
ตร.เตรียมพร้อมงาน 5 ธันวามหาราช
ตำรวจจัดกำลัง 825 นาย ดูแลงาน 5 ธันวามหาราช ลั่นพร้อมปรับแผนหากมีเหตุฉุกเฉิน
ตำรวจจัดกำลัง 825 นาย ดูแลงาน 5 ธันวามหาราช ลั่นพร้อมปรับแผนหากมีเหตุฉุกเฉิน
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมด้านการจราจร และการรักษาความปลอดภัยในงานเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่ 5 ธ.ค.นี้ ว่า เริ่มตั้งแต่บ่ายวันที่ 3 ธ.ค. มีเชิญน้ำพระพุทธมนต์จากที่กระทรวงมหาดไทยไปวัดพระเชตุพนฯ วันที่ 4-6 ธ.ค. ก็จะมีการลงนามถวายพระพรที่พระบรมมหาราชวัง และเช้าวันที่ 4 ธ.ค. กทม.จะมีจัดงานทำบุญตักบาตรที่ท้องสนามหลวง
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า วันที่ 5 ธ.ค. ตั้งแต่ 07.00 น. จะมีพิธีเชิญน้ำพระพุทธมนต์จากวัดพระเชตุพนฯ มายังพระบรมมหาราชวัง คาดว่าประชาชนจะมาตั้งแต่ตีห้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระบรมราชินีนารถ และพระบรมศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินมาพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เวลาประมาณ 10.30 น. ช่วงบ่ายก็จะมีพิธีบรรพชิต โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงเป็นองค์ประธาน และตอนเย็นมีพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร ส่วนใหญ่งานจะอยู่ที่สนามหลวง และพระบรมมหาราชวังเท่านั้น บริเวณส่วนอื่นไม่มีการจัดงาน
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า จะมีการจัดกองอำนวยการร่วมบริเวณตรอกมะยม เส้นทางการจราจรใช้สะพานพระปิ่นเกล้าฯ ลงมาถนนราชดำเนิน ผ่านกองสลากฯ บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง อาทิ ถนนมหาไชย ถนนมหาราช ถนนท้ายวัง น่าจะปิดการจราจรเพราะคาดว่ามีประชาชนมาจำนวนมาก และบริเวณดังกล่าวก็จะมีการจัดที่จอดรถบุคคลสำคัญต่างๆ ฉะนั้นรถขนาดใหญ่ให้ใช้ถนนราชดำเนินกลางส่งประชาชนที่หน้าร้านสกายไฮ แล้วข้ามสะพานพระปิ่นเกล้าฯ ไปจอดที่บริเวณถนนราชพฤกษ์ “ประชาชนที่มาร่วมงานมีเหตุ หรือพลัดหลง และการบริการด้านแพทย์ ได้มีการจัดตั้ง ศปก.ส่วนหน้า ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศปก.ส่วนหน้า ศาลฎีกา สามารถแจ้งได้โดยศูนย์ดังกล่าวเป็นจุดรวมของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน และเป็นจุดดูแลบรรเทาเรื่องปัญหาการจราจรด้วย โดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 600 นาย เจ้าหน้าที่จราจร 100 นาย และฝ่ายสืบสวน 120 นาย รวมทั้งหมด 825 นาย นอกจากนี้ตอนบ่ายจะมีการเพิ่มกำลังอีก 300 นาย ตอนดึกก็จะค่อยๆปรับกำลังลง โดยมีการประสานเจ้าหน้าที่มหาหาดไทยและเจ้าหน้าที่เทศกิจกทม.ร่วมดูแลด้วย”







