
เปิดโฉมหน้าขบวนการล้มโต๊ะ 'หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ'
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีการจัดประชุม “หนึ่งทศวรรษระบบหลักประกันสุขภาพไทยกับทิศทางในอนาคต”
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีการจัดประชุม “หนึ่งทศวรรษระบบหลักประกันสุขภาพไทยกับทิศทางในอนาคต” นพ.สมศักดิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์ สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย นำเสนอผลการวิจัยว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ทำให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิและเข้าถึงบริการสุขภาพที่ดีขึ้น เป็นนโยบายที่เอื้อต่อคนจน
นอกจากนี้ อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือข้อสังเกตจาก นพ.วิชัย โชควิวัฒน กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ที่ระบุว่า ขณะนี้บอร์ด สปสช.มีการเปลี่ยนแปลงโดยถูกกำหนดจากฝ่ายการเมือง ประกอบกับภาคธุรกิจเข้ามามีอิทธิพลในลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นกับแพทยสภา
“มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนการจ้างผู้บริหารของ สปสช.ให้เหมือนกับรัฐวิสาหกิจที่กำหนดได้โดยนักการเมือง” นพ.วิชัย ระบุ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาชนในนาม “กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ” ได้สำทับความเป็นไปได้เกี่ยวกับความพยายามล้มระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
จอน อึ๊งภากรณ์ อดีตบอร์ด สปสช. ในฐานะประธานกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ระบุว่า พบความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อช่วยให้ธุรกิจเอกชนซึ่งเกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลสามารถรักษาผลประโยชน์ต่อไปได้ โดยขณะนี้มีการเล่นการเมืองในบอร์ด สปสช.เพื่อแย่งชิงอำนาจจากภาคประชาชน ทั้งๆ ที่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน
สุภัทรา นาคะผิว โฆษกกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวของกลุ่มสมาคมยาข้ามชาติ กลุ่มโรงพยาบาลเอกชน ชมรมโรงพยาบาลเพื่อพัฒนาระบบประกันสังคม สหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และการสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (สผพท.) รวมถึงแพทยสภาบางส่วน กระทรวงสาธารณสุข และฝ่ายการเมือง เพื่อล้มระบบหลักประกันสุขภาพ เนื่องจากสูญเสียอำนาจบริหารตัดสินใจงบประมาณ จากเดิมที่เคยมีเมื่อครั้งยังไม่เกิดระบบหลักประกันสุขภาพ
“ก่อนจะมีระบบหลักประกันสุขภาพ อำนาจการจัดสรรงบไปยังหน่วยบริการขึ้นอยู่กับ สธ. ใครมีความสัมพันธ์หรือใกล้ชิดกับผู้บริหาร สธ.ก็จะได้รับประโยชน์ แต่หลังจากเกิดระบบหลักประกันสุขภาพ อำนาจเหล่านั้นถูกถ่ายโอนมายัง สปสช. คนเสียประโยชน์จึงไม่พอใจ” สุภัทรา อธิบาย
สุภัทรา ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า บริษัทยาข้ามชาติไม่พอใจระบบหลักประกันสุขภาพ เนื่องจากส่งเสริมให้เกิดการทำสิทธิเหนือสิทธิบัตรยา ทำบัญชียาหลักแห่งชาติ และเน้นการใช้ยาอย่างเหมาะสมตามความจำเป็น จึงพยายามเคลื่อนไหวเพื่อสร้างข้อมูลเท็จต่อสังคม เช่น ยาที่ระบบหลักประกันสุขภาพจ่ายให้กับประชาชนเป็นยาที่ผลิตขึ้นโดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ซึ่งได้มาตรฐาน จากนั้นก็เรียกร้องให้ใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ
นอกจากนี้ ในส่วนของโรงพยาบาลเอกชน ก็ขัดผลประโยชน์กับระบบหลักประกันสุขภาพ เนื่องจากหลักการของการประกันสุขภาพคือให้ประชาชนได้รับสวัสดิการอย่างทั่วถึงครอบคลุม ทำให้ประชาชนเลือกที่จะใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนน้อยลง เป็นเหตุให้เครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนร่วมกันผลักดันให้เกิดนโยบายเมดิคัลฮับ เพื่อดึงชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการ
“ตรงนี้ยิ่งขัดกับข้อจำกัดของประเทศไทย เพราะยังขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ เท่าที่มีอยู่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชนชาวไทย แต่โรงพยาบาลเอกชนกลับมุ่งรักษาชาวต่างชาติเพื่อให้ได้กำไร” สุภัทรา ฉายภาพการเสียประโยชน์ของเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชน และระบุอีกว่า พบว่าคณะกรรมการแพทยสภาเกือบ 100% เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลเอกชนเช่นกัน
ด้าน สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 1/2555 ตอนหนึ่งว่า กลุ่มคนที่รักหลักประกันสุขภาพพร้อมจะปกป้องให้ระบบนี้เป็นระบบแห่งชาติอย่างแท้จริง ต้องการจับตามองการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่สวนทางกับพัฒนาการก้าวหน้าที่ผ่านมา การชูนโยบายกลับมาเก็บ 30 บาทอีกครั้งทุกครั้งที่รับบริการเพียงเพื่อลบล้าง พัฒนาการที่เกิดขึ้นในระหว่างรัฐบาลชุดอื่นเพื่อรีแบรนด์อีกครั้งเป็นการคิดที่ล้าหลัง และไม่รับผิดชอบต่อหลักการที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ จะมีการเปิดตัวกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ จ.ขอนแก่น นครปฐม สงขลา







