
ค่าครองชีพ น้ำมัน-ก๊าซ-สินค้า- แพงแน่
ความเสี่ยงที่ต้องกินอยู่แพงขึ้นในปีนี้เกิดขึ้นแน่ เมื่อค่าครองชีพหลัก 3 ชนิด
ความเสี่ยงที่ต้องกินอยู่แพงขึ้นในปีนี้เกิดขึ้นแน่ เมื่อค่าครองชีพหลัก 3 ชนิด
ต้องเล็งปรับขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ราคาก๊าซหุงต้ม ราคาก๊าซเอ็นจีวี และราคาสินค้า โดยตัวแปรทั้งสามต่างเป็นต้นทุนการดำเนินชีวิตตลอดจนภาคธุรกิจและมีความเชื่อมโยงต่อกัน
ราคาน้ำมันถือเป็นต้นทุนการขนส่งของสินค้าทุกประเภท มีการประเมินว่า ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่กว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สูงขึ้นจากปี 2554 เฉลี่ย 97-98 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล รวมทั้งตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.นี้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะทยอยเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันกลุ่มเบนซิน เดือนละ 1 บาท/ลิตร และดีเซล 0.60 บาท/ลิตร ยังไม่รวมขึ้นภาษีสรรพสามิตดีเซล ที่ยืดเก็บอีก 1 เดือนถึงสิ้นเดือน ม.ค. 2555 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันขึ้นแน่
นอกจากนี้ ราคาก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ (เอ็นจีวี) จะเริ่มทยอยขึ้นจาก 8.50 บาท/กก. จะขึ้นเดือนละ 0.50 บาท/กก. ต่อเนื่องทุกเดือนจนถึงสิ้นปี 2555 ขณะก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่งจะขึ้นเช่นกัน ก็เตรียมขยับราคาเช่นกัน ซึ่งนโยบายการปรับโครงสร้างราคาพลังงานดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันให้ราคาสินค้าต่างๆ ปรับขึ้นราคาตามไปด้วย
ด้านราคาสินค้า วัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน ประเมินว่าสถานการณ์ราคาสินค้าปีนี้จะไม่เลวร้าย แต่คงขึ้นตามต้นทุนที่สูงแน่ โดยรัฐจะไม่ขอให้เอกชนตรึงราคา ให้ขึ้นตามกลไกตลาด เพื่อไม่บิดเบือนจนเกิดปัญหาสินค้าขาดตลาด แต่ถ้าราคาแพงมาก อาจจะแทรกแซงตลาด ด้วยสินค้าโครงการธงฟ้าเพื่อฉุดราคาลงกระจายเข้าไปหวังฉุดราคาขายลงมา รวมทั้งจะติดตามความเคลื่อนไหวราคาสินค้าแต่ละหมวดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร







