
พท.ชูวุฒิภาวะปูปรับครม.
"เพื่อไทย"ชูวุฒิภาวะ"นายกฯปู"พิจารณาปรับ ครม.ไม่เกี่ยวแม้ว-บ้านเลขที่111 ติง”มาร์ค”อย่าดิสเครดิตรัฐบาล ทำชาติเสียหาย
"เพื่อไทย"ชูวุฒิภาวะ"นายกฯปู"พิจารณาปรับ ครม.ไม่เกี่ยวแม้ว-บ้านเลขที่111 ติง”มาร์ค”อย่าดิสเครดิตรัฐบาล ทำชาติเสียหาย
เมื่อเวลา17.00น.ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่าที่ประชุมได้มีสมาชิกได้หารือกันสอบถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)โดยพรรคมองว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯหลังจากมีข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและสมาชิกบ้านเลขที่111และ 109 เสนอตัวบุคคล
"การปรับครม.ครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจโดยใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว เป็นการปรับเพื่อประโยชน์ของประชาชนมุ่งแก้ปัญหาให้ประชาชนเพื่อความเหมาะสม หลังบริหารมาได้ 4 เดือนการปรับ ครม.ทุกรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ไม่ใช่เพื่อตอบแทนกลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่มการเมืองอย่างแต่อย่างงใด ซึ่งการ ปรับ ครม.ของรัฐบาล ไม่แตกต่างจากสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐบาลก็มีการปรับ ครม.อยู่ตลอด"นายพร้อมพงศ์กล่าว
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯออกมาโจมตีรัฐบาลถึงปัญหากลุ่มก่อการร้ายที่เข้ามาในประเทศนั้น ตนเห็นว่า นายอภิสิทธิ์เองต้องระวังในเรื่องนี้เพราะการออกมาพูด อาจจะกระทบถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทย หากเป็นเช่นนั้นก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง อีกทั้งการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ก็มีการติดต่อประสานงานหน่วยงานต่างๆอยู่อย่างตลอด
"นายอภิสิทธิ์ในฐานะที่เคยเป็นผู้นำของประเทศ น่าจะมีการตักเตือนสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ว่าอย่าออกมาพูดดิสเครดิตรัฐบาล เพราะยิ่งกลับทำให้ประเทศเสียหาย อย่างไรก็ตามจากราคาของตลาดหลักทรัพย์ในวันนี้ที่มีการซื้อขายสูงขึ้นซึ่งการปรับ ครม.ครั้งนี้ น่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน"นายพร้อมพงศ์กล่าว
นอกจากนี้ ในการประชุมพรรค ได้มีการสอบถามความคืบหน้าของกองทุนพัฒนาเพื่อสตรี จังหวัดละ100ล้านบาท ตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศหาเสียงไว้เพื่อนำเงินในกองทุนไปพัฒนาการส่งเสริมรายได้ให้กับสตรีทั่วประเทศ โดยทางฝ่ายบริหารชี้แจงว่าจะมีความชัดเจนมีการวางโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ไม่เกินวันที่ 8 มีนาคมนี้
รวมทั้งได้มีการสอบถามนโยบายการจำนำข้าวและราคาของพืชผลการเกษตรตกต่ำโดยเฉพาะราคายางพาราในภาคใต้ ภาคเหนือและภาคอีสานซึ่งจะมีการรวมตัวเกษตรกรเพื่อมาเรียกร้องเสนอต่อรัฐบาลนั้น ทาง ส.ส.ได้มีความกังวลโดยเสนอให้รัฐมนตรีช่วยชี้แจงให้ประชาชนถึงการกระตุ้นราคาให้สูงขึ้นด้วย







