
เศรษฐกิจโลก ส่อเลวร้ายกว่าปี'54
สำหรับประเด็นแรกที่ต้องจับตามองในปีนี้ ก็คือยุโรป
สำหรับประเด็นแรกที่ต้องจับตามองในปีนี้ ก็คือยุโรป
เพราะจนถึงทุกวันนี้วิกฤตหนี้สาธารณะยังไม่ได้คืบหน้าในทิศทางที่ดีขึ้นแต่อย่างใด
ซ้ำร้ายชะตากรรมของประเทศยูโรโซนยังดูมืดมน ยืนยันได้จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของรัฐบาลประเทศต่างๆ ยังสูงลิ่ว เนื่องจากนักลงทุนยังคงมองว่าพันธบัตรเหล่านั้นมีความเสี่ยงสูง
ทั้งนี้ เจ.พี.มอร์แกน และบาร์เคลย์ ระบุในรายงานส่งท้ายปีว่า วิกฤตหนี้ยุโรปยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในปีนี้ เพราะเหตุการณ์มีแววเลวร้ายถึงขีดสุดถึงขั้นที่ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างอิตาลีและสเปนอาจปรับโครงสร้างหนี้ หรือผิดนัดชำระหนี้ จนเกิดหายนะกับระบบธนาคารทั่วยุโรป ก่อนลุกลามเศรษฐกิจทั่วภูมิภาคและทั่วโลก
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องลุ้นประการต่อมาก็คือ ปัญหาของสหรัฐ ทั้งในแง่เศรษฐกิจและการเมือง โดยจุดพลิกสำคัญ คือการเลือกตั้งประธานาธิบดี เพราะการเปลี่ยนผู้นำของชาติมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกย่อมหมายถึงการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายทางเศรษฐกิจและการค้าที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเลยทีเดียว
นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญสำหรับปี 2555 ก็คือการเปลี่ยนผู้นำของประเทศต่างๆ ทั่วโลก เช่น จีน ที่ได้เวลาเปลี่ยนผู้นำเช่นกัน และเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า สีจิ้นผิง รองประธานาธิบดีและผู้กุมอำนาจสูงสุดทางการทหาร คือว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไป
ด้วยสไตล์ที่ตรงไปตรงมา กล้าแสดงออก และประสบการณ์โชกโชนของ สีจิ้นผิง นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างมองว่าอาจทำให้ท่าทีของจีนในเวทีโลกดุดันมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ขณะที่รัสเซียและฝรั่งเศสก็ได้ฤกษ์เปลี่ยนผู้นำด้วยเช่นกัน เพราะเสถียรภาพทางการเมืองมีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมในปี 2555 นี้
ทั้งนี้ ความเปลี่ยนแปลงในพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของ อองซานซูจี และการก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งผู้นำเกาหลีเหนือของ คิมจองอุน ก็นับเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม เพราะพม่าคือโอกาสใหม่ในการลงทุนที่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์พร้อม ขณะที่เกาหลีเหนือคือภัยคุกคามเรื่องศักยภาพนิวเคลียร์ที่ยังคงเป็นที่กังขาของโลก
สำหรับปัจจัยเสี่ยงประการสุดท้ายที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกมองตรงกันก็คือ สันติภาพในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เช่น อัฟกานิสถาน อิหร่าน อียิปต์ ลิเบีย และซีเรีย เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงรอยต่อของการถ่ายโอนอำนาจ แต่ที่แน่ๆ ย่อมไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงอย่างสงบสันติตามที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้
เรียกได้ว่า ถ้าปี 2554 คือปีที่ไม่น่าจดจำแล้ว ปี 2555 ก็ไม่น่าจะแตกต่างกันสักเท่าไรนัก และเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญที่โลกจำต้องเตรียมตัวเตรียมใจตั้งรับให้ดี







