
ระวังโจรร้ายไฮเทค
ตำรวจเชื่อว่าอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจะมีสถิติพุ่งสูงในปี 2012 โดยคนร้ายจะใช้สังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด
โดย...วัสยศ งามขำ
ตำรวจเชื่อว่าอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจะมีสถิติพุ่งสูงในปี 2012 โดยคนร้ายจะใช้สังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด โดยมีเป้าหมายหลักมุ่งไปที่การฉ้อโกงทรัพย์สิน อาชญากรรมประเภทนี้กำลังแพร่ขยายตัวไปสู่สังคมระดับล่าง ขณะที่ตำรวจนครบาลก็มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าวายร้ายเมืองกรุงจะก่อเหตุที่เกี่ยวกับทรัพย์สินมากขึ้น
การคาดการณ์อาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นในปีนี้ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) เชื่อว่าจะมีอาชญากรรมที่เกิดจากสังคมออนไลน์เพิ่มมากขึ้น และจะขยายตัวไปสู่คนรากหญ้าจากเดิมที่อยู่ในสังคมเมือง ทั้งนี้ดูได้จากตลอดปีที่ผ่านมานั้น มักจะพบกลุ่มหรือแก๊งอาชญากร กระทำกับประชาชนทั้งในเมืองและต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการฉ้อโกงและหลอกลวงเกี่ยวกับการลงทุน
“ตามชุมชนหมู่บ้านคาดว่าจะมีแก๊งอาชญากรออกหลอกลวงให้ผู้คนหลงเชื่อในเหตุการณ์ต่างๆ คล้ายคลึงกับการหลอกลวง “คดีตกทอง” ในอดีตที่ผ่านมา แต่จะใช้เทคโนโลยีหรืออินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยในการหลอกลวงตามรูปแบบของในโลกยุคใหม่ คนร้ายหัวใหม่หรือวัยรุ่นจะใช้ Social Network หรือ Social Media ต่างๆ เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด” พล.ต.ต.สุพิศาล บอก
การใช้สังคมออนไลน์กระทำความผิดนั้น คนร้ายจะใช้ก่อเหตุเพื่อหลอกลวงและฉ้อโกงให้สูญเสียทรัพย์สิน หากร้ายแรงกว่านั้นก็อาจล่อลวงไปและทำอันตรายจนถึงแก่ชีวิต
นอกจากโลกไซเบอร์จะถูกคาดว่าเป็นช่องทางก่ออาชญากรรมเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์แล้ว กระแสการก้าวล่วงต่อสถาบันหลักของชาติหรือเบื้องสูง ก็จะเกิดขึ้นใน Social Network มากยิ่งขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ามีอันตรายมากต่อประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของความคิดและเข้าร่วมกระทำผิดโดยคาดไม่ถึง
นอกจากนั้น คดีเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังจะเกิดอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากปัญหาความยากจนหรือเหตุทางการเมืองก็ตาม มักจะใช้กำลังหมู่มากทำการชุมนุมประท้วงปิดถนน ต่อรองกับผู้ที่ได้ประโยชน์และเจ้าหน้าที่รัฐ จนกลายเป็นปัญหาวิกฤตด้านจราจร
“อาชญากรรมที่มีเหตุเกี่ยวข้องกับการเมือง เป็นเพราะระบบการตรวจสอบของภาคประชาชนและสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพรวดเร็ว ทันสมัย นับว่าจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น ตำรวจท้องที่นั้นๆ จะต้องประสบปัญหาในด้านการใช้กำลังและการบังคับใช้กฎหมาย และจะเกิดขึ้นทั่วทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ส่งผลให้มีการร้องทุกข์ร้องเรียน การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานของรัฐและนักการเมืองมากยิ่งขึ้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว
ผู้การกองปราบยังให้ความสำคัญกับการสืบสวนสอบสวนผู้กระทำผิดต่ออาชญากรรมข้ามชาติที่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของคดียาเสพติด ค้าอาวุธ ค้ามนุษย์ การฉ้อฉนด้วยระบบเทคโนโลยี และการก่อการร้าย
จึงมีแนวคิดที่จะต้องร่วมกันแก้ไขระบบการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยใช้ร่วมกันระหว่างประเทศ และพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ผนึกกำลังระดมปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติร่วมกัน ตลอดจนการเข้าร่วมการสอบสวนในคดีที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้บังเกิดผลทันที
ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. รับผิดชอบความปลอดภัยและอาชญากรรมในเมืองหลวง บอกว่า อาชญากรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์จะพุ่งขึ้นสูงแน่นอน เนื่องมาจากปัญหาน้ำท่วมที่ส่งผลให้คนตกงานจำนวนมาก ในขณะที่คนบางกลุ่มก็ขาดแคลนเงินซ่อมบ้าน ทำให้คนเหล่านี้หันหน้ามาเป็นโจร ตั้งแต่โจรลักเล็กขโมยน้อย ไปจนถึงการวิ่งราว ชิงทรัพย์ หรือรุนแรงขนาดรวมหัวกันบุกเข้าปล้นทรัพย์ เป็นต้น ที่น่าเป็นห่วงก็คือบรรดาร้านทองและธนาคาร ซึ่งจะกลายเป็นเป้าหมายต้นๆ ของการก่อเหตุ
ตำรวจจำเป็นต้องเริ่มปรับระบบสายตรวจใหม่ โดยให้ชาวบ้านและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์ เพราะในปีนี้จะเกิดขึ้นเยอะแน่ๆ
ทั้งนี้ ได้เริ่มทดลองนำร่องการปรับระบบสายตรวจกับโรงพัก 5 แห่งคือ สน.มีนบุรี สน.โชคชัย สน.บางเขน สน.ตลิ่งชัน และ สน.ภาษีเจริญ วิธีการคือให้ชาวบ้านมาเป็นแนวร่วมกับตำรวจสายตรวจ โดยการตั้งด่านแบบสลับเวลาโรงพักละ 3-4 ด่าน หลังจากนี้ไปก็จะมีการประเมินผล หากการทำงานเป็นไปได้ด้วยดีก็จะขยายไปทั่วทั้ง 88 โรงพัก ซึ่งจะทำให้ใน 1 วัน จะมีด่านตรวจในกรุงเทพมหานครมากถึง 250 แห่ง โดยใช้ตำรวจน้อยกว่าเดิม
วิธีการนี้ ผบช.น.เชื่อว่านอกจากจะลดอาชญากรรมแล้ว ยังสามารถจะลดปัญหารถซิ่งที่กำลังเป็นปัญหาของการจราจรในตอนกลางคืนได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาอาชญากรรมก็คือปัญหาใหญ่ของสังคม เมื่อโจรพัฒนารูปแบบการก่อเหตุ ตำรวจก็ต้องพัฒนาเพื่อยับยั้งการก่อเหตุเช่นเดียวกัน







