
ผู้เชียวชาญดัตช์'ชี้ทางรอดภัยพิบัติ ดึงท้องถิ่นแก้ปัญหาตัวเอง
นอกจากซากปรักหักพังแล้ว อีกสิ่งที่อุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ทิ้งไว้ต่างหน้าคือ
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
นอกจากซากปรักหักพังแล้ว อีกสิ่งที่อุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ทิ้งไว้ต่างหน้าคือ ภาพสะท้อนของระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ด้อยประสิทธิภาพ
ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ระดมผู้เชี่ยวชาญทั้งในและนอกประเทศเพื่อบริหารจัดการน้ำทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หนึ่งในนั้นคือ จอร์จ ฟาน แดร์ เมอเลน ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองและการจัดการน้ำจากสถาบันซีเคไอ (Compuplan Knowledge Institute of Applied geoInformatics) ประเทศเนเธอร์แลนด์
ด้วยเนเธอร์แลนด์ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลสองฝั่ง และเคยผ่านประสบการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ปี 2499 ปัจจุบันจึงได้รับการยกย่องว่ามีระบบบริหารจัดการน้ำดีที่สุด และมีผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำมากที่สุด
จอร์จ ไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับประเทศไทย เพราะตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เขาได้เข้าออกเพื่อทำโครงการวิจัยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อย่างมากมา
ครั้งล่าสุดเขาเป็นหนึ่งในโครงการวางแผนจัดการที่ดินและน้ำเพื่อเมืองอย่างบูรณาการ ภายใต้ความร่วมมือของรัฐบาลไทย โดยเลือก 4 พื้นที่ต้นแบบ ได้แก่ เทศบาลเมืองท่าข้าม จ.สุราษฎร์ธานี เทศบาลเมืองน่าน จ.น่าน เทศบาลเมืองเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และเทศบาลเมืองทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่นำร่องเพื่อศึกษาว่าประเทศไทยพร้อมสำหรับภัยพิบัติหรือไม่ ยังบกพร่องหรือต้องการปัจจัยใดเพิ่มเติม
“แต่ละพื้นที่เองก็มีรูปแบบการจัดการกับภัยพิบัติเฉพาะตัว หน้าที่ของเราคือกำหนดตัวอย่างเหตุการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น (Scenario) อย่างทุ่งสงและท่าข้ามนั้นก็เสี่ยงกับภัยพิบัติซึ่งมาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และพายุที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ขณะที่เทศบาลเมืองน่านก็มีความเสี่ยงในเรื่องของดินถล่ม และแผ่นดินไหว ส่วนเทศบาลเมืองเสนาก็เจอกับน้ำท่วมเป็นประจำ รวมถึงครั้งนี้ด้วย”
จอร์จ ถอดบทเรียนจากงานตลอด 2 ปีของเขาว่า ปัญหาสำคัญของการจัดการภัยพิบัติของรัฐบาลไทย เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจและการจัดการภัยพิบัติลงไปยังท้องถิ่น อาทิ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล
“ถามว่าทำไมทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม หรือภัยแล้ง อำเภอถึงต้องไปของบจากผู้ว่าฯ และให้ผู้ว่าฯ ขอไปยังกระทรวงมหาดไทยอีกครั้งเพื่อให้ รมว.มหาดไทย เซ็นเบิกจ่ายงบฉุกเฉิน 50 ล้านบาท ทั้งๆ ที่คุณมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในพื้นที่และรู้ปัญหาดีที่สุด” จอร์จตั้งคำถามเชิงชี้ปมปัญหา
เมื่อ 20 ปีก่อนหน้านี้จอร์จได้เป็นหนึ่งในคณะทำงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ เพื่อศึกษาเรื่องการกระจายอำนาจจากส่วนภูมิภาคลงสู่ท้องถิ่น เขาตั้งข้อสังเกตว่าทุกรัฐบาลไทยเข้าใจหลักของการกระจายอำนาจเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี 2537 กลับพบว่าการจัดการทุกอย่างยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
“ระหว่างที่ผมลงพื้นที่ทำวิจัยก็มีเสียงจากกระทรวงมหาดไทยหรือหน่วยงานรัฐต่างๆ ในลักษณะที่ว่าฝรั่งไม่เข้าใจคนไทยและรูปแบบการปกครองแบบไทยได้ดีพอ ผมก็ยอมรับ แต่อยากให้กลับไปมองว่ารูปแบบการรวมอำนาจการตัดสินใจและงบประมาณไว้ที่ส่วนกลางมีข้อดีอย่างไรท่ามกลางภาวะภัยพิบัติที่รุมเร้าประเทศอยู่ขณะนี้”
แน่นอนว่าชาวต่างชาติอย่างเขาไม่ได้เสนอให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ หรือนายอำเภอ หรือให้ยุบไปเสีย เพียงแต่เสนอว่าการจัดการต้องให้อำนาจและให้เงินกับท้องถิ่นในการทำแผนภัยพิบัติของตนเองบ้าง เพราะแม้ประเทศไทยจะมี พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ที่ให้อำนาจกับการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน และเพื่อชุมชนเท่านั้น
“ผมเห็นโครงสร้างการจัดการของรัฐบาลไทย มีกรม มีกระทรวงที่เกี่ยวกับการจัดการน้ำ 20-30 หน่วยงานที่ซับซ้อน และมีการทำหน้าที่ไขว้ไปไขว้มาเต็มไปหมด แต่ไม่มีสักหน่วยงานที่ลงมาทำงานกับท้องถิ่น หรือทำหน้าที่ให้คำปรึกษากับ อบต. กลายเป็นว่าทุกหน่วยงานทำข้อเสนอของบส่วนกลางไปยังคณะรัฐมนตรี หรือเสนอคณะกรรมาธิการเพื่อทำโครงการ ทำผลงานของตัวเอง บางโครงการโชคดีไปที่สอดคล้องกับกรมอื่น แต่ส่วนใหญ่แล้วข้อเสนอจะขัดแย้งกัน ต้องถูกตีกลับมาทำใหม่อีกครั้ง ซึ่งสุดท้ายแล้วคนในท้องถิ่นก็ไม่ได้อะไรจากหน่วยงานกลาง”
นอกจากนี้ จอร์จยังมองว่านโยบายการจัดการพื้นที่และผังเมืองถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ท่ามกลางการเปลี่ยนหน้ารัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ โดยช่วงที่เขาทำวิจัยนั้นเป็นช่วงของการเปลี่ยนจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทำให้สิ่งที่รัฐบาลเก่าทำค้างไว้ต้องถูกรื้อโดยรัฐบาลถัดมา เขาไม่ได้มองว่าใครถูกใครผิด เพียงแต่อยากให้รัฐบาลไทยสร้างกลไกอะไรเพื่อทำให้สิ่งที่เป็นนโยบายสาธารณะต้องคงที่และไม่ไหลตามการเมืองต่อไป
จอร์จคิดในเชิงบวกว่า สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่แก้ไขได้ และไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงของรัฐบาลไทยแต่อย่างใด การลงพื้นที่ของเขาทำให้เห็นว่าแต่ละชุมชนมีความพร้อมที่จะทำแผนจัดการภัยพิบัติของชุมชนตนเอง และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกันข้ามชุมชนไปยังพื้นที่ข้างเคียงมากกว่าหน่วยงานรัฐที่จะให้ความร่วมมือระหว่างกันด้วยซ้ำ
เขายกตัวอย่างสิ่งที่เกิดขึ้นในเทศบาลเมืองเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกน้ำท่วมนานกว่า 2 เดือน ตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา และได้รับผลกระทบอย่างหนักทุกปีว่า ชาวบ้านทุกคนรู้ว่าน้ำจะมาทางไหน และเขาจะต้องประสบกับอะไรบ้าง และยังรู้อีกว่าทางน้ำไหล หรือฟลัดเวย์ของเขาอยู่ตรงไหน ดีกว่าหน่วยงานรัฐที่ดูแลเรื่องผังเมืองโดยตรงด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่าผู้นำท้องถิ่นของเขากลับไม่มีอำนาจในการวางแผนว่าจะระบายน้ำทางไหน หรือจะช่วยเหลือประชาชนอย่างไร
“รัฐบาลต้องให้ท้องถิ่นเป็นผู้กำหนด และเก็บข้อมูลว่าพื้นที่ตรงไหนสูงหรือต่ำ หรือตรงไหนเป็นพื้นที่ทางน้ำ วันนี้แม้จะมีการประเมินว่าพื้นที่ไหนเป็นแอ่งกระทะที่เสี่ยงถูกน้ำท่วมขังยาวนาน แต่พอเกิดขึ้นจริงมันกลับผิดพลาดไปทั้งหมด เพราะทุกคนต่างกั้นไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งในความเห็นผม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมีอำนาจในการเวนคืนขอพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำ หรือพื้นที่ที่ควรจะเป็นฟลัดเวย์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่อาจเกิดขึ้น”
เมื่อถามว่าข้อเสนอทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงหรือไม่ เพราะข้อเสนอการกระจายอำนาจไม่ใช่เรื่องใหม่ของสังคมไทย แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จอร์จตอบว่านี่คือกลไกสำคัญที่คนไทยจะต้องนำกลับมาทบทวนหลังเกิดวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ เพราะส่วนหนึ่งที่สะท้อนออกมาคือการจัดการโดยหน่วยงานรัฐส่วนกลางอย่างศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ในเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ไม่สามารถช่วยประชาชนได้ทั่วถึง และวางแผนการจัดการได้ “ช้าเกินไป”
ในวันนี้ข้อเสนอของเขาเสร็จสมบูรณ์ พร้อมส่งไม้ต่อไปยังรัฐบาลไทย และทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้นเดือน ม.ค.นี้ จอร์จได้เชิญข้าราชการจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นและกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ดูงานที่เทศบาลเมืองทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ด้วยกัน แต่เขาก็ยังหวั่นอยู่ว่าข้อเสนอเหล่านั้นจะได้รับความสนใจจากกระทรวงมหาดไทยและคนไทยหรือไม่
“ขนาดอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างท่านอานันท์ ปันยารชุน เสนอเรื่องนี้ไปผ่านแนวคิดของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ก็ไม่ได้มีการขานรับจากรัฐบาลและคนไทยเท่าที่ควร
“เราก็ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแค่นี้ คนไทยทุกคนต่างหากที่จะเป็นผู้กำหนดว่า ต่อไปนี้คนที่รับความเสี่ยงในการจัดการภัยพิบัติจะเป็นรัฐบาลไทย หรือท้องถิ่นที่พวกเขาสามารถควบคุมได้เอง” จอร์จทิ้งท้ายเร้าให้ตระหนัก







