
เชื่อมั่นปี’55ส่อดีธ.ค.ขึ้นใน5เดือน
หอการค้าไทย คาดเชื่อมั่นผู้บริโภคปี 2555 ฟื้น จากงบกระตุ้นรัฐและเอกชน 11.5 ล้านล้านบาท เศรษฐกิจโต 57%
หอการค้าไทย คาดเชื่อมั่นผู้บริโภคปี 2555 ฟื้น จากงบกระตุ้นรัฐและเอกชน 11.5 ล้านล้านบาท เศรษฐกิจโต 57%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐ กิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2555 ว่า จากผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน ธ.ค. 2554 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นจากน้ำท่วมคลี่คลาย พร้อมบรรยากาศเศรษฐกิจโลกดีขึ้น เพราะปลายปีที่ผ่านมาประเทศในแถบยุโรปมีการรวมตัวกันระหว่างผู้นำ เพื่อร่วมมือกันในการดูแลงบประมาณทางด้านการคลังให้ขาดดุลน้อยลง ซึ่งเยอรมนีกับฝรั่งเศสพร้อมเข้ามาเยียวยาปัญหานี้ด้วย รวมถึงสหรัฐมีจำนวนคนตกงานน้อยลงและคาดว่าจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยอีก
ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ธ.ค. รัฐบาลมีมาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมเยอะขึ้น เช่น การดูแลเรื่องการประกัน ให้มีการจ่ายสินไหมทดแทนค่อนข้างเร็ว ขณะเดียวกันการปล่อยสินเชื่อจากระบบสถาบันการเงินให้ธุรกิจเข้ามาขอสินเชื่อ ในการฟื้นฟู และกระบวนการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมต่างๆอย่างรวดเร็วพร้อมกับการเติมเต็มรายได้ของประชาชนอย่างเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท หรือ เงินเดือนข้าราชการ บวกกับบรรยากาศการจับจ่ายที่ถูกอั้นมานานเมื่อเจอเทศกาลปีใหม่ประชาชนจึงพร้อมที่จะเที่ยวและใช้จ่าย ดังนั้นดัชนีจึงปรับตัวค่อนข้างเร็วและสูงพอสมควร
อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงไม่พร้อมที่จะจับจ่ายซื้อรถยนต์ใหม่ บ้านหลังใหม่ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน คาดว่าการใช้จ่ายไตรมาสแรกจะยังชะลอตัวอยู่ ทั้งนี้ยังคงเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจในยุโรปโดยเฉพาะประเทศอิตาลีและกรีซ ที่อาจจะประกาศพักชำระหนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จึงทำให้สถานการณ์ของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยเสี่ยงด้านปัญหาในเศรษฐกิจของยุโรปที่อาจฉุดเศรษฐกิจไทยให้มีการขยายตัวติดลบได้ มีผลต่อตลาดเงินตลาดทุนเพราะคนระวังในการจับจ่ายใช้สอย
ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นในไตรมาส 23 อาจจะฟื้นตัวเร็ว เนื่องจากงบกระตุ้นทางเศรษฐกิจของภาครัฐและเอกชน ได้แก่ การปล่อยเงินกู้ของธนาคารแห่งประเทศไทยให้ธนาคารพาณิชย์โดยจัดเตรียมวงเงินกู้ราว 3 แสนล้านบาท คาดหากมีการปล่อยวงเงินกู้ในช่วงไตรมาสแรกจะมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 1.52 แสนล้านบาท วงเงินสินเชื่อที่รัฐบาลเตรียมไว้อีก 3 แสนล้านบาท จำนวนเงินงบประมาณในการเยียวยาดูแลน้ำท่วม 1.2 แสนล้านบาท งบประมาณขาดดุล 4 แสนล้านบาท วงเงินจาก พรก.กู้ยืมเงินเพื่อการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ยังมีวงเงินจาก พรก.ทุนประกัน อีก 5 หมื่นล้านบาท วงเงินสินไหมทดแทนที่บริษัทประกันจะจ่ายให้กับธุรกิจต่างๆ ในความเสียหาย 3 แสนล้านบาท ซึ่งกรมการประกันภัย ต้องการให้จ่ายภายใน 6 เดือนก่อน 75% ค่าแรงขั้นต่ำที่จะขึ้น ในเดือน เม.ย.300 บาท จะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจราว 58 หมื่นล้านบาทจากอำนาจการซื้อของประชาชนทั้งปี ซึ่งเบ็ดเสร็จแล้วจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างน้อย 11.5 ล้านล้านบาท และหากรัฐบาลสามารถบริหารเม็ดเงินจำนวนนี้ให้มีประสิทธิภาพได้ ภายใต้กรอบ 1 ปี เชื่อว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยจะเติบโตได้ 57 % ในปี 2555
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สรุปผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค. 2554 จากตัวอย่าง 2,242 ทั่วประเทศว่า เดือน ธ.ค.ดีขึ้นในรอบ 5 เดือนอยู่ที่ 63.1 แต่ยังต่ำ 100 แสดงว่า บ 61.0 ในเดือน พ.ย. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 63.1 ในเดือน ธ.ค. แต่เนื่องจากดัชนียังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 100 แสดงว่าผู้บริโภคยังขาดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะปัญหาหนี้สาธารณะยุโรป ยังคงส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยทั้งปัจจุบันและในอนาคต
นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐฏิจในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2554 ยังทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ในระดับต่ำและปรับตัวสู่ขาลงโดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง หากภาวะเศรษฐกิจได้รับผลกระทบที่รุนแรงจากน้ำท่วมและรัฐบาลไม่สามารถเร่งรัดฟื้นฟูให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นได้ภายใน 36 เดือน.







