posttoday
ศาลให้7มาบตาพุดเดินหน้าต่อ

ศาลให้7มาบตาพุดเดินหน้าต่อ

25 กุมภาพันธ์ 2553

 

หลังลงพื้นที่ดู22ก.พ.ที่ผ่านมา องค์การอิสระเลื่อนตั้งไปเม.ย.

โพสต์ทูเดย์ — ศาลปกครองกลางให้ 7 จาก 11 โครงการ เดินหน้าก่อสร้างจนเสร็จและติดตั้งทดลองเดินเครื่องจักรได้

นายภานุพันธ์ ชัยรัต ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนร้องขอดำเนินการต่อโครงการมาบตาพุด 11 โครงการ มีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าของโครงการขยายท่าเทียบเรือขนถ่ายสารปิโตรเคมีและคลังเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินอล, โครงการผลิตเมธิลเมตาคลีเลตโรงงานที่ 2 ของบริษัท ไทยเอ็มเอ็มเอ, โครงการขยายกำลังการผลิตโพลิเอททีลีน ของบริษัท สยามโพลิเอททีลีน, โครงการผลิตโพลิเอททีลีน ประเภทอุตสาหกรรม ของบริษัท สยามเลเทกซ์สังเคราะห์, โครงการผลิตเม็ดพลาสติกโพลิเอททีลีน ของบริษัท ไทยโพลิเอททีลีน, โครงการบีสฟีนอลเอ ประเภทอุตสาหกรรม ของบริษัท พีทีที ฟีนอล และโครงการผลิตเหล็กส่วนขยายของบริษัท บี อาร์ พี สตีล ดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้

ทั้งนี้ โครงการของ 7 บริษัทดังกล่าวเป็นโครงการที่อัยการฝ่ายคดีปกครองยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุญาตให้ดำเนินการต่อไปได้ ภายหลังจากนายภานุพันธ์ และคณะตุลาการศาลปกครองกลางรับผิดชอบสำนวนลงพื้นที่เผชิญสืบนิคมอุตสาหกรรมาบตาพุดเมื่อวันที่ 22 ก.พ.

ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ศาลปกครองกลางจึงมีคำสั่งให้โครงการทั้ง 7 บริษัทสามารถก่อสร้างส่วนที่เหลือต่อไปจนแล้วเสร็จ ติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ทดลองระบบที่เกี่ยวข้องและทดลองเดินเครื่องจักร โดยให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กับพวก ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวม 8 ราย ผู้ถูกฟ้องคดี ทำการตรวจสอบแต่ละโครงการที่ถูกฟ้องให้เป็นไปตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด

นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า เตรียมหารือกับอัยการเพื่อขอผ่อนผันกับศาลเพิ่มอีก 4 โครงการ เพื่อให้ดำเนินการลักษณะเดียวกับ 9 โครงการที่ได้รับการผ่อนผันครั้งนี้ เนื่องจากเป็นโครงการที่อยู่ในกระบวนการที่จะเริ่มก่อสร้าง แม้ไม่ได้อยู่ระหว่างก่อสร้าง แต่ก็มีการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างไว้หมดแล้ว ซึ่งประกอบไปด้วย 1.บริษัท เอ็มทีพี เอชพี เจวี (ประเทศไทย) 2.บริษัท วินีไทย 3.บริษัท อมตะ สตรีม ซัลพลาย และ 4.บริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์

ทั้งนี้ โครงการทั้ง 64 โครงการที่ถูกศาลสั่งระงับการดำเนินการ มีมาขอคำปรึกษาแล้ว 58 โครงการ มีโครงการที่กำลังเริ่มจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ(เอชไอเอ) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 แล้ว 46 โครงการ ส่วนการที่จะมีโครงการถูกฟ้องเพิ่มอีกนั้น คงห้ามไม่ได้ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ขณะนี้มุมมองของศาลฯ อาจเปลี่ยนไปหลังจากมีระเบียบปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 ออกมา

อย่าไงรก็ตามทางกระทรวงอุตสาหกรรมเสนอไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เสนอไปยังนายกรัฐมนตรี จัดประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในช่วงต้นเดือนมี.ค. เพื่อให้มีข้อสรุปเกี่ยวกับประเภทกิจการรุนแรงออกมา และในช่วงต้นเดือนมี.ค. ทางคณะกรรมกาส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) จัดประชุมเพื่อหารือถึงแนวทางการส่งเสริมการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งหากสามารถจัดประชุมทั้ง 2 คณะนี้ได้ น่าจะเป็นผลดีต่อการไปชี้แจงกับนักลงทุนญี่ปุ่น ที่นายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง นำทีมไปช่วง 1112 มี.ค.นี้******โพสต์ทูเดย์ – ขอขยายเวลาตั้งองค์การอิสระออกไปอีก 1 เดือน หวั่นตั้งไม่เสร็จตามเวลาเดิมที่กำหนดไว้ที่ปลายเดือนมี.ค. เพราะการสื่อสารยังไม่ทั่วถึง และข่าวอื่นกลบความสนใจ

นายสุทธิ อัฌชาศัย ตัวแทนเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการประสานงานการจัดตั้งองค์การอิสระ ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ได้เสนอขอขยายเวลาการจัดตั้งองค์การอิสระเฉพาะกาล ต้องเลื่อนออกไปอีก 1 เดือน หรือจะเสร็จเดือนเม.ย.จากเดิมที่กำนดให้จัดตั้งให้เสร็จภายใน 60 วัน นับจากวันที่คณะกรรมการประสานงานฯ ถูกแต่งตั้งขึ้น ซึ่งมีกำหนดให้เสร็จภายในเดือนมี.ค. 2553 เลื่อนไปจนถึงเดือนเม.ย. 2553

ทั้งนี้ เนื่องจากการสื่อสาร การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์การอิสระยังไม่ทั่วถึง รวมทั้งการเข้าร่วมของคนในสังคมยังมีน้อย ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันเข้ามากลบกระแสความตื่นตัวของคนในเรื่องดังกล่าว ส่งผลให้ประเด็นนี้ไม่อยู่ในความสนใจของคน

นอกจากนี้ ยังมองว่าคุณสมบัติที่กำหนดไว้อาจจะมากเกินไป จนตัดสิทธิ์ผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมจำนวนหนึ่งออกไป เช่น ต้องมีประสบการณ์ทำงานด้านนี้8 ปี เป็นต้น ดังนั้นทางคณะกรรมการประสานงานฯ จะต้องทำการประชาสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งส่งหนังสือเชิญโดยตรงไปยังองค์กรต่างๆ ให้เสนอรายชื่อเป็นตัวแทนเข้ามา

นายสุทธิ กล่าวว่า สำหรับการจัดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดขอนแก่น จะจัดขึ้นในวันที่ 25 ก.พ. นี้ โดยการเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการเข้าร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องใหม่ โดยจะเปิดให้มีการเข้าร่วมของภาคประชาชนมากขึ้น เนื่องจากการจัดเวทีในครั้งแรกที่จ.เชียงใหม่ ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชน เพราะกำหนดลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ หรือส่งจดหมายลงทะเบียนเข้ามา ประชนชาจึงไม่ทราบข้อมูลเท่าที่ควร ทำให้ความคิดเห็นที่ออกมาเป็นไปตามที่เอกชนต้องการ

ขณะที่ประเด็นที่คาดว่าจะมีการอภิปรายกันในครั้งนี้อย่างมาก น่าจะเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่ โรงไฟฟ้า และเขื่อน เป็นต้น เพราะในพื้นที่ภาคตะวันออกฉียงเหนือประชาชนได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมดังกล่าวค่อนข้างมาก

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ โฆษกคณะกรรมการ 4 ฝ่าย แก้ไขปัญหามาบตาพุด กล่าวว่า การแก้ปัญหาผู้เข้าร่วมการเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จะกำหนดให้มีคนเข้าร่วมจำนวน 300 คน แบ่งเป็น 150 คนมาจากการลงทะเบียน และอีก 150 คน จะแบ่งเป็นกลุ่ม 5 กลุ่ม ประกอบด้วย ประชาชน องค์การภาคประชาชน (เอ็นจีโอ) รัฐบาล นักวิชาการ และเอกชน กลุ่มละ 30 คน เพื่อให้มีสัดส่วนการเข้าร่วมที่เท่าเทียมกัน

ขณะที่การเสนอชื่อจัดตั้งองค์การอิสระคาดว่า 3 วันสุดท้าย น่าจะมีผู้เสนอชื่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งในส่วนของเอ็นจีโอไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ แต่กังวลในส่วนตัวแทนจากภาคสถาบันการศึกษามากกว่า เพราะผู้เข้ามาจะต้องเสียสละทำงานเพิ่มขึ้น จากงานประจำที่มีอยู่

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การจัดตั้งองค์การอิสระเฉพาะกาลที่อาจต้องเลื่อนออกไปอีก 1 เดือนจากกำหนดเดิมนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของภาคเอกชน เนื่องจากกิจการที่จะต้องทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) คาดว่าจะใช้เวลานานพอสมควรซึ่งขณะนี้หลายแห่งได้เริ่มทยอยจัดทำอยู่

นายประสาน ตันประเสริฐ ประธานคณะกรรมการบริหารการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(บอร์ดกนอ.) กล่าวว่า กนอ.คงจะต้องรอนโยบายจากคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเกี่ยวกับการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่หน่วยงานอนุมัติ อนุญาติต้องดำเนินการว่าจะให้เปิดรับฟังเป็นกลุ่มกิจการได้หรือไม่เนื่องจากเห็นว่าหากพื้นที่เดียวกัน เป็นประเภทกิจการใกล้กันควรจะทำครั้งเดียวหากไม่เช่นนั้นค่าใช้จ่ายจะสูง อย่างไรก็ตามหลักการแล้วในที่สุดภาระดังกล่าวเอกชนควรจะเป็นผู้จ่ายซึ่งการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มจะเป็นแนวทางหนึ่งในการดำเนินงานแต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน