posttoday
ใกล้หมดเวลาเผด็จการ

ใกล้หมดเวลาเผด็จการ

28 ธันวาคม 2554

มรรควิธี “บรรเทาความเสียหาย” “เฉพาะพื้นที่” ที่เกิดจากความคิดที่เห็นแก่ตัวของผู้ปกครอง “คนส่วนน้อย”

มรรควิธี “บรรเทาความเสียหาย” “เฉพาะพื้นที่” ที่เกิดจากความคิดที่เห็นแก่ตัวของผู้ปกครอง “คนส่วนน้อย”

โดย..จำลอง บุญสอง

ของระบอบเผด็จการ แม้สามารถทำให้ “พื้นที่” ผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของพวกเขาไม่ถูกน้ำท่วมได้ก็จริง แต่การกันและการเบี่ยงเบนน้ำออกนอกเส้นทางกลับไปทำให้คนที่อยู่ “นอกเขตบรรเทาความเสียหาย” เกิดความ “พินาศ” อย่างร้ายแรง

“วิธีคิด” ที่เห็นคนนอกพื้นที่ผลประโยชน์ผู้ปกครอง “ไม่ใช่คนเสมอตน” แต่เป็น “ทาส” ที่มีหน้าที่ “รับทุกข์” แทนตนนั้น เป็นวิธีคิดของ “มหาอภิสิทธิ์ชน” ที่คิดว่าตัวเองเป็น “นาย” ทั้งๆ ที่ “ความเป็นนายทาส” ที่พวกเขาคิดนั้นควรจะ “หมด” ไปพร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงของยุคนานมาแล้ว

แต่ที่ความเป็น “นาย” ยังไม่สิ้นมนต์ไป ก็เพราะมหาอภิสิทธิ์ชนเหล่านั้น “ใช้ความเจ้าเล่ห์ทางการเมือง” หลอกประชาชนด้วยการ “ทำซ้ำ” ให้ประชาชน “จำนน” ต่อความเป็นมหาอภิสิทธิ์ชนของพวกเขา หลอกให้ประชาชนยอมรับสภาพ “กินน้อยใช้น้อย” ตามอัตภาพ เชื่อใน “กรรมเก่า” แบบจิตนิยม ไม่นำมาซึ่งการดิ้นรนต่อสู้ทางการเมืองเพื่อ “ดับทุกข์” อันเกิดจากการเอารัดเอาเปรียบของอำนาจปกครองของเผด็จการ ออกกฎหมาย “ปกป้องเผด็จการ” ขึ้นมาคุ้มกันระบอบเผด็จการเอาไว้

ไม่เพียงแต่เท่านั้น เผด็จการยังหลอกประชาชนให้ “เข้าใจผิด” ไปว่า “การเลือกตั้ง” คือประชาธิปไตย ทั้งที่การเลือกตั้งเป็นแค่วิธีการให้ได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตยเพียงวิธีหนึ่งเท่านั้น และในจำนวนผู้ที่ถูกส่งให้มาเลือกตั้ง ก็มีแต่ “นกกระสา” ที่ส่งมาให้ “กินกบ” ด้วยกัน การปกครองตลอดระยะเวลา 80 ปีที่ผ่านมา เป็นประชาธิปไตยแต่เพียงรูปแบบ แต่ตราบใดที่อำนาจอธิปไตยไม่ได้เป็นของปวงชน เราก็จะได้ “ระบอบเผด็จการ ระบบรัฐสภา” มากินเลือดเนื้อและแรงงานประชาชนอยู่ร่ำไป

วันใดวันหนึ่งระบอบเผด็จการ ระบบรัฐสภาทำท่าจะ “ไปไม่ไหว” เผด็จการก็จะส่งสัญญาณให้นายทหารออกมาทำการรัฐประหาร “สับขา” หลอกปกครองประชาชน แต่เผด็จการโดยพรรคทหารก็อยู่ไม่ได้นาน เพราะต่างชาติกดดันแถมประชาชนและนายทุนน้อยมีการต่อต้านมาก เผด็จการจำใจต้องสั่งให้มีการร่างรัฐธรรมนูญเลือกตั้งใหม่เพื่อลดแรงกดดัน แต่การเลือกตั้งใหม่เราก็ได้ “คนหน้าเดิม” “พรรคเดิม” เสาค้ำเผด็จการที่ไม่มีวันเกษียณ แบบหลอกกันเห็นๆ!

พรรคการเมืองแต่ก่อนก็มีแต่ “นอมินี” ของ “นายทุนผูกขาด” แต่เดี๋ยวนี้ นายทุนผูกขาดกระโดดลงมาเล่นการเมืองเอง สภาผู้แทนจึงเป็นสภานายทุนหรือตัวแทนนายทุน เป็นสภาผัวสภาเมีย โดยไม่มี “ตัวแทน” ที่มีลักษณะของกรรมกร ชาวไร่ ชาวนาเลย ใคร “ปากกล้าขาแข็ง” ก็ถูกเผด็จการก็เชิญชวนมาเป็น “อนุกรรมาธิการ” มีหน้าที่แค่เสนอ “ความเห็น” แต่ไม่มี “อำนาจ” นั่นคือการ “ต้ม” โดยแท้

วันนี้เผด็จการจ้างลูกหาบออกมาโฆษณาชวนเชื่อว่า “เมืองไทยนี้ดี” เพราะมีคนส่วนน้อยเป็น “ผู้ปกครอง” ทั้งที่แท้จริงแล้ว ประชาชนกำลังสำลักทุกข์อยู่เห็นๆ พวกเขาบอกว่ากำลังหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความไม่สามัคคี ทั้งๆ ที่แนวทางนั้นมีอยู่แล้วก็คือแนวทางสร้างประชาธิปไตยตามนโยบาย 66/23 ไม่ต้องหาที่ไหนอีก

ที่ผ่านมาเผด็จการแบ่งขั้ว “ทะเลาะกันเอง” เพื่อแย่งกระดูกประชาชน วันนี้เขาแกล้งทะเลาะกันเองเพื่อ “หลอก” ให้ประชาชน “หลงละครน้ำเน่า” หลอก “คน” ที่ “ให้ไปตาย” เพื่อประโยชน์ของผู้ปกครอง “เหลืองแดง” วิธีการดังกล่าวไม่ต่างอะไรกับ “นักต้มตุ๋น” ใน “วงไพ่” ที่ทะเลาะกันหลอกเหยื่อ ท้ายที่สุดก็แอบมาแบ่งเงินกันยามลับตาคน

วันนี้พวกเขา “โยนไพ่เก่า” “สำรับใหม่” คือไพ่ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ” ขึ้นมาหลอกประชาชนอีก ด้วยการใช้ “สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ” “หน้าใหม่” มา “หลอก” ให้ประชาชนมา “เล่นไพ่” เผด็จการอีก เหมือนครั้งที่มารุตโยนไพ่เก่า สำรับใหม่ให้ “นพ.ประเวศ วะสีและพวก นำไปหลอกประชาชนเมื่อปี 2540 แต่น่าเชื่อว่าการหลอกครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้าย เพราะสถานการณ์ในวันนี้เป็นสถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูง ที่ประชาชนสามารถเข้าใจได้ว่า รัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นฉบับไหนก็จะไม่ใช่คำตอบ และคำตอบอยู่ที่การ ทำให้อำนาจอธิปไตยคนส่วนน้อยมาเป็นของปวงชน เท่านั้น

เผด็จการอาจจะหลอกประชาชนมาได้ถึง 80 ปี แต่วันหนึ่งประชาชนก็ย่อมจะจับได้ว่า การปกครองของฤษีนั้นเป็นการปกครองของฤษีที่แอบ “กินเหี้ย” ตลอดมาแล้ว “ชื่อเสียงเกียรติยศ” “จอมปลอม” ที่โฆษณาชวนเชื่อเอาไว้ก็จะหายไปเพียงชั่วพริบตา

ไม่เชื่อก็คอยดู!  

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้