
แฉนักการเมืองรุกป่าดงพะทาย
สส.นครพนม แฉนักการเมืองรุกป่า "ดงพะทาย" จี้รัฐทวงคืนเตรียมส่ง ป.ป.ช.-ดีเอสไอ หลังคดีในพื้นที่ไม่คืบ รมว.ทรัพย์ฯ ยันทำผิดต้องดำเนินคดี
สส.นครพนม แฉนักการเมืองรุกป่า "ดงพะทาย" จี้รัฐทวงคืนเตรียมส่ง ป.ป.ช.-ดีเอสไอ หลังคดีในพื้นที่ไม่คืบ รมว.ทรัพย์ฯ ยันทำผิดต้องดำเนินคดี
นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามทั่วไปเรื่อง ปัญหาการบุกรุกที่ดินทำกินบริเวณผืนป่าดงพะทาย จ.นครพนม โดยระบุว่า ที่ดินดังกล่าวได้ถูกกลุ่มนักการเมืองเข้าไปกว้านซื้อเพื่อปลูกบ้านพักอาศัยและทำสวนยางพารา และบริเวณที่นักการเมืองบุกรุก จะมีการตัดถนนลาดยางเข้าไปด้วยเสมอ เรื่องนี้คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่กลุ่มนักการเมืองก็ยังบุกรุกต่อไป จนที่รกร้างว่างเปล่าไม่เหลือแล้ว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสำนักงานที่ดินอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมได้เข้าสอบสวนสิทธิการถือครองได้เพียง 499 แปลง ยังเหลืออีก 1,043 แปลงที่เจ้าหน้าที่อ้างไม่มีงบดำเนินการ
นางมนพร กล่าวว่า ขอถามว่ารัฐบาลมีนโยบายจัดการการบุกรุกที่ดินอย่างไร และจะนำที่ดินที่มีการบุกรุกดังกล่าวคืนมาอย่างไร และต้องเร่งรัดให้ผู้บุกรุกออกจากพื้นที่และดำเนินคดีอาญา เพราะเรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนไปดองอยู่ที่ สภอ.ท่าอุเทน เพราะมีการลูบหน้าปะจมูก ยืนยันไม่ได้ทำเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือทางการเมือง แต่จะส่งเรื่องให้ทั้ง ป.ป.ช. ป.ป.ง. และ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษเพื่อเร่งรัดดำเนินการเป็นคดีอาญาให้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ยังพบว่า มีการตั้งโรงงานแปรรูปยางพาราของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ในยุครัฐมนตรีคนหนึ่ง อยู่ฝั่งตรงข้ามป่าดงพะทายและมีนายทุนเข้าไปเตรียมพื้นที่เพื่อปลูกยางรอไว้แล้ว จึงอยากให้สตง. ป.ป.ช. ไปตรวจสอบด้วย
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวชี้แจงแทนนายกฯ ว่า เดิมที่ช่วงปี 2517-2520 พื้นที่ป่าดงพะทาย รัฐได้จัดสรรที่ทำกินให้ประชาชนจำนวน 1.8 พันไร่ โดยมีเงื่อนไขออกใบจองและต้องทำกินอยู่ติดต่อกัน 3 ปี จากนั้นกรมที่ดินจะออก นส.3ก. และโฉนดที่ดินให้ แต่มีเกษตรกรบางส่วนได้ใบจองแล้วไม่เข้าไปทำกิน ปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นเข้าไปครอบครองแทน
ดังนั้น หากมีบุคคลใดเข้าไปก่อสร้างหรือไม่มีสิทธิทำกิน แต่เข้าไปทำกิน ถือว่าผิดกฎหมาย จึงขอให้เกษตรกรเจ้าของสิทธิ ทำเรื่องร้องเรียนมายัง รมว.มหาดไทยได้เลย เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ หากพบว่าผิดจะดำเนินการ ยืนยันทุกคนในประเทศไทยต้องใช้กฎหมายเดียวกัน







