
กมธ.ห่วงไอซีทีปิดเว็บหมิ่น
กมธ. ห่วงไอซีทีจัดการเว็บหมิ่นไม่ได้ พร้อมสั่งทีโอที-กสทฯ เตรียมพร้อมก่อนหมดสัมปทาน
กมธ.ห่วงไอซีทีจัดการเว็บหมิ่นไม่ได้ พร้อมสั่งทีโอที-กสทฯ เตรียมพร้อมก่อนหมดสัมปทาน
ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้เข้าพบ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เพื่อตรวจสอบการทำงานในส่วนของการปราบปราบเว็บไซต์หมิ่นสถาบันที่ไอซีทีเคยชี้แจงต่อรัฐสภาว่าได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 6 หมื่นยูอาร์แอล จึงข้องใจว่าเหตุใดต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีก 1 ชุด ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานและใช้งบประมาณสูงถึง 400 ล้านบาท
ทั้งนี้ ประเด็นเว็บหมิ่นสถาบันเป็นเรื่องที่ กมธ.ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด และค่อนข้างเป็นห่วงถึงการทำงานของกระทรวงไอซีที ซึ่งหลังจากนี้ จะเรียกคณะกรรมการชุดใหม่ที่ตั้งขึ้นเข้ามาชี้แจงถึงการทำงานอีกครั้งว่ามีแนวทางการจัดการในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
นอกจากนี้ ยังห่วงหน่วยงานในสังกัดของไอซีที 2 แห่ง คือ บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ที่สัมปทานของเอกชนกำลังใกล้หมดอายุ และจะส่งผลให้รายได้หลักของทีโอทีและ กสทฯ หายไป ซึ่งหากไม่เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับ อนาคตของทั้งสองหน่วยงานอาจมีปัญหา
ส่วนเรื่องการประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์ 3 จี นั้น ได้ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ชี้แจงแล้ว ซึ่งต้องให้เวลา กสทช.ดำเนินการเรื่องแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ ที่คาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาช่วงเดือน มี.ค.2555 ให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะเข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้อีก ครั้ง
น.อ.อนุดิษฐ์ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการร่วม ระหว่างทีโอที และ กสทฯ เพื่อดูแลเรื่องแผนธุรกิจใหม่ที่จะมารองรับหลังสัมปทานหมดลง เช่น การใช้โครงข่ายร่วมกัน หรือ แนวทางการทำธุรกิจที่จะช่วยสร้างรายได้มากขึ้นโดยที่จะต้องไม่แข่งขันกันเอง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มี 2 โครงการที่ทั้งทีโอทีและ กสทฯ ต้องพิจารณาร่วมกัน คือ โครงการเอ็นจีเอ็นของทีโอทีและ เอฟทีทีเอกซ์ของ กสทฯ รวมมูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน เพราะเป็นโครงการเกี่ยวกับการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งคู่ ซึ่งทั้งทีโอทีและกสทฯ ต้องเสนแผนให้ไอซีทีพิจารณาใหม่
ขณะที่เรื่องการให้บริการของผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย ได้สั่งให้ส่งแผนการเตรียมความพร้อมและการป้องกันหากเกิดปัญหาเรื่องเครือข่ายล่ม เพื่อไม่ให้กระทบกับการให้บริการประชาชน หลังจากเกิดกรณีของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว







