
จักรยานไม้ยางพารา ศิลปะจากวัสดุรีไซเคิล
ผลงานศิลปะจักรยานคันสวยที่มีชื่อว่า “Bike Fest”
ผลงานศิลปะจักรยานคันสวยที่มีชื่อว่า “Bike Fest”
โดย..วราภรณ์
ผลงานศิลปะจักรยานคันสวยที่มีชื่อว่า “Bike Fest” ผลิตจากเศษไม้ยางพาราที่เหลือใช้จากการทำเฟอร์นิเจอร์ที่เคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศประเภทดีไซน์ ในการประกวดผลงานรีไซเคิลของนักศึกษาในงาน “100 ดีไซน์ ทู เซฟ เดอะ เวิลด์” ครั้งที่ 2 ที่จัดโดยศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ตั้งโชว์เด่นเป็นสง่าที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ วิทยาลัยเพาะช่าง เพื่อให้น้องๆ นักศึกษาปัจจุบันได้ชื่นชมเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากวัสดุรีไซเคิลต่อไป
Bike Fest ชิ้นนี้สร้างสรรค์โดย จักรวาล เกตรังสรรค์ อดีตนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ วิทยาลัยเพาะช่าง ที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด ชวนผู้คนมาลดโลกร้อนด้วยการหันมาขี่จักรยานที่สร้างสรรค์ด้วยการนำวัสดุเหลือใช้จากรถจักรยานคันเก่ามาผสมผสานกับเศษไม้ยางพาราซึ่งเป็นวัสดุที่เหลือจากการทำเฟอร์นิเจอร์มาดัดแปลงใหม่ เพิ่มความน่าสนใจด้วยฝีมือแบบไทยๆ ทั้งต่อไม้ แกะ เจาะ และขัด จนกลายเป็นจักรยานคันเท่ด้วยลวดลายและรูปทรงคล้ายการเคลื่อนไหวของงู รถจักรยานคันนี้นอกจากความสวย เจ้าของผลงานบอกว่า ยังสามารถใช้ปั่นบนท้องถนนได้ด้วย
สร้างสรรค์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้
จากเด็กนักศึกษา จักรวาลในวัย 24 ปี กลายเป็นนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ให้กับบริษัท “71 ดีไซน์ แอนด์ เดคคอเรท” นอกจากงานประจำ เขายังมีความสุขกับการนำวัสดุเหลือใช้ เช่น ขวดยาคูลท์ และวัสดุที่อยู่ใกล้ๆ ตัว อาทิ ตะแกรงของพัดลมเก่า มาผลิตเป็นพัดลมใช้เองอยู่ที่บ้าน นอกจากประหยัดยังเป็นการปลูกฝังการเห็นค่าของวัสดุเหลือใช้ที่อยู่รอบๆ ตัวอีกด้วย
จักรวาลเล่าย้อนแนวคิดการสร้างสรรค์ของใช้จากวัสดุที่คนมองไม่เห็นค่า เช่นนำเศษไม้ยางพารามาทำเป็นรถจักรยาน โดยเริ่มจากตอนเขาศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ วิทยาลัยเพาะช่าง อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคเชิงกล ให้โจทย์นักศึกษาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในเชิงกล ด้วยการออกแบบจักรยานให้น่าสนใจ
“วิชาออกแบบกลไก ก่อนจบรายวิชาอาจารย์ให้โจทย์นักเรียนออกแบบจักรยาน แต่ไม่ได้กำหนดวัสดุ ว่าจะเป็นไม้หรือเหล็ก แต่ออกแบบมาแล้วต้องผลิตและใช้งานได้จริง เพื่อนๆ ผมออกแบบจักรยานโดยการใช้เหล็กกันหมด ซึ่งในท้องตลาดผมเห็นแต่จักรยานเป็นโครงเหล็ก แต่ผมอยากสร้างความแปลกใหม่ ประกอบกับวัสดุเหล็กมีราคาแพง ผมจึงเกิดแนวคิด อยากลองหยิบวัสดุอื่นๆ เช่น ไม้มาทดแทนเหล็กบ้าง”
จักรวาล เล่าต่อว่า ข้อดีของไม้คือหาง่าย สามารถปลูกใหม่ทดแทนได้ อีกทั้งไม้ไม่ต้องผ่านกรรมวิธีการหลอมเช่นเดียวกับเหล็ก จึงไม่สูญเสียพลังงาน อีกทั้งไม้มีน้ำหนักเบา ยิ่งเป็นการใช้เศษไม้ยางพาราจากการผลิตเฟอร์นิเจอร์ก็ยิ่งดีใหญ่ เพราะราคาถูก เนื้อไม้มีลวดลายที่สวยงาม น้ำหนักเบา เนื้อไม้ไม่แข็งมาก สามารถแกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ ได้ง่าย เมื่อมาผสมผสานกับการออกแบบวิชาที่เขาถนัดก็จะสามารถสร้างสรรค์งานใหม่ๆ เกิดขึ้นได้
“จักรยานไม้ยางพาราของผมมีเสน่ห์ตรงผมเพิ่มการแกะสลักคล้ายการเคลื่อนไหวของงูบริเวณช่วงท้องของรถ ที่เลือกงู เพราะจักรยานเวลาขี่ไปก็เคลื่อนไหวเหมือนงู เหมาะสมกับการทำเป็นลวดลายจักรยานที่สุด”
คิดให้แตกต่างและเริ่มลงมือทำ
เมื่อเกิดแนวคิดแล้วว่าเขาจึงเริ่มออกแบบจักรยาน เริ่มจากศึกษาหาข้อมูลถึงความเป็นไปได้ในการออกแบบ ด้วยการเสิร์ชหาจักรยานรูปทรงแปลกๆ และใช้วัสดุเป็นไม้จากเว็บไซต์ต่างประเทศ แล้วก็พบจักรยานไม้ของต่างประเทศซึ่งสามารถสร้างสรรค์ได้จริง
“ผมเริ่มสเกตช์แบบว่าจักรยานของผมหน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไร ทีแรกออกแบบจักรยานเหมือนมอเตอร์ไซค์เพราะคันใหญ่ เลยต้องแก้แบบให้บางลง ดูพลิ้วเหมือนงู พอแบบผ่านก็วาดแบบเป็นแพตเทิร์นแบบฟูล สเกลจากนั้นไปหาวัสดุเศษไม้ที่ย่านภูเขาทองเพราะเป็นแหล่งเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากไม้ยางพารา อีกทั้งราคาถูกเพียง 500 บาท แล้วก็นำชิ้นไม้มาประสานเป็นเนื้อเดียวกันด้วยการตอกลิ่ม ทากาว ยิงตะปูลม เพื่อยึดไม้ให้ติดกันเป็นแผ่นขนาดต่างกัน ทิ้งไว้ 2 คืน” จากนั้นนำแพตเทิร์นที่วาดเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ของจักรยานมาวางทาบลงบนแผ่นไม้ แล้วตัดทีละชิ้น นำมาประกอบกันจนกลายเป็นรถจักรยานไม้คันเท่
“จักรยานของผมประกอบด้วยไม้ 5 ชิ้น บอดี 3 ชิ้น ตะเกียบหลัง 2 ชิ้น เริ่มลงมือประกอบบอดีที่ใช้ไม้ 3 ชิ้น นำมาซ้อนกัน แล้วตัดชิ้นตรงกลาง วางโครงเหล็กไว้ด้านในเพื่อเพิ่มความแข็งแรงช่วยรับแรงการนั่งปั่นของคน จากนั้นผมนำไม้แผ่นของบอดีมาเจาะรูให้มากที่สุด เพื่อลดน้ำหนักของโครง ยิ่งเนื้อไม้เยอะ รถยิ่งหนัก ต่อไปเป็นการประกอบเชื่อมต่อจานปั่น ผมนำตะเกียบไม้แผ่นหลังมาประกบเข้ากับตัวบอดีของจานปั่น นำล้อหลังมาใส่ไว้ตรงตะเกียบหลัง จะได้จักรยานที่ดูรูปร่างเป็นจักรยานขึ้น”
เสร็จแล้วจักรวาลนำเหล็กแท่งยาวประมาณ 40 เซนติเมตร มาเสียบด้านหน้าเพื่อเป็นแกนของแฮนด์ ส่วนตะเกียบหน้านำเหล็กของจักรยานเก่าที่พังแล้วนำมาเชื่อมให้เป็นตะเกียบหน้า
“ผมลองใช้ตะเกียบของจักรยานเก่าทั่วไปมาใช้ ดูไม่สวย ผมจึงคิดว่าน่าจะเอาไม้ยางพารานำมาทำเป็นตะเกียบด้านหน้าแทน ซึ่งเป็นความบังเอิญกลายเป็นเหมือนเขี้ยวของงู ”
อุปสรรคมีไว้ให้แก้
สำหรับอุปสรรคของการทำจักรยานรีไซเคิลขั้นตอนที่ยากที่สุด จักรวาลบอกว่า คือการเชื่อมเหล็กตรงจานปั่นกับตรงคอจักรยานกับไม้ แต่มีวิธีแก้ “ผมก็ได้คำแนะนำจากคุณพ่อของเพื่อนซึ่งเป็นช่างเชื่อม ให้นำแผ่นเหล็กมาลองไม้อีกที ไม้จะได้ไม่เป็นรอยไหม้ อุปสรรคอีกสิ่งหนึ่งคือ การนำสิ่วมาแกะสลักตรงท้อง ซึ่งเป็นการแกะสลักหลังจากประกอบจักรยานเป็นคันแล้ว คือ จักรยานดูไม่สวย ต้องเพิ่มลายเส้น เพื่อให้จักรยานดูมีมิติและสวยงามมากขึ้น แล้วผมก็หาเบาะจักรยานทั่วไปมาใส่ แต่ก็ไม่สวย เลยไปหาซื้อฟองน้ำกับเศษหนังมาหุ้มเป็นเบาะเอง”
เมื่อประกอบจักรยานที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลเสร็จ ส่งอาจารย์ พอดีมีการประกวด 100 ดีไซน์ ทู เซฟ เดอะ เวิลด์ ครั้งที่ 2 ที่จัดโดยสยามดิสคัฟเวอรี่ จักรวาลจึงลองส่งจักรยานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเข้าประกวดดู ปรากฏได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ซึ่งเขารู้สึกยินดีมาก
“ตอนส่งงานเข้าประกวดไม่ได้หวัง เพราะเพื่อนๆ มีผลงานที่สวยๆ กันทั้งนั้น แต่ผมคิดว่าที่ผมได้รางวัล อาจมาจากจักรยานของผมไม่เหมือนจักรยานทั่วไป มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีดีไซน์”
ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลทำได้ง่ายจากวัสดุรอบๆ ตัว
ข้อคิดที่จักรวาลได้จากการทำจักรยานรีไซเคิลคือ จากการมีทุนน้อย พอสร้างสรรค์ผลงานจนได้รับรางวัล ทำให้เขายิ่งตระหนักว่า สิ่งของเหลือใช้ก็มีประโยชน์ไม่ต่างจากของใหม่ หากเรารู้จักใช้
“พอได้รางวัลมาอาจารย์ก็ชม ปัจจุบันทางวิทยาลัยก็มีการส่งเสริมโดยให้โจทย์นักศึกษาผลิตชิ้นงานอีโค ดีไซน์ เราก็รู้สึกดีที่ทำให้รุ่นน้องอยากตั้งใจทำงานเพื่อส่งเข้าประกวดมากขึ้น พอได้รางวัลมา เหมือนเป็นกำลังใจ มองว่าสิ่งของเหลือใช้ที่คนอื่นมองข้าม อีกทั้งราคาถูก ก็สามารถนำมาเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง จากนั้นผมจึงเริ่มทำโคมไฟจากขวดยาคูลท์ เพราะที่บ้านชอบกินยาคูลท์ ผมก็บอกว่าให้เก็บขวดไว้อย่างทิ้ง พอได้ 23 พันขวด ภายใน 1 ปี ก็ทำโคมไฟโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเป็ด แล้วผมยังนำฝาครอบพัดลมที่เป็นซี่ๆ มาทำเป็นโคมไฟประกอบกับท่อพีวีซี เสียเงินไป 30 บาท ก็ได้โคมไฟที่ใช้ได้จริง
แนวความคิดนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า วัสดุเหลือใช้รอบตัวมีค่า ฉะนั้นอย่าทิ้ง !
&<2288;







