
อุทาหรณ์คุก 5 พันปี
ขอนำคดีโกงที่ฮือฮารับปีเสือมานำเสนอ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำพิพากษาคดีแชร์ก๋วยเตี๋ยว ตามที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเสริมศักดิ์ อุ่นน้อย เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 343, 83 และพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4, 5 และ 15 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2534 มาตรา 12
ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2552 บรรยายความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 25491 ธ.ค. 2550 จำเลยได้ร่วมกับพวกซึ่งเป็นจำเลยในคดี อ.2182/2551 ของศาลอาญา และพวกที่หลบหนีแล้วยังไม่ได้ตัวมาฟ้องเปิดบริษัท สยามฟูดซ์ แฟรนไชส์ ทำการหลอกลวงประชาชนด้วยการโฆษณาประกาศรับบุคคลทั่วไปเข้าเป็นสมาชิกหรือเข้าร่วมลงทุนทำธุรกิจแฟรนไชส์รถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวบางกอก
เป็นเหตุให้จำเลยกับพวกได้กู้ยืมเงินจากประชาชนที่ถูกหลอกลวงจนมีผู้เสียหายในคดีจำนวน 1,054 คน ซึ่งเกินกว่า 10 คน และมีเงินที่กู้ยืมมามากกว่า 200 ล้านบาท เหตุเกิดแขวง/เขตวังทองหลาง และทั่วราชอาณาจักรที่เกี่ยวพันโดยจำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานประกอบคำให้การของจำเลยแล้วเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริง ลงโทษทุกกระทงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 รวมทั้งสิ้น 1,054 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 5,270 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2,635 ปี คดีนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี จึงให้โทษจำคุกจำเลยไว้ 20 ปี และให้จำเลยคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี แก่ผู้เสียหายทั้งหมดในบัญชีของคดีโดยนับตั้งแต่วันที่ฟ้อง
สำหรับคดีฉ้อโกงแชร์ก๋วยเตี๋ยวดังกล่าวอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.อ.ชูพงษ์ ปิ่นทอง นายทหารสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย กรรมการบริษัท สยามฟูดซ์ แฟรนไชส์ เป็นจำเลยมาแล้ว
คดีนี้มีผู้ต้องหา 7 คน นายเสริมศักดิ์รับสารภาพคนเดียว ส่วนคนอื่นๆ อยู่ระหว่างต่อสู้คดีในชั้นศาล โดยทั้งหมดมีพฤติการณ์เปิดบริษัท สยามฟูดซ์ แฟรนไชส์ กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือ
“แชร์ลูกโซ่” ด้วยการโฆษณาชักชวนประชาชนผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต วิทยุ ออกบูธตามห้างสรรพสินค้าและรายการโทรทัศน์ แนะนำการประกอบอาชีพ ชักจูงให้ลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ แลกผลตอบแทนในอัตราสูงทั้งนี้ มีวิธีการหลอกให้เลือกลงทุน 2 แผน แผนที่ 1 สมาชิกต้องจ่ายเงิน 4.5 หมื่นบาท เพื่อซื้อหุ้นรถเข็นหนึ่งคัน จะได้รับผลตอบแทน 1 หมื่นบาท/เดือน เป็นเวลา 10 เดือน รวม 1 แสนบาท เท่ากับลงทุน 4.5 หมื่นบาท ได้กำไร 5.5 หมื่นบาท
แผนที่ 2 จ่าย 3.5 หมื่นบาท ซื้อหุ้นรถเข็นได้รับผลตอบแทน 7.5 หมื่นบาท/เดือน เป็นเวลา 10 เดือน เท่ากับลงทุน 3.5 หมื่นบาท จะได้กำไร 4 หมื่นบาท มีประชาชนได้รับความเสียหายมูลค่า 223 ล้านบาท
ต้องติดตามว่าคดีนี้ดีเอสไอจะไล่จับผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีได้ทั้งหมดหรือไม่ เพราะเป็นคดีที่ควรเป็นอุทาหรณ์และเตือนสติไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่ออีก







