posttoday
2011 โลกแห่งความวุ่นวายและไม่เสถียร(ตอนที่2)

2011 โลกแห่งความวุ่นวายและไม่เสถียร(ตอนที่2)

02 มกราคม 2555

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้กล่าวถึง ปี 2011 ว่าเป็นปีที่โลกต้องเผชิญกับความวุ่นวายทางการเมือง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้กล่าวถึง ปี 2011 ว่าเป็นปีที่โลกต้องเผชิญกับความวุ่นวายทางการเมือง

เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ในเกือบทุกทวีปทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นในอเมริกาเหนือหรือยุโรป

สัปดาห์นี้เรามาดูเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทวีปแอฟริกาและเอเชียในรอบปีว่ามีอะไรบ้าง รวมถึงสิ่งที่ควรจะจับตามองต่อไปในอนาคตนับจากนี้ สำหรับทวีปแอฟริกาตอนเหนือและทวีปเอเชียในเขตภูมิภาคตะวันออกกลางนี้ เหตุการณ์หนึ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย เพราะถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี 2011 และน่าจะถือได้ว่าเป็นมหากาพย์อีกเรื่องหนึ่งก็ว่าได้

เหตุการณ์ดังกล่าวได้แก่ เหตุการณ์ที่เรียกกันว่า อาหรับสปริง (Arab Spring) หมายถึง การลุกฮือประท้วงอย่างยิ่งใหญ่ของประชาชนในหลายประเทศในตะวันออกกลางและในแอฟริกาเหนือ

ไล่เรียงไปตั้งแต่ อียิปต์ ตูนิเซีย เยเมน ซีเรีย ลิเบีย บาห์เรน รวมไปถึงจอร์แดน และมีประชาชนบาดเจ็บล้มตายจากการประท้วง และการปะทะกับเจ้าหน้าที่ของแต่ละประเทศมากมายรวมกันแล้วหลายหมื่นคน

2011 โลกแห่งความวุ่นวายและไม่เสถียร(ตอนที่2)

 

สถานการณ์โดยรวมแล้ว ประชาชนเป็นผู้ชนะ มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำระดับประเทศในตำแหน่งประธานาธิบดีหลายคน ตัวอย่างเช่น ในอียิปต์ ตูนิเซีย และลิเบีย และกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในอีกหลายประเทศในรอบปี 2012

ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญของการประท้วงครั้งยิ่งใหญ่มาจากความต้องการสิทธิเสรีภาพ (Rights and Freedom) ของประชาชนที่ต้องทนตกอยู่ภายใต้การกดขี่ รังแกและเอารัดเอาเปรียบจากระบบอำนาจนิยม และการเล่นพวกเล่นพ้องแสวงหาผลประโยชน์เข้ากลุ่มก้อนของตนเองจากบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ มาเป็นระยะเวลาอันยาวนานหลายสิบปี

ขณะที่สิ่งที่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การประท้วงเป็นไปอย่างเข้มข้นและสามารถดึงมวลชนออกมาร่วมได้มากมายมหาศาลต้องยกให้เครื่องมือการสื่อสารที่เรียกว่า โซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่างเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ เป็นสำคัญ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว สะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงข้อหนึ่งที่ว่า โลกของเราต่อไปนี้จะให้ความสำคัญด้านความเท่าเทียมด้านสิทธิมนุษยชนมากยิ่งขึ้น และจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีมากด้วยเช่นกัน

สำหรับทวีปสุดท้าย ได้แก่ ทวีปเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คงจะต้องกล่าวได้ว่า นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 เป็นต้นไป จุดดึงดูดแห่งความสนใจของคนทั้งโลกหันมาจับตามองเอเชียมากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาการทางการเมืองหรือด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคก็ตาม

ผู้นำของเอเชียในยุคนี้คงจะต้องยกให้ประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ เนื่องจากมีอัตราความเจริญทางเศรษฐกิจสูงกว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

ขณะเดียวกัน คงจะต้องไม่ลืมความยิ่งใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นที่พยายามเรียกสถานะความเป็นมหาอำนาจแห่งเอเชียกลับคืนมา

ในส่วนกลุ่มประเทศอาเซียน (สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ซึ่งประกอบด้วย 10 ชาติสมาชิก ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา และไทย

สิ่งที่น่าจับตามองต่อจากนี้ไป ก็คงหนีไม่พ้นความพยายามในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ หรือที่รู้จักกันดีว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ให้สำเร็จลุล่วงตามกรอบเวลาที่กำหนดในปี ค.ศ. 2015 ว่าจะมีความสำเร็จไปได้มากน้อยแค่ไหน

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI