
น้ำท่วมนราฯปลาตายยกกระชังนับแสนตัว
พิษน้ำท่วมนราธิวาส ปลากระชังตายเป็นเบื่อนับแสนตัว ชาวบ้านโอดครวญหมดสิ้นประดาตัว วอนภาครัฐช่วยเหลือ
พิษน้ำท่วมนราธิวาส ปลากระชังตายเป็นเบื่อนับแสนตัว ชาวบ้านโอดครวญหมดสิ้นประดาตัว วอนภาครัฐช่วยเหลือ
นายซาการียา เจะยิ ผู้เลี้ยงปลาในกระชังคลองโคกเคียน ที่บริเวณชายหาดนราทัศน์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เปิดเผยว่า กลุ่มเลี้ยงปลากระชัง ในคลองโคกเคียนเดือดร้อนอย่างหนักหลังจากทางราชการ ได้เปิดประตูระบายน้ำบางนราตอนบนเพื่อระบายน้ำจืดลงทะเล ซึ่งน้ำจืดซึ่งเป็นน้ำป่า และน้ำโคลนได้พัดพาผ่านแม่น้ำบางนรา และคลองโคกเคียน ซึ่งเป็นพื้นน้ำเค็มที่ชาวบ้านกว่า 1,000 ครัวเรือน ใช้เป็นบริเวณพื้นที่เลี้ยงปลาในกระชังอาทิ ปลากะพง ปลาเก๋า สัตว์นำเศรษฐกิจ แต่ภายหลังจากได้มีน้ำป่าที่มีลักษณะขาวแดง ขุ่น ทำให้ปลาในกระชัง โดยเฉพาะปลาเก๋าต่างลอยตัวเหนือน้ำ และตาย เป็นเบื่อนับหลายแสนตัว
นายซาการียา กล่าวอีกว่า การเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนเพื่อระบายน้ำป่าที่ไหลหลาก เพื่อป้องกันน้ำท่วม พื้นที่ตอนบนของเขื่อนแต่ชาวบ้านที่ต้องประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังในแม่น้ำบางนราและในคลองโคกเคียน ต้องได้รับความเจ็บปวด เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ได้ลงทุนซื้อลูกปลา และเลี้ยงปลาลงกระชัง ซึ่งปลากำลังโตเต็มที่แล้วรอเพียงอีก 2 เดือน ก็จะสามารถยกปลาในกระชังทั้งหมดเพื่อนำไปขายให้กับพ่อค้า แม่ค้า โดยราคาขายส่ง ปลาเก๋าอยู่ที่ประมาณ 370 บาทต่อกิโลกรัม
"ตอนนี้ชาวบ้านต่างสิ้นเนื้อ ประดาตัว เนื่องจากปลาที่เลี้ยง โดยเฉพาะปลาเก๋า ลอยตายและตายอืดอยู่ใต้น้ำหลายหมื่นตัว ทุกวันตั้งแต่มีการปล่อยน้ำป่า ซึ่งตนเลี้ยงปลา 12 กระชัง กระชังละประมาณ 1,000 ตัว ขณะนี้เหลือไม่กี่ตัวแล้ว ขาดทุนจริงๆ เงินทุนที่กู้มายังไม่รู้จะชดใช้หนีสิ้นได้อย่างไร ไม่เพียงเฉพาะตนที่ได้รับผลกระทบกลุ่มเลี้ยงปลาในกระชังอีกหลายรายได้รับผลกระทบเช่นกันจึงขอวิงวอนไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องโปรดเข้าไปดูแลและให้การช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วนอย่างจริงจังและจริงใจด้วย"นายซาการียา กล่าว
สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับสภาวะน้ำท่วมจากพื้นที่จ.นราธิวาส แจ้งว่า ล่าสุดบริเวณแม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งไหลผ่าน 3 อำเภอ คือ อ.ตากใบ แว้งและสุไหงโก-ลก พบว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ที่เอ่อล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎรเป็นเวลานานกว่า 1สัปดาห์ มีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง
จากผลพวงของเจ้าหน้าที่ชลประทานได้เปิดประตูระบายน้ำลงสู่ทะเลทำให้ปริมาณน้ำท่วมขังมีความสูงโดยเฉลี่ยล่าสุดล้นจากตลิ่งอยู่ที่ระดับ 30-40 ซม. และชุมชนที่ได้รับความเดือดหนักที่สุดคือ ชุมชนหัวสะพานซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ที่ผู้อพยพจำนวน 227 คน 45 ครัวเรือน ยังคงอาศัยปักหลักอยู่ที่ศูนย์อพยพของโรงเรียนเทศบาล 4 เนื่องจากยังไม่มีความมั่นใจ อันด้วยเหตุผลมาจากกรมอุตุนิยมวิทยา ยังประกาศเตือนว่าลมมรสุมจะพัดผ่านอีกละลอก







