posttoday
โยกเงินคงคลัง

โยกเงินคงคลัง

13 มกราคม 2555

ธีระชัยสั่งกรมบัญชีกลางหาทางลงทุนต่างประเทศ-ติงรัฐกระเป๋าแฟบระวังเสี่ยง

ธีระชัยสั่งกรมบัญชีกลางหาทางลงทุนต่างประเทศ-ติงรัฐกระเป๋าแฟบระวังเสี่ยง

ถึงคิวโยกเงินคงคลังไปใช้ ธีระชัย สั่งกรมบัญชีกลางหาช่องนำเงินไปลงทุนต่างประเทศ

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมบัญชีกลางไปหาแนวทางบริหารเงินคงคลังที่มีอยู่จำนวนมาก และฝากไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยไม่ได้ผลตอบแทนมาสร้างประโยชน์ต่อประเทศดีกว่าทิ้งเงินไว้เฉยๆ โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วยดูแลนำไปหาผลประโยชน์ลงทุนในต่างประเทศ จากที่ปัจจุบันฝากไว้กับ ธปท. ไม่มีผลตอบแทน ซึ่งในบางช่วงเงินคงคลังมียอดที่สูงกว่าที่ต้องใช้จริงอยู่มาก

สำหรับยอดเงินคงคลังปัจจุบันอยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท โดยยอดเงินคงคลัง 30 ก.ย. 2554 มีสูงถึง 5.9 แสนล้านบาท โดยที่ผ่านมาได้มีการชำระหนี้บางส่วน และบางส่วนใช้เบิกจ่ายของหน่วยราชการต่างๆ อยู่ที่เดือนละ 2.5 แสนล้านบาท

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ต้องแก้ไขกฎหมายเงินคงคลัง จึงจะนำเงินคงคลังออกไปหาผลประโยชน์ได้ ซึ่งคงจะต้องมีการหารือกับ ธปท. หากจะให้ไปลงทุนต่างประเทศจะมีความเสี่ยงที่จะเสียหายจากการลงทุนหรือไม่

อย่างไรก็ดี กรมบัญชีกลางก็มีแนวคิดที่จะแก้กฎหมายดังกล่าว เพื่อนำเงินคงคลังที่รอเบิกจ่ายไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์เพื่อได้ดอกเบี้ย ทำให้การบริหารเงินภาครัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การจะนำเงินคงคลังให้ ธปท. ไปลงทุน ตปท. ต้องศึกษาข้อกฎหมายว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และจะมีความเสี่ยงทำให้เกิดความเสียหายจากลงทุนหรือไม่อธิบดีกรมบัญชีกลาง ยืนยันว่าระดับเงินคงคลัง 2.5 แสนล้านบาท โดยเฉลี่ยจะมีเงินรายได้เข้ามาในเงินคงคลังเดือนละ 1 แสนล้านบาท แต่ในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. และช่วงเดือน ส.ค.ของทุกปี จะมีรายได้เข้าเงินคงคลังจำนวนมาก เพราะเป็นช่วงการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การจะนำเงินคงคลังไปลงทุนเพื่อหาประโยชน์นั้น ควรจะทำในช่วงที่ฐานะการคลังของรัฐบาลดี ไม่ใช่มาทำในช่วงที่รัฐบาลขาดดุล และจะต้องกู้เงินจำนวนมากเพื่อมาใช้จ่ายฟื้นฟูประเทศ เพราะดอกเบี้ยที่ได้กับที่จะต้องเสียอาจจะไม่คุ้มค่าความเสี่ยง เก็บเงินคงคลังไว้ใช้ในยามจำเป็นจะดีกว่า

สำหรับการประชุมระหว่างนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กับตัวแทนสมาคมธนาคารไทย เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ในเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมจากธนาคารเพิ่ม เพื่อมาจ่ายดอกเบี้ยให้หนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน และการจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) จำนวน 3 แสนล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ ธปท.นำเงินออกมาปล่อยกู้ให้ธุรกิจเอสเอ็มอี หลังใช้เวลาหารือนานกว่า 5 ชั่วโมง ก็ยังไม่มีข้อสรุปแต่อย่างใด

นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ผู้ว่าการ ธปท. แจ้งว่า จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเต็มเพดาน 1% ให้ธนาคารไปหารือกัน และเชิญประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้าเพื่อสรุปและนำข้อเสนอทั้งหมดรายงานให้รัฐบาลทราบ

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้