
เปิดคำฟ้อง ปชป. ระงับเยียวยาเสื้อแดงม็อบแดง
การออกมติดังกล่าวนั้นเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
การออกมติดังกล่าวนั้นเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
เป็นการเยียวยากลุ่มบุคคลที่ยังไม่พิสูจน์ว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมกระทำผิดกฎหมาย หรือเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ตามความหมายของมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว และในขณะเดียวกันมีบุคคลที่เข้าข่ายเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางการเมืองซึ่งมิได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้รับการเยียวยาอีกหลายกรณี
โดยการชดเชยเยียวยาครอบคลุมเฉพาะในส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในเหตุการณ์ นับแต่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เหตุรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 เหตุการณ์กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมขับไล่รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดง ทั้งปี 2552 มาจนถึงเหตุความรุนแรงในเดือน เม.ย.พ.ค. 2553 เท่านั้น
แต่ไม่รวมถึงการชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์อื่นๆ อีกหลายกรณี อาทิ ผู้เสียชีวิตจาก กรณีตากใบหรือกรือเซะ ความรุนแรงใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งกรณีของราษฎรและทหารผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บที่ยังได้รับค่าชดเชยเยียวยาน้อยกว่าเป็นจำนวนมาก และผู้เสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในอดีตช่วงปี 2535 2516 และ 2519 ที่ยังคงเรียกร้องอยู่จนถึงปัจจุบัน อันถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงในความรับผิดชอบของรัฐบาลทั้งสิ้น และรัฐบาลต้องมีหน้าที่เยียวยาความเสียหายดังกล่าวอย่างเท่าเทียมกัน แต่ก็หาได้ทำไม่
นอกจากนี้ หลักเกณฑ์ในการเยียวยาความเสียหายตามมติคณะรัฐมนตรีในข้างต้น ยังรวมถึงกรณีผู้ที่ต้องหาคดีหรือต้องความผิดอาญาตามกฎหมายจากการกระทำในเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองครั้งนี้ ทั้งในกรณี วางเพลิงเผาทรัพย์ มีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง ทำร้ายเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฯลฯ
รวมถึงผู้เสียชีวิตจากการประกอบระเบิดและระเบิดใส่ตัวเองที่สมานเมตตาแมนชั่นไว้ด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการชุมนุมที่ราชประสงค์ รัฐบาลในขณะนั้นได้ประกาศให้บังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และผู้ชุมนุมเคยดำเนินการฟ้องศาลแพ่งให้เพิกถอนการประกาศพระราชกำหนดฯ แล้ว แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง การชุมนุมต่อมาภายหลังจึงถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และถือเป็นผู้กระทำความผิด ซึ่งหากจะให้ได้รับการเยียวยาก็ควรให้มีการอภัยโทษหรือนิรโทษกรรมเสียก่อน
มิฉะนั้นมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว จะทำให้แม้ผู้กระทำผิดตามกฎหมาย มีส่วนก่อให้เกิดความรุนแรง และสร้างความเสียหายแก่สังคมอันควรจะได้รับการลงโทษกลับมีสิทธิจะได้รับค่าชดเชยจากหลักเกณฑ์ในมติคณะรัฐมนตรีฉบับนี้ และถือเป็นการนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้อย่างไม่เหมาะสม ขาดความยุติธรรม เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ และขัดต่อหลักนิติธรรมอย่างยิ่ง
มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว จึงเป็นการเลือกที่จะเยียวยาความเสียหายเฉพาะกลุ่มคนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในช่วงเหตุการณ์ตั้งแต่ปลายปี 2548 เป็นต้นมาเท่านั้น แม้จะมีการระบุให้มีการชดเชยผู้ได้รับความเสียหายทุกกลุ่มไว้ก็ตาม แต่ผู้ได้รับผลประโยชน์จากการเยียวยาส่วนใหญ่ปรากฏเป็นที่ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยแทบทั้งสิ้น ทำให้มติคณะรัฐมนตรีมีความเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนพวกเดียวกัน
ยิ่งไปกว่านั้น มติคณะรัฐมนตรียังมิได้ครอบคลุมถึงกรณีผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในอดีตอีกหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงเช่นกัน อันถือเป็นการปฏิบัติต่อกลุ่มผู้เสียหายจากเหตุการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน แต่มีหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติต่างกัน ก่อให้เกิดความอยุติธรรมในสังคม ขัดต่อหลักความเสมอภาค
นอกจากนี้ การออกมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวยังถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐที่ทำลายหลักนิติธรรมอีกเช่นกัน จึงถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เพราะมีอีกหลายกรณีที่เกิดความเสียหายอันอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐ และหลายกรณีเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองเช่นกัน แต่ไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับการเยียวยา
คำขอของผู้ฟ้องคดี
1.ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งสั่งเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวให้สิ้นผลไป
2.ขอให้ศาลพิพากษาหรือสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีมีมติกำหนดกฎเกณฑ์ในการเยียวยาความเสียหายให้กับผู้ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งต่างๆ อย่างเท่าเทียมกันจากข้อเท็จจริงในแต่ละกรณีอย่างเป็นธรรม โดยไม่รวมถึงกรณีผู้กระทำความผิดตามกฎหมายในเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น







