posttoday
มหกรรมช่วย(ลูกหนี้)ด้วย

มหกรรมช่วย(ลูกหนี้)ด้วย

05 ธันวาคม 2554

ถึงตอนนี้พิษน้ำท่วมได้กระจายวงกว้างกว่าที่หลายคนคิด และอาจจะมากกว่าที่ใครๆ ต่างคาดการณ์ว่าแค่ 2.4 แสนล้านบาทเสียแล้ว

โดย...ทีมข่าวการเงิน

ถึงตอนนี้พิษน้ำท่วมได้กระจายวงกว้างกว่าที่หลายคนคิด และอาจจะมากกว่าที่ใครๆ ต่างคาดการณ์ว่าแค่ 2.4 แสนล้านบาทเสียแล้ว

บรรดาเถ้าแก่น้อย โรงงานขนาดใหญ่ ยันเจ้าของบ้านต่างดับสนิท

แต่ละรายมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติตัวเลขแค่ 1 แสนบาท คือขั้นต่ำ ขั้นสูงสุดอาจเป็นร้อยเป็นพันล้านบาท

แม้พลานุภาพแห่งน้ำได้ลดความรุนแรงลงไปเป็นลำดับแล้ว ทำให้ผู้คนในหลายๆ พื้นที่ต่างเดินหน้าเข้าสู่โหมดของการฟื้นฟูเยียวยา เพื่อให้ชีวิต ธุรกิจกลับมาเดินหน้าได้ตามปกติอีกครั้ง

ถ้าพิจารณาจากตัวเลขของธนาคารพาณิชย์ที่ออกแพ็กเกจอุ้มลูกหนี้หนีน้ำท่วมในขณะนี้ อาจจะยังไม่มากนัก เพราะการขอรับความช่วยเหลือยังไม่ได้ขยับมากนัก เนื่องจากแต่ละคนยังสาละวนอยู่กับการต่อสู้กับน้ำ

แต่ภาพความจริงหลังจากนี้ไป จะมีขบวนทัพของบรรดาลูกหนี้ทั้งรายย่อย รายกลางรายใหญ่จะแห่ไปใช้แพ็กเกจช่วยน้ำท่วมของธนาคารพาณิชย์กันอย่างคึกคักแน่นอน

มหกรรมช่วย(ลูกหนี้)ด้วย

ทั้งการขอสินเชื่อใหม่เพื่อฟื้นฟูกิจการในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ขอลดเงินต้น ขอลดดอกเบี้ย ขอผ่อนผันการชำระหนี้ ขอยืดเวลาการชำระหนี้ สารพัด...

ที่สำคัญ ปริมาณผู้คนที่รอคิวรับการช่วยเหลือมหาศาลชนิดที่รัฐบาลอาจต้องปรับกระบวนการช่วยเหลือ

ไม่เชื่อโปรดพิจารณาข้อมูล...

เฉพาะธนาคารกรุงเทพนั้น มีข้อมูลว่าลูกค้ารายใหญ่ใน 7 นิคมอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 546 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 2 แสนล้านบาท ขณะนี้มีลูกค้าขอความช่วยเหลือแล้ว 233 ราย มูลหนี้มหึมา 1.1 แสนล้านบาท

มีทั้งขอกู้เพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่และเพิ่มวงเงินกู้ยืดหนี้และพักชำระหนี้ ขอลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้เงินกู้ฉุกเฉิน และขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ส่วนลูกหนี้เอสเอ็มอีกับลูกค้ารายย่อยนั้น ธนาคารกรุงเทพประเมินว่า จะมีความเสียหายของสินเชื่ออยู่ร่วม 2 แสนล้านบาท จากสินเชื่อรวม 1.2 ล้านล้านบาท เบื้องต้นมีลูกหนี้มาขอความช่วยเหลือแล้ว 1.2 แสนล้านบาท

ขณะที่ลูกค้าสินเชื่อบ้านติดต่อขอรับการช่วยเหลือแล้ว 1,000 ราย ส่วนใหญ่ขอผ่อนผันชำระหนี้ชั่วคราว ยังไม่มีการขอเงินกู้เพิ่ม

ขณะที่ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งได้ออกแพ็กเกจให้ลูกค้ารายย่อยสินเชื่อบ้านได้ปรับลดหย่อนการผ่อนสูงสุด 40% เป็นเวลา 1 ปี หรือจะเลือกผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือนรับเงินสินเชื่อซ่อมแซมบ้านได้สูงสุดเท่ากับยอดสินเชื่อที่ผ่อนชำระแล้ว โดยคิดดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน ปรากฏว่ามีลูกค้าใช้บริการท่วมท้น

ถึงตอนนี้ ธนาคารได้เข้าช่วยเหลือแล้ว 3,000 ราย จากจำนวนลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย 6.9 หมื่นราย และคาดว่าจะสูงถึง 7.5 หมื่นราย เมื่อสิ้นสุดเหตุการณ์น้ำท่วม

ข้อมูลของธนาคารกสิกรไทยที่สำรวจพบว่า มีลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมทั้งสิ้น 1.27 ล้านราย วงเงินสินเชื่อ 5.05แสนล้านบาท เบื้องต้นประเมินว่าจะมีลูกค้าได้รับผลกระทบถึง 1.75 แสนราย คิดเป็นสินเชื่อ 1.16 แสนล้านบาท

ในจำนวนนั้นเป็นลูกค้าธุรกิจ 1.43 หมื่นราย วงเงินกู้ร่วม 5.5 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมาได้ขอรับความช่วยเหลือทางการเงินแล้ว 2,737 ราย วงเงินกู้ 5 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ลูกค้าบุคคลได้รับผลกระทบ 1.52 แสนราย สินเชื่อ 2.11 หมื่นล้านบาท ขอความช่วยเหลือแล้ว 5.72 หมื่นราย วงเงินสินเชื่อ 6,842 ล้านบาท

ด้านการช่วยเหลือนั้น ธนาคารกสิกรไทยไม่ได้มีการกำหนดวงเงินสนับสนุนสินเชื่อของลูกค้ารายใหญ่ไว้ แต่จะพิจารณาตามความเสียหายและความจำเป็นทางธุรกิจให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย

ในเบื้องต้นลูกค้ารายใหญ่เข้ามาขอความช่วยเหลือแล้ว 2,200 ราย วงเงินสินเชื่อ 1.8 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ขอยืดเวลาพักชำระหนี้

ยังเห็นภาพมหกรรมการขอความช่วยเหลือไม่พอใช่มั้ย!!

เชิญไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่ง กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บอกว่า ขณะนี้ได้ช่วยเหลือลูกค้ารายใหญ่ไปแล้ว 2,200 ราย แต่วงเงินสินเชื่อยังไม่สามารถระบุชัดเจน เพราะเปิดไม่อั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการลูกค้าเป็นหลัก

ลูกค้ารายย่อยสินเชื่อบ้านนั้น มีผู้ขอความช่วยเหลือแล้ว 4-5% ของสินเชื่อ 3.3 แสนล้านบาท คิดเป็นมูลค่าก็ตก 1.7-1.85 หมื่นล้านบาท แต่ธนาคารประเมินว่าจะมีผู้ขอรับการช่วยเหลือร่วม 3 หมื่นล้านบาท

ส่วนใหญ่จะเข้ามาขอพักหนี้และยืดหนี้จากที่ธนาคารได้ออกแคมเปญพักชำระหนี้สูงสุด 6 เดือน ลดดอกเบี้ยให้ 50% เป็นเวลา 3 เดือน และให้เงินกู้ฟื้นฟูกิจการ 120% คิดดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 3 เดือน

ฟากธนาคารทหารไทย ปรากฏว่า มีลูกค้าเอสเอ็มอีขอความช่วยเหลือ 1,750 ราย วงเงินกู้ 2,100 ล้านบาท แต่คาดว่าจะมีลูกค้าขอให้ช่วยถึง 3,000 ราย วงเงินกู้ 4,000 ล้านบาท

ส่วนลูกค้ารายย่อยนั้นเฉพาะเดือน พ.ย.มีผู้ยื่นขอความช่วยเหลือ 1.25 หมื่นราย เป็นลูกค้าบัตรเครดิต 4,550 ราย ที่อยู่อาศัย 3,900 ราย และสินเชื่อบุคคลอีก 3,500 ราย ลูกหนี้ขอพักชำระหนี้ 3 เดือน เพื่อไม่ให้ติดบัญชีดำ

ยังไม่พอก็ต้องไปดูภาพธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีลูกค้าแห่ขอความช่วยเหลือสินเชื่อบ้าน 8,000-9,000 ราย วงเงินกู้ 8,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขอพักชำระค่างวด และพักชำระหนี้ 3 เดือน ขอผ่อนเฉพาะดอกเบี้ย 6 เดือนขอลดค่างวด 9 เดือน

เห็นความทุกข์ยากของผู้คนหรือยัง

จากข้อมูลของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สรุปออกมาในเบื้องต้นจะเห็นคนทุกข์และต้องหาทางระบายทุกข์ทางการเงินเกือบ 5 แสนรายเข้าไปแล้ว

ทุบโต๊ะลงไปเลยว่า หลังจากนี้ไปความต้องการความช่วยเหลือของผู้ประกอบการ ลูกค้ารายย่อย เอสเอ็มอี จะมีเข้ามามากขึ้นกว่าเดิมอีกมหาศาล

เพราะภัยจากธรรมชาติที่ไหลบ่าจนสติปัญญาของมนุษย์ที่คนไทยมอบหมายไว้ใจให้บริหารจัดการนั้นไม่สามารถสู้รบปรบมือได้นั้นมหาศาลจริงๆ

เมื่อจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และวัตถุประสงค์ในการขอปรับปรุงหนี้ก็แตกต่างกันออกไป แม้ธนาคารแต่ละแห่งจะมีเจตนาดีแค่ไหน มีมาตรการออกมามากมายก็ตาม

แต่คงต้องยอมรับว่า การให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาต่างๆ คงไม่ง่ายดายนัก

เพราะในทางปฏิบัติแล้ว ธนาคารย่อมเป็นธนาคารที่ต้องพิเคราะห์ความเสี่ยง และต้องแสวงหากำไร

หากธนาคารเห็นว่าลูกหนี้รายใด เป็นลูกหนี้ที่ไม่น่าจะสามารถขอกู้หรือประนอมหนี้ได้ หรือมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหา แน่นอนว่าต้องหาทางลดความเสี่ยงของตัวเอง อาจเรียกหลักประกันการกู้ยืมเพิ่ม อาจให้เงินไม่พอกับความต้องการของลูกหนี้ที่มีทุกข์

บางรายและหลายรายอาจต้องถูกธนาคารปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ

นี่คือสภาพความเป็นจริงที่คนไทยผู้ทุกข์ทนต้องเผชิญ

สถานการณ์เช่นนี้ รัฐบาลต้องปรับวิธีการให้การช่วยเหลือและวิธีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้รัดกุมมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ลำพังแพ็กเกจช่วยเหลือผ่านสถาบันการเงินของภาครัฐรวม 1.3 หมื่นล้านบาทนั้น ไม่เพียงพอเหมือนน้ำหยดในทะเลทรายเท่านั้น

ที่สำคัญถึงตอนนี้หลายคนยังไม่ได้เห็นภาพความช่วยเหลือที่ชัดเจนออกมา

ถ้ารัฐบาลไม่กระโดดออกมาเป็นตัวกลางในการประสานการช่วยเหลือลูกหนี้ผู้ประสบภัย ปล่อยให้สถาบันการเงินเป็นผู้ดำเนินการกันไปเอง รับประกัน ภัยจะมาถึงแน่

ภัยแรกอาจไกลตัว เพราะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ เมื่อตัวเลขการลงทุนเอกชนชะลอตัวหนักหมายถึงคนตกงานย่อมมากขึ้น เศรษฐกิจย่อมชะงักงัน

ภัยที่สอง ผลจากรายได้ภาคการเกษตรหดตัวจากภัยธรรมชาติย่อมทำให้เกิดปัญหาต่อภาคการผลิตต่อเนื่อง จนอาจทำให้การบริโภคภาคเอกชนชะลอลงอีก

แต่ภัยที่สาม เมื่อผู้คนที่เดือดร้อนมองหาที่พึ่งจากรัฐบาลไม่ได้ ความหมายที่จะตามมาหมายถึงความนิยมที่ลดลง และเมื่อเดือดร้อนมากขึ้น ม็อบต่างๆ จะตามมากดดันรัฐบาลผู้ที่มักอ้างว่า มือใหม่ ไร้ประสบการณ์

ปรับกลยุทธ์ตั้งแต่ภัยยังไม่มา จะเข้าท่ากว่ารอให้เหตุการณ์เกิดขึ้น

เพราะการเล็งผลเลิศว่า คนไทยและเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวจากน้ำท่วมได้ด้วยตัวเองนั้น มีโอกาสที่จะได้เห็นยาก หากรัฐไม่กระโจนลงไปช่วยประสาน

ไม่เชื่อโปรดรอคอยด้วยความระทึกในฤทัย

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน