
เล็งชง4ข้อเรียกร้องช่วยนาล่ม
อุปนายกสมาคมชาวนาไทย เตรียมยื่น 4 ข้อเรียกร้องกดดันรัฐบาล ช่วยเหลือนาภาคกลาง หลังข้าวจมน้ำเสียหาย
อุปนายกสมาคมชาวนาไทย เตรียมยื่น 4 ข้อเรียกร้องกดดันรัฐบาล ช่วยเหลือนาภาคกลาง หลังข้าวจมน้ำเสียหาย
นายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทยและคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จะมีตัวแทนกลุ่มเกษตรกรจาก จ.พระนครศรีอยุธยา และในเขตภาคกลางหลายจังหวัด ตบเท้าเข้าพบน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่จะเดินทางมาเยี่ยมเยือน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังน้ำลด วันที่ 4 ธ.ค.นี้ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนารวม 4 ข้อ
ทั้งนี้ประกอบด้วย 1. เร่งจ่ายเงินชดเชยนาล่ม ที่กำหนดจ่ายไร่ละ 2,222 บาท ภายในสิ้นปี 2554 นี้เพื่อให้ชาวนาได้มีเงินทุนทำนาในรอบการผลิตต่อไป ซึ่งพบว่ามีการแจ้งความเสียหายนาล่มไปนานแล้วและน้ำก็ท่วมนานมากแต่รัฐบาลยังไม่มีความคืบหน้าในการจ่ายเงินชดเชยนาล่ม ทั้งๆที่เอาพื้นที่นาเป็นพื้นที่รับน้ำท่วมจำนวนมาก 2.ให้รัฐบาลเร่งจัดหาปัจจัยการผลิต ทั้งเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีราคาถูกน้ำมันราคาถูก ปุ๋ย ยาฆ่าเมล็ด ที่และราคาถูกรวมถึงอุปกรณ์ทางการเกษตรราคายุติธรรมและหากเป็นไปได้อยากเสนอให้รัฐบาลออกแคมเปญ รถไถนาคันแรกหรือรถเครื่องจักรทางการเกษตรคันแรก อาจเป็นรถเดี่ยวข้าวคันแรกเครื่องสูบน้ำคันแรก เพื่อเสริมศักยภาพในการทำนาให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้น
3.จัดหาแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ชาวนาได้กู้มาทำทุนในรอบการผลิตหน้าเพราะว่าปีนี้น้ำท่วมไร่นาเสียหายหมด ทำให้ชาวนาและเกษตรกรไม่มีรายได้ ส่วนไร่นาที่ล่มจมน้ำเงินชดเชยที่กำหนดว่าจะได้ ก็ไม่คุ้มกับทุนที่ลงไปทำให้ชาวนาขาดเงินทุนในการทำการเกษตรรอบต่อไป และ 4.เสนอให้รัฐบาลทบทวนคำสั่งการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติหรือ กนข. ที่ล่าสุดไม่มีตัวแทนจากภาคเกษตรกรเข้าไปนั่งร่วมประชุม ทั้งๆ ที่สมัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี นั้นคณะกรรมการ กนข.มีตัวแทนเกษตรกรเข้าไปร่วมประชุม ได้แก่ 4 ส 1 ก คือ สมาคมชาวนาไทย ,สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย , สมาคมโรงสีข้าวไทย , สหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้หากมีการบรรจุให้ 4 ส 1 กเข้าไปเป็นคณะกรรมการ กนข.ตามเดิมได้แล้วก็ขอเพิ่มให้นำเอาตัวแทนสภาเกษตรกรระดับจังหวัด ที่อาจเป็นตัวแทนภาคละ 2 คนเข้าไปร่วมนั่นในคณะกรรมการ กนข.เสริมเข้าไปด้วย เพื่อช่วยกันทำงานและเป็นการรับข้อมูลโดยตรงจากเกษตรกร ไม่ใช่จากข้าราชการ นักการเมืองและนักวิชาการเท่านั้น







