
ลายแทงปรองดองยกแรกกำปั้นแลกความสงบ
หมดเทศกาลหยุดยาว กลับเข้าสู่โลกของความเป็นจริงไตรมาสแรกในปี 2555 ว่ากันว่าการเมืองจะเล่นกันไฟแลบ
โดย...ทีมข่าวการเมือง
หมดเทศกาลหยุดยาว กลับเข้าสู่โลกของความเป็นจริงไตรมาสแรกในปี 2555 ว่ากันว่าการเมืองจะเล่นกันไฟแลบ ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการเร่งเกมปรองดองเพื่อนิรโทษกรรม ทักษิณ ชินวัตร
“วัฒนา เมืองสุข” คนสนิททักษิณและรองประธานกรรมาธิการปรองดอง สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ในช่วงปลายปีประเมินสถานการณ์ไว้อย่างน่าสนใจว่า ช่วงอันตรายที่สุดของประเทศไทย จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-เม.ย. 2555
โดยให้เหตุผลว่า ในเดือน เม.ย. จะครบรอบ 2 ปี ในการเสียชีวิตของคนเสื้อแดงที่สี่แยกคอกวัว ซึ่งคนเสื้อแดงจะมาทวงถามรัฐบาลเรื่องความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง เรื่องเงินชดเชย เพราะคนเสื้อแดงเป็นผู้เลือกรัฐบาลมา จึงอาจมีการเดินขบวนเรียกร้อง เผลอๆ อาจไล่รัฐบาลเสียเองด้วยซ้ำ
อีกปัจจัยหนึ่งที่ “วัฒนา” วิเคราะห์ไว้จะเป็นปัจจัยร้อนหลังปีใหม่ คือ คดีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 16 ศพ รวมถึงนักข่าวญี่ปุ่น ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งปิดสำนวนอยู่ เตรียมส่งไปไต่สวนในชั้นศาลในเร็วๆ นี้
คดีดังกล่าวเป็นเป้าหมายสำคัญของพรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. เพราะได้หาเสียงว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลจะเอาคนที่สั่งฆ่าคนเสื้อแดงมาลงโทษให้ได้ เมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้ว รัฐบาลเพื่อไทยจึงสั่งการให้ตำรวจภายใต้การคุมทีมของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เรียก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณ มาสอบสวนเพื่อตั้งข้อหาว่าอยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของคนเสื้อแดงในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 โดยคาดว่าจะส่งเรื่องให้อัยการฟ้องได้ในต้นปี 2555
เมื่อเรื่องเข้าสู่ชั้นอัยการ วัฒนา แจกแจงว่า อัยการจะต้องส่งฟ้องต่อศาลภายในเวลาไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 150 ของ ป.วิอาญา ที่กำหนดว่าอัยการมีเวลาพิจารณา 30 วัน แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นให้เลื่อนออกไปอีกได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน ถ้าครบ 90 วัน อัยการไม่พิจารณา ก็ต้องถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
คำนวณเวลาไม่เกินเดือน มี.ค. หรือต้นเดือน เม.ย. คดี 16 ศพที่เสื้อแดงรอคอยก็จะเข้าสู่ศาล...
เมื่อนั้นก็ถือว่าพรรคเพื่อไทยได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคนเสื้อแดงว่าจะไม่ละเลยต่อชีวิตของคนตายที่เป็นต้นทุนและแรงส่งให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย
ถือว่า “ปิดจ๊อบ” พันธสัญญาต่างๆ ที่ให้ไว้
เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลผลจะเป็นอย่างไร อยู่ที่ดุลพินิจศาล และการหักล้างรูปคดีของ “อภิสิทธิ์สุเทพ” ที่พรรคเพื่อไทยพยายามเอาผิด รวมถึงผู้นำกองทัพที่รับผิดชอบในการนำกำลังเข้าคุมพื้นที่ก็ต้องโดนหางเลขไปด้วยว่าได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
สำคัญอีกประการ ถ้าศาลรับฟ้องให้อภิสิทธิ์ สุเทพ และผู้นำกองทัพ เป็นจำเลยตามที่รัฐบาลเพื่อไทยกำลังตั้งข้อหาอยู่นี้ ก็เป็นการสร้างความเท่าเทียมกับแกนนำ นปช. ที่ตกเป็นจำเลยคดีก่อการร้ายที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ตั้งข้อหาและส่งฟ้องแกนนำจนต้องติดคุกนานหลายเดือน ก่อนจะได้ประกันตัวในช่วงปลายรัฐบาลอภิสิทธิ์ก่อนการเลือกตั้ง
คดีก่อการร้ายของแกนนำ นปช. 20 คน ยังอยู่ในชั้นศาล เพียงแต่ศาลอาญาได้เลื่อนนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกเป็น 1 มิ.ย. 2555 เมื่ออีกฝ่ายตกเป็นจำเลยก็ง่ายที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม ล้างความผิด ไม่เฉพาะเหตุการณ์ชุมนุมเผาเมืองเท่านั้น แต่จะให้ลากไปถึงคดีทุจริตทั้งหมดของทักษิณและเครือข่ายที่ คตส.ส่งฟ้องหลังรัฐประหารทักษิณ
วัฒนา ยังบอกด้วยว่า เมื่อศาลเริ่มพิจารณาคดีสังหารคนเสื้อแดง สงครามใหม่จะปะทุขึ้น เพราะคนเสื้อแดงจะยิ่งไม่พอใจหากได้รู้ความจริงว่าใครเป็นคนเบิกอาวุธ ใช้กระสุนไปกี่นัด ยิงอย่างไร จึงอาจนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่
หากตำรวจ อัยการ ส่งฟ้องได้เร็ว คดีก็อาจวิ่งเข้าศาลเร็ว ซึ่งคาบเกี่ยวกับการจัดงานชุมนุมใหญ่รำลึก 2 ปี เดือน เม.ย.–พ.ค. ของคนเสื้อแดง
วิเคราะห์แล้ว จากนี้จนถึงเดือน พ.ค. นอกจากแกนนำเสื้อแดงจะเดินเกมเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อีกด้านก็จะจัดกิจกรรมขับเคลื่อนเร่งเอาผิดรัฐบาลที่แล้ว เพื่อสอดรับการส่งฟ้องคดีในชั้นศาลของ “ตำรวจอัยการ”
ที่ต้องติดตาม คำพูดของกุนซือวางเกมปรองดองของเพื่อไทยผู้นี้ที่แพลมมาว่า หนทางที่จะระงับสงครามครั้งใหม่ได้ สภาต้องผ่าน พ.ร.บ.ปรองดอง หรือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อให้บ้านเมืองสงบเท่านั้น มิฉะนั้นก็จะฆ่ากันไม่จบ
ตามเกมกรรมาธิการปรองดองของสภาผู้แทนราษฎรที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธาน รวมถึงรัฐบาลจะใช้จังหวะที่คนเสื้อแดงปลุกความขัดแย้งใหม่รอบนี้ เสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เข้าสู่สภา ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้เปรียบที่มีเสียงข้างมาก จะรับหลักการวาระแรก ก็ถือว่าทุกอย่างเข้าสู่ ระบบการปรองดองในช่วงสมัยประชุมสภา ก่อนจะจบในเดือน เม.ย.
ถ้าเป็นไปตามแผนร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง จะนิรโทษกรรมทุกกลุ่ม แกนนำเสื้อเหลือง แกนนำเสื้อแดง ทักษิณและพวก รวมถึงซีกพรรคประชาธิปัตย์และกองทัพ
ต้องจับตาการเร่งปรองดองรอบนี้จะเป็นไปตามแผนหรือไม่ แต่เรียกได้ว่าเป็นกำปั้นขู่ทุกฝ่ายเพื่อ “บังคับปรองดอง” โดยเฉพาะกองทัพที่จะตกเป็นจำเลย เงื่อนไขคดีนี้เป็นตัวประกันเพื่อเปิดประตูกลับไทยให้ทักษิณ
โอกาสมีเมื่อไร ต้องเร่งทำทุกวิถีทาง...







