
ฆาตกรรมความรวย เศรษฐกิจล้ม ปม ‘อุ้มฆ่า’
กล่าวกันว่าสังคมไทยทุกวันนี้น่าเป็นห่วงมากขึ้นทุกขณะ เด็กรุ่นใหม่เติบโตมาท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ขัดสน
โดย...ธนก บังผล
กล่าวกันว่าสังคมไทยทุกวันนี้น่าเป็นห่วงมากขึ้นทุกขณะ เด็กรุ่นใหม่เติบโตมาท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ขัดสน คนวัยทำงานมากมายเองก็แย่งกันกินแย่งกันใช้
จริงไม่จริง...ไม่รู้อ่ะ แต่สมัยนี้โจรเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด น้ำใจที่ว่าล้นเหลือนั้นก็เป็นเพียงคนส่วนหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่ทั้งหมด และสยามเมืองยิ้มที่เราเคยภูมิใจ ก็ยิ้มเฉพาะกับ “ฝรั่ง” สำหรับคนไทยด้วยกันนั้นเรานิยมทะเลาะกันมากกว่า เข้าทำนอง “ยามศึกเราหลบ ยามสงบเราตีกัน”
ปัญหาปากท้องเงินทองขัดสน ไม่เข้าใครออกใคร และมีคนจำนวนไม่น้อยที่พอเข้าตาจนแล้วมักจะเลือกเดินในทางที่ผิด ถ้าไม่ฆ่าตัวตายก็กลายเป็นโจร
เหตุสยอง “ฆาตกรรมอำพราง” ที่จะเป็นอุทาหรณ์ให้ระมัดระวังภัยสังคมคราวนี้ เป็นผลงานการสืบสวนและจับกุมของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) หลังจากมีการรับแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา
จากกรณีคนหาย เพียง 3 วันต่อมา เช้าตรู่วันที่ 19 ธ.ค. ตำรวจ สน.อุดมสุข ได้รับแจ้งเหตุพบศพชายนิรนามถูกฆ่าถ่วงน้ำ สภาพศพมือไพล่หลังถูกใส่กุญแจมือแล้วมัดด้วยเชือกไนลอน ถ่วงด้วยกระสอบทราย 3 กระสอบ ผลการชันสูตรศพระบุว่าผู้ตายถูกจับถ่วงน้ำในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่
และปรากฏว่าเมื่อสอบสวนแล้วเป็นบุคคลเดียวกับที่ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งความคนหายไว้ ผู้เสียชีวิตคือ “อาร์ม” นิสิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อายุ 19 ปี
จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ได้แก่ 1.นายอภิรพัฒน์ หรือหวี สุขะอาคม อายุ 27 ปี 2.นายปภาวิน หรือต้า หมายประทุม อายุ 28 ปี 3.นายณัฐพล หรือเตย อินทร์เงิน อายุ 22 ปี และ 4.นายภาณุพงศ์ หรือโบ๊ท ศิรพันธุ์พาณิชย์ อายุ 26 ปี ตามหมายจับวันที่ 2 ม.ค. 2555
อายุยังไม่มากแต่ความโหดเหี้ยมนั้นเกินกว่าที่จะประเมินได้ โดยนายอภิรพัฒน์ ซึ่งมีหน้าที่การงานเป็นสถาปนิกรับออกแบบและทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เป็นผู้วางแผนมานานหลายสัปดาห์ก่อนจะลงมือ
อาร์ม รู้จักกับนายอภิรพัฒน์เพราะไปเล่นเกมที่ร้านอินเทอร์เน็ตด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง สนิทสนมจนกระทั่งรู้ว่าบ้านของอาร์มมีฐานะดี จากความสนิทจึงกลายเป็นความโลภ นายอภิรพัฒน์เริ่มวางแผนเรียกค่าไถ่ ด้วยการโทรศัพท์ไปหาคนที่รู้จักให้เลือกสรร 3 คนมาเป็นทีมร่วมงาน
เมื่อได้ผู้ร่วมก่อเหตุแล้ว พอถึงวันที่สบโอกาส นายอภิรพัฒน์จึงชวนนิสิตปี 1 ผู้โชคร้ายออกมาเล่นเกม แผนแรกคือนัดเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าย่านลาดพร้าวก่อนแล้วจึงทำทีชวนไปเล่นที่ร้านเกมอีกแห่งหนึ่ง โดยพากันขับรถเก๋งนิสสัน ซันนี่ นีโอ ออกไป
ขับรถไปจนถึงซอยนวมินทร์ 111 แยก 42 นายอภิรพัฒน์จึงจอดรถแล้วให้พรรคพวกที่นัดแนะกันไว้อีก 3 คน ซึ่งขับรถตามมาอีกคันหนึ่งลงมาจับอาร์มใส่กุญแจมือ ปิดตา แล้วเอาถุงพลาสติกคลุมศีรษะ เพื่อป้องกันไม่ให้จำหน้าได้ หลังจากนั้นก็พากันไปยังซอยลาดพร้าว 101
โดยให้นายภาณุพงศ์ หนึ่งในผู้ต้องหาเป็นคนโทรศัพท์ไปหาแม่ของอาร์ม พร้อมกับเรียกค่าไถ่ 2 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัวลูกชาย
แต่เรื่องอย่างนี้ต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อในเมืองหลวง ใครจะไปคิดว่ามีแก๊งเรียกค่าไถ่กลางกรุงอุกอาจทำอย่างนี้ ซึ่งแม่ของอาร์มเองก็ไม่เชื่อ เพราะอยู่ดีๆ ใครก็ไม่รู้โทร.มาไถเงิน มันง่ายไป
ระหว่างนั้นนายภาณุพงศ์ได้กำหนดระยะเวลาให้แม่อาร์มโอนเงินมา โดยเอาบัตรเอทีเอ็มของอาร์มไปกดที่ตู้ รอจนไปกดเงินอยู่ 2 ครั้ง เงินก็ยังไม่โอนเข้ามา ประกอบกับถุงพลาสติกที่คลุมศีรษะอาร์มมาเป็นเวลานานทำให้อาร์มเริ่มขาดอากาศหายใจ เกิดอาการอ่อนแรง
กลุ่มผู้ต้องหาเหล่านี้พอเห็นสภาพของอาร์มก็นึกว่าเสียชีวิตแล้ว เลยนำกระสอบทรายมาใส่มัดเชือกก่อนขับรถไปที่คลองปักหลัก 2 ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก เขตประเวศ แล้วโยนถ่วงน้ำทั้งเป็น
ถึงแม้จะปฏิเสธว่าไม่ได้เจตนาฆาตกรรมแล้วอำพรางศพอย่างโหดเหี้ยม แต่ฆาตกรกลุ่มนี้ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสิ่งที่ได้ลงมือกระทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้คนในครอบครัวของอาร์มต้องสูญเสียอย่างที่สุด ซึ่งไม่สามารถจะให้อภัยได้ในทางกฎหมายและศีลธรรม
ตำรวจได้แยกผู้ต้องหาทั้งหมดแล้วทำการสอบสวน ผู้ร่วมฆ่าทั้งสามคนให้การสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง โดยยืนยันว่านายอภิรพัฒน์เป็นคนวางแผนทั้งหมด มีการจ้างวานนายปภาวินและนายณัฐพลที่จับอาร์มมัดมือปิดตาอุ้มไปเรียกค่าไถ่ 1 แสนบาท แล้วจ้างนายภาณุพงศ์ให้ไปคอยกดเอทีเอ็ม 2 หมื่นบาท
คดีนี้ต่อให้ผู้ต้องหาปฏิเสธก็ไม่มีสิทธิรอด เพราะตำรวจใช้เวลาลงพื้นที่สืบสวนจนได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดชัดเจน ตั้งแต่ในห้างสรรพสินค้าจนถึงตู้เอทีเอ็ม และยังมีพยานมัดตัวแน่นหนา
นายอภิรพัฒน์บอกหน้าตาเฉยว่าต้องการเงินจากครอบครัวของอาร์ม เพราะเศรษฐกิจไม่ดี แม้จะเป็นสถาปนิกรับออกแบบ ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แต่เมื่อประสบภาวะขาดทุนจึงอยากจะได้เงินไปใช้จ่าย ด้วยการลงทุนจ้างวานผู้ที่สามารถก่อเหตุได้ตามแผนเพื่อหวังเงินก้อนใหญ่
สังคมนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อต่างคนต่างก็ต้องประสบกับปัญหาเศรษฐกิจทั้งนั้น บางคนสู้ไม่ท้อ บางคนอดทนอดออมเพื่อผ่านพ้นมันไปให้ได้
ที่น่าเป็นห่วงคือ อาชญากรกลุ่มนี้อายุยังน้อยอยู่ด้วยซ้ำ กล่าวกันว่าสังคมไทยทุกวันนี้น่าเป็นห่วงมากขึ้นทุกขณะ จริงไม่จริง...คงได้คำตอบกันแล้ว







