพธรรมชาติที่สวยงาม ให้ร่มเงา ให้ออกซิเจน และเพิ่มความชุ่มชื้นแก่บรรยากาศ แต่อยู่ในขนาดที่ควบคุมได้อย่างปลอดภัยและประหยัดงบประมาณและแรงงานของรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้