
ปปง.อายัดเงิน75บัญชีแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ปปง.สั่งอายัดเงิน 75 บัญชีแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างชื่อหลอกเหยื่อโอนเงิน 30ล้าน เร่งขยายผลจับกุม
ปปง.สั่งอายัดเงิน 75 บัญชีแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างชื่อหลอกเหยื่อโอนเงิน 30 ล้าน เร่งขยายผลจับกุม
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรัตน์ รักษาการแทน เลขาธิการ ป.ป.ง. แถลงว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ม.ค. มีหญิงสูงวัยไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ เข้าติดต่อกับ สำนักงาน ป.ป.ง.เพื่อขอรับเงินคืน โดยนำหลักฐานเป็นสลิปรายการถอนเงินจากธนาคาร 269 ครั้งภายในเวลา 7 วัน จำนวน 75 บัญชี
หญิงคนดังกล่าวระบุว่าได้รับโทรศัพท์ติดต่อจากทางธนาคารกสิกรไทยว่าเป็นหนี้บัตรเคดิตวงเงินประมาณ 3 หมื่นบาท และอ้างกับผู้เสียหายว่าเป็น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ง.ต้องการตรวจสอบธุรกรรม เพราะขณะนี้ผู้เสียหายตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดโดยขอให้โอนเงินในบัญชีที่มีอยู่ทั้งหมด เข้าในบัญชีของ พ.ต.อ. สีหนาทเพื่อเป็นการเคลียร์บัญชี ก่อนที่เงินของผู้เสียหายจะถูก ป.ป.ง. ยึดจึงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และโอนเงินไปยังบัญชีของคนร้าย จำนวน75บัญชี ทำการโอนเงินจำนวน 269 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.54 ถึงช่วงวันที่ 4ม.ค. 55 มูลค่าความเสียหายร่วม 30 ล้านบาท
"การทำงานของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์มีเครือข่ายในการทำงานแบ่งหน้าที่อย่างเป็นระบบ และว่างแผนมาอย่างดีรู้ข้อมูลทางการเงินของผู้เสียหายทั้งหมดทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินที่ตนสะสมมาไว้เป็นเวลา 38 ปีเข้าบัญชีคนร้ายหมด แต่ขณะนี้ทาง สำนักงาน ป.ป.ง.ได้ทำการอายัดเงินในบัญชีคนร้าย ทั้ง 75 บัญชีไว้แล้ว ข้อสงสัยที่สำคัญคือช่วงเวลาที่ผู้เสียหายทำการโอนเงินให้คนร้ายหมายเลขโทรศัพของผู้เสียหายถูกล๊อค ไม่สามารถทำการโทรออกได้ทำได้แค่ติดต่อกับทางคนร้ายได้อย่างเดียว"พ.ต.อ. สีหนาทกล่าว
ทั้งนี้ พ.ต.อ.สีหนาท ยังต้องข้อสงสัยเพิ่มเติมว่าทางสถานบันการเงินควรทำการตรวจสอบความเคลื่อนไหวในรายการเดินบัญชีและเพราะเหตุใดข้อมูลของลูกค้าจึงถูกเปิดเผยเจ้าหน้าที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์หรือไม่อีกทั้งทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)จะมีส่วนรู้เห็นหรือไม่เนื่องจากในขณะที่ถูกหลอกนั้นโทรศัพท์ของเหยื่อถูกล็อคไม่สามารถโทรออกไปยังเบอร์อื่นได้นอกจากเบอร์คนร้ายเท่านั้น เพราะความเสียหายครั้งนี้ถือว่าเป็นการสูญเสียเงินมูลค่ามหาศาล.







