
สับขาหลอกแค่ลดกระแสต้าน สุดท้ายแก้แน่รธน.
สังคมมึนงงกับท่าทีของพรรคเพื่อไทยว่าจะเอาอย่างไรกับ “ปมร้อน” อย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการออกกฎหมายนิรโทษกรรม
โดย...ทีมข่าวการเมือง
สังคมมึนงงกับท่าทีของพรรคเพื่อไทยว่าจะเอาอย่างไรกับ “ปมร้อน” อย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการออกกฎหมายนิรโทษกรรม
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาแกนนำพรรคเพื่อไทยพูดขัดแย้งให้เกิดความสับสนกับหวัง “ลับลวงพราง” ไม่ให้เกิดแรงต้านจากที่รัฐบาลเตรียมทำภารกิจใหญ่ที่มีความเสี่ยงทางการเมืองสูง
เพราะในบรรยากาศที่กำลังเข้าสู่เทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ผลกระทบจากน้ำท่วมที่หลายล้านครัวเรือนอยู่ในภาวะชอกช้ำ หากรัฐบาลผูกปมสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้นอีก ก็จะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธารัฐบาลยิ่งขึ้น
แทนที่จะแก้ปัญหาปากท้อง ฟื้นฟูผลกระทบน้ำท่วม พรรคเพื่อไทยกลับเปิดเกมใหม่ให้เกิดชนวนความวุ่นวายทางการเมือง และนำประเทศไทยเข้าสู่ “ความเสี่ยง” ดังที่นักธุรกิจสะท้อนผ่านโพลล่าสุดว่า เป็นห่วงการเผชิญหน้าที่อาจเกิดขึ้นจากการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ตามเป้าหมายแล้ว ปี 2555 รัฐบาลจะเปิดเกมครั้งใหญ่ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเพื่อล้างบางองค์กรอิสระ นิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แม่ทัพเพื่อไทย เปิดแผนให้เห็นชัดๆ ว่า จะออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแน่นอน และทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ สุเทพ เทือกสุบรรณ กำลังถูกดึงให้ตกเป็นจำเลยในคดีสังหารประชาชนในเหตุการณ์ชุมนุมขับไล่รัฐบาลปีที่แล้ว ก็จะได้รับอานิสงส์ด้วย
เป็นแผนให้เห็นว่า การออกกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ได้ทำเพื่อฝ่ายเพื่อไทย แต่ประชาธิปัตย์ก็ได้ประโยชน์เช่นกัน
แต่หลังประชาชนเดือดร้อนจากผลกระทบน้ำท่วม พรรคเพื่อไทยก็ผ่อนคันเร่งเกมรุกการเมืองนัยว่าแคร์ความรู้สึกประชาชน
เมื่อสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย พรรคเพื่อไทยก็กลับมาจุดพลุว่า จะยกเครื่องแก้กฎหมายที่เป็นผลพวงจากการปฏิวัติ 19 ก.ย.
สุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ย้ำว่า ทันทีที่เปิดสภาสมัยนิติบัญญัติในปลายเดือน ธ.ค. 2554 จนถึงกลางเดือน เม.ย. 2555 พรรคจะเดินหน้ารื้อใหญ่ทั้ง พ.ร.บ.กลาโหม เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลย้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นเก้าอี้ผู้บัญชาการทหารบก ตามด้วยการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และแก้ไขรัฐธรรมนูญ
พร้อมคำขู่ ถ้าไม่แก้ปมเหล่านี้ที่ฝ่ายเพื่อไทยมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการขยายอำนาจของรัฐบาล ก็อาจเกิด “สงครามกลางเมือง” เหมือนในสหรัฐอเมริกา ที่ฝ่ายเหนือ-ใต้รบกันนองเลือด
การจุดไฟกลางเมืองเล่นเอานักธุรกิจและหลายฝ่ายวิตกกังวลประเทศจะเข้าสู่ความเสี่ยงในปีหน้า ทั้งที่ยังมีปัญหาการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบน้ำท่วมที่สร้างความเสียหายมหาศาลนับล้านล้านบาท
เพื่อดับกระแสนี้ พรรคเพื่อไทยส่ง พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค ออกมาปฏิเสธว่า จะยังไม่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วง 4 เดือนข้างหน้าที่จะถึงนี้ เพราะพรรคเห็นว่า ประเทศไทยยังบอบช้ำ ต้องฟื้นฟูความเสียหายจากอุทกภัย พรรคจึงชะลอการนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และ พ.ร.บ.กลาโหม แต่จะหยิบยกกฎหมายอื่นที่มีประโยชน์ต่อประชาชนมาพิจารณา รวมถึงมี พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ที่ค้างการพิจารณาอยู่
แต่เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง สส.กลุ่มเสื้อแดงและแกนนำเสื้อแดง นำโดย นพ.เหวง โตจิราการ วรวุฒิ วิชัยดิษฐ ออกมาหักพรรคเพื่อไทยว่า อย่างไรเสียต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่นอนทันทีที่เปิดสภา ถ้าเพื่อไทยไม่ทำ คนเสื้อแดงจะทำเอง
ก่อนจะเปิดโมเดลร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ให้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. จำนวนประมาณ 90 คน ประกอบด้วย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 77 คน และจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 20 คน รอมอบให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพแก้ไข เชื่อว่าในต้นปี 2555 ก็จะเริ่มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
นพ.เหวง บอกว่า ส.ส.ร.จะใช้เวลาทำงานประมาณ 1 ปี ตามขั้นตอนจะมีการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายในต้นปี 2556
นาทีนี้ จึงฟันธงได้ว่า พรรคเพื่อไทยจะตะลุยเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่นอน ที่ออกมาบอกว่า จะชะลอเป็นเพียงดับกระแสไม่ให้ร้อนในเทศกาลปีใหม่ เพราะถ้าไม่แก้ในสมัยประชุมสภานี้ที่จะปิดสภาในวันที่ 18 เม.ย. 2555 และเปิดอีกครั้งในเดือน ส.ค. 2555 ก็อาจไม่ทันการณ์ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องใช้เวลานานแรมปี
สถานการณ์ของเพื่อไทยที่เพิ่งเป็นรัฐบาล 4 เดือนนี้ จึงเหมาะที่สุดที่จะเร่งเครื่องทำเรื่องร้อนๆ เพราะยังสด ไม่มีแผลการคอร์รัปชันที่จะเป็นตัวฉุดให้ทำเรื่องใหญ่ลำบาก
ส่วนการเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ค่อนข้างชัดเจนว่าจะรอให้กรรมาธิการชุดปรองดองในสภา ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธาน ทำผลสรุปออกมาก่อน คาดว่าจะใช้เวลา 4-6 เดือนตามจังหวะการเมือง เพราะหากพรรคเพื่อไทยเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเอง จะหมดความชอบธรรมถูกมองได้ว่าช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ จึงต้องอาศัยความชอบธรรมจากกลไกในสภากรรมาธิการปรองดองชุดนี้
ทุกก้าวย่างของพรรคเพื่อไทย จึงหายใจเข้าหายใจออกเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมืองใหม่ที่เอื้อประโยชน์กับพรรคเพื่อไทย ไม่รีบทำก็หมดโอกาส







