
ลดเบี้ยประกันเมาไม่ขับ
คปภ.ปิ๊งไอเดีย ให้รางวัลเมาไม่ขับ ให้ประกันลดเบี้ยประกันรถยนต์ให้ 10% หวังลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
คปภ.ปิ๊งไอเดีย ให้รางวัลเมาไม่ขับ ให้ประกันลดเบี้ยประกันรถยนต์ให้ 10% หวังลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า คปภ.จะเปิดตัวกรมธรรม์เมาไม่ขับในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ กรมธรรม์ดังกล่าวจะรับประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท หากผู้ทำประกันระบุหากเกิดเหตุจะไม่ดื่มสุราหรือของมึนเมาโดยเด็ดขาดก็จะลดเบี้ยประกันให้ 10% จากราคาปกติ แต่การคุ้มครองเหมือนดิม
ในเบื้องต้นจะมีบริษัท ทิพยประกันภัย เป็นแกนนำขายประกันเมาไม่ขับ และจะมีบริษัทประกันต่างๆ เข้ามาร่วมขายเพิ่มในอนาคต คาดว่าจะได้รับความสนใจจากผู้ขับรถจำนวนมาก เพราะผู้ขับรถที่ไม่ดื่มสุรามากกว่าดื่มสุรา
สำหรับเงื่อนไขของกรมธรรม์ผู้ขับขี่ในขณะที่เกิดเหตุจะต้องไม่ดื่มสุราโดยเด็ดขาด หากตรวจพบมีการดื่มสุราประกันจะไม่จ่ายชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น แต่ว่ากรมธรรม์ยังมีผลคุ้มครองต่อไปจนครบอายุ
อย่างไรก็ดี การคุ้มครองของกรมธรรม์ปกติในปัจจุบันยังอนุญาตให้ผู้ขับขี่รถยนต์ดื่มสุราได้ โดยต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทางประกันภัยก็ยังจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ
“สำหรับกรมธรรม์เมาไม่ขับต้องการส่งเสริมให้คนไม่ดื่มสุราในขณะที่ขับรถเลย เพื่อลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่มีการเดินทางจำนวนมาก” นายวิรุฬ กล่าว
กรมธรรม์เมาไม่ขับจะเปิดตัวในวันที่ 23 ธ.ค.2554 โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะไปเป็นประธานเปิดตัวกรรมธรรม์เมาไม่ขับ ซึ่งค่าเบี้ยประกันจะถูกกว่าประกันปกติ 10% แต่การคุ้มครองจะเท่ากับการประกันในราคาปกติอย่างไรก็ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ผู้ขับขี่ในขณะที่เกิดเหตุจะต้องไม่ดื่มสุราอย่างโดยเด็ดขาด หากตรวจพบมีการดื่มสุรา ประกันจะไม่ไม่จ่ายชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น แต่ว่ากรรมธรรม์ยังมีผลคุ้มครองต่อไปจนครบอายุ
ทั้งนี้ สำหรับการคุ้มครองของกรรมธรรม์ปกติในปัจจุบัน ยังอนุญาตให้ผู้ขับขี่รถยนต์ดื่มสุราได้ โดยต้องมีปริมาณแอลกอฮอลไม่เกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทางประกันภัยก็ยังจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ
แต่สำหรับกรรมธรรม์เมาไม่ขับต้องการส่งเสริมให้คนไม่ดื่มสุราในขณะที่ขับรถเลย เพื่อลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน โดยเฉพาะในช่วงเทศการณ์วันหยุดยาวที่มีการเดินทางจำนวนมาก
แหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า บริษัทประกันวินาศภัยทั้งหลายยังไม่สนใจที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ โดยขอศึกษาผลดีผลเสียก่อน







