posttoday
ขบวนแรงงานบีบนายกฯขึ้นค่าแรง 300 บาท

ขบวนแรงงานบีบนายกฯขึ้นค่าแรง 300 บาท

18 มกราคม 2555

ขบวนแรงงานบีบนายกฯขึ้นค่าแรงถ้วนหน้า 300 บาท ขู่ปลุกระดมลูกจ้างทั่วประเทศ อัดพท.ถ่มน้ำลายรดหน้า กลืนวาทะสองมาตรฐาน-ดีแต่พูด เล็งฟ้องศาลปกครอง

ขบวนแรงงานบีบนายกฯขึ้นค่าแรงถ้วนหน้า 300 บาท ขู่ปลุกระดมลูกจ้างทั่วประเทศ อัดพท.ถ่มน้ำลายรดหน้า กลืนวาทะสองมาตรฐาน-ดีแต่พูด เล็งฟ้องศาลปกครอง

นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เปิดเผยว่า เครือข่ายลูกจ้างแรงงานขอเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำ 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศทันที เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม และเป็นไปตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศที่กำหนดว่าค่าจ้างจะต้องเพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี โดยผลสำรวจของ คสรท.พบว่า ผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเฉลี่ยคนละ 561.79 บาท

นายชาลี กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ขึ้นค่าครองชีพให้แก่ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจไปแล้ว แต่กลับไม่ขึ้นค่าแรงให้กับผู้ใช้แรงงานอย่างเทียมเทียม สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมสองมาตรฐานของรัฐบาล ทำให้สังคมเกิดความเหลื่อมล้ำ สุดท้ายประชาชนผู้ใช้แรงงานจะต้องลุกขึ้นมาเรียงร้องทวงถาม

นอกจากนี้ คสรท.ขอคัดค้านมติคณะกรรมการไตรภาคีที่จะไม่ให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำภายในช่วง 2-3 ปีนี้หลังจากขึ้นค่าจ้างให้แล้ว 300 บาท โดยขอเรียกร้องให้รัฐบาลต้องปรับขึ้นค่าจ้างประจำปีทุกสถานประกอบการ เพื่อให้สอดคล้องตามสภาพเศรษฐกิจ อีกทั้งรัฐบาลจะต้องมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน เช่น ค่าน้ำมันและก๊าซ

“พฤติกรรมของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยแสดงเจตนาไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ให้สัญญาประชาคมไว้กับผู้ใช้แรงงานกว่า 37 ล้านเสียง จึงขอเตือนว่า การไม่รักษาสัจจะตามที่ได้หาเสียงไว้จะเป็นจุดเริ่มของความเสื่อมศรัทธาต่อพรรคเพื่อไทยเอง” ประธาน คสรท. กล่าว

นายชาลี กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่ปฏิบัตืตามข้อเรียกร้อง คสรท.จะรณรงค์เคลื่อนไหวร่วมกับเครือข่ายผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนในที่สุด นอกจากนี้ คสรท.จะหารือกับทีมทนายความเพื่อเตรียมข้อมูลในการฟ้องร้องต่อศาลปกครองต่อไป

นางบุญสม ทาวิจิตร ประธานกลุ่มสหภาพผู้ใช้แรงงานจังหวัดสระบุรีและใกล้เคียง กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลเริ่มมีมาตรการยกเลิกอุดหนุนเงินกองทุนพลังงาน 7-8 บาท จะส่งผลให้ราคาสินค้าปรับสูงขึ้น และกระทบต่อประชาชนผู้ใช้แรงงานโดยตรง

นางธนพร วิจันทร์ ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลมุ่งส่งเสริมภาคการส่งออกมากเกินไป หากเกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลให้โรงงานต่างๆ ต้องเลิกจ้างงานและปิดกิจการอย่างแน่นอน แต่หากรัฐบาลส่งเสริมให้เกิดกำลังซื้อภายในประเทศโดยการเพิ่มค่าแรงให้สูงขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้

“ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยพูดมาตลอดว่าจะไม่ทำให้สังคมเหลื่อมล้ำสองมาตรฐาน แต่พอได้เป็นรัฐบาลแล้วก็ต้องทำให้ได้ ไม่ใช่ดีแต่พูด” นางธนพร กล่าว

ทั้งนี้ หลังเกิดอุทกภัยปี 2554 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เลื่อนการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท จากเดิมวันที่ 1 ม.ค. เป็นวันที่ 1 เม.ย. โดยจะนำร่อง 7 จังหวัด และจะปรับให้ครบทุกจังหวัดภายในวันที่ 1 ม.ค.2556 จากนั้นจะไม่ขึ้นค่าจ้างให้อีกเป็นเวลา 2-3 ปี

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI