
เริมแล้วมหกรรม 7 วัน นับศพ ตำรวจ-ทหารป้องเหตุร้ายเต็มพิกัด
นับถอยหลังย่างเข้าปีใหม่ที่ทุกคนรอคอย ขณะที่หน่วยงานภาครัฐต่างขะมักเขม้นกับมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วง
นับถอยหลังย่างเข้าปีใหม่ที่ทุกคนรอคอย ขณะที่หน่วยงานภาครัฐต่างขะมักเขม้นกับมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วง
“7 วันมหาวิปโยคโศกนาฏกรรมทั่วไทย” ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 25544 ม.ค. 2555 โดยหวังใจว่าปีใหม่นี้ คนไทยจะได้เที่ยวพักผ่อนและเดินทางกลับบ้านพร้อมอวัยวะครบ 32
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ย้ำกับตำรวจทุกหน่วยให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ หรือโทร.แล้วขับ หากพบเห็นต้องดำเนินการทันที รวมถึงวัตถุต้องสงสัยต่างๆ หากประชาชนพบเห็นให้รีบแจ้งที่ 191 และห้ามแตะต้องอย่างเด็ดขาด
ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วางมาตรการกวดขันด้านจราจร 7 ข้อหาหลัก คือ แข่งรถในทาง ขับรถขณะเมาสุรา ขับรถย้อนศร ขับรถแซงในที่คับขัน จอดรถซ้อนคัน ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ และช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางท่องเที่ยว อย่างมีความสุขและปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่เตรียมตัวออกเดินทางอาจต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น เนื่องจากบางเส้นทางยังมีน้ำท่วมขังและพื้นผิวจราจรชำรุด
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ปรึกษา (สบ 10) พร้อมด้วย พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าถนนสาย 304 (บางบัวทองสุพรรณบุรี) อาจติดขัดบ้าง เนื่องจากมีการสร้างคันกั้นดินป้องกันน้ำท่วมเป็นทางยาว หากเกิดอุบัติเหตุจะทำให้เคลื่อนย้ายรถได้ลำบาก ประชาชนจึงต้องระมัดระวังมากขึ้น
สำหรับเส้นทางสายเอเซียและสายเหนือ เป็นถนนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมมากที่สุด โดยมีสะพานขาด 2 ช่วงที่ อ.สรรพยา จ.นครสวรรค์ ถึง อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี
ส่วนถนนสายตะวันออกและสายใต้การจราจรยังคงปกติ โดยเฉพาะบริเวณถนนเพชรเกษมยังสามารถควบคุมการจราจรได้ ขณะที่เส้นทางสายอีสานอาจมีติดขัดบ้างในบางช่วง
ทั้งนี้ ตำรวจตั้งเป้าว่าเทศกาลปีใหม่ครั้งนี้ ต้องลดอุบัติเหตุให้ได้อย่างน้อย 5% จากปีที่ผ่านมา และให้ผู้นำท้องถิ่นช่วยกันตั้งด่านเพิ่มเติม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุร่วมกัน
นอกจากมาตรการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนแล้ว เจ้าหน้าที่ยังต้องเฝ้าระวังการก่อเหตุด่วนเหตุร้ายและการก่อวินาศกรรม ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปีใหม่ โดย พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอเตือนผู้ที่ชอบยิงปืนขึ้นฟ้าในวันปีใหม่ ถือเป็นความผิดร้ายแรง เพราะอาจทำให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ มีโทษฐานฆ่าคนตาย ระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต และหากพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ มีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 5 ปี ปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) ของกรมสรรพาวุธ ทบ. เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังสั่งให้เตรียมพร้อมด้านอากาศยาน เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน เพื่อรับสถานการณ์ไฟไหม้และการลำเลียงคนออกจากอาคาร
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ได้สั่งการให้ทหาร 5 กองร้อย เตรียมพร้อมรักษาการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทั้ง 50 เขต เมื่อถึงเวลาต้องพร้อมออกปฏิบัติหน้าที่
“บ้านเมืองเราเสียหายมาหลายปีแล้ว ปีนี้ขอให้คนไทยมีความสุข และให้ทหารได้มีความสุขบ้าง” ผบ.ทบ. กล่าว







