
ไอซีทีเร่งปราบเว็บหมิ่นเบื้องสูง
ไอซีทีรีแบรนด์ศูนย์เฝ้าระวังไซเบอร์ เร่งเครื่องปราบเว็บหมิ่นเบื้องสูง ฟุ้งปิดได้ 6 หมื่นยูอาร์แอลใน 3 เดือน
ไอซีทีรีแบรนด์ศูนย์เฝ้าระวังไซเบอร์ เร่งเครื่องปราบเว็บหมิ่นเบื้องสูง ฟุ้งปิดได้ 6 หมื่นยูอาร์แอลใน 3 เดือน
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยว่า ไดเปลี่ยนชื่อศูนย์เฝ้าระวังอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต หรือ ไอซอค (Internet Security Operation Center) เป็น ซีซอค (Cyber Security Operation Center) หรือ ศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อทำหน้าที่ควบคุม เฝ้าระวัง และ ตรวจสอบพฤติกรรมการใช้งานสังคมออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม
ศูนย์ดังกล่าวตะครอบคลุมการตรวจสอบการกระทำผิดบนโลกไซเบอร์ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ โซชียล เน็ตเวิร็กทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมีอิทธิพลอย่างมากในการบริโภคข้อมูลข่าวสาร
ทั้งนี้ จากผลสำรวจการใช้งาเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะ เฟซบุ๊ก ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า จำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศไทยเติบโตขึ้นแบบด้าวกระโดดจากปีที่แล้ว 6.5 ล้านราย เป็น13 ล้านรายในปีนี้ โดย 84% เป็นผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 34 ปี ซึ่งทำให้การกระจายข้อมูลทำได้รวดเร็วขึ้น ดังนั้น ไอซีทีจึงต้องเฝ้าระวังให้มากขึ้น
สำหรับการทำงานของซีซอค ใช้งบประมาณ 30 ล้านบาทต่อปี เน้นเรื่องการดำเนินการทีไม่เหมาะสมและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไอซีทีให้ความสำคัญมาก โดยช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ระหว่าง ก.ย.-พ.ย. ไอซีทีได้ปิดไปแล้วกว่า 6 หมื่นยูอาร์แอลท่กระทำไม่เหมาะสม
นอกจากการดำเนินงานของไอซีทีแล้ว ยังได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ไอเอสพี และประสานงานไปยังเว็บไซต์โซเชียล มีเดีย ต่างประเทศ ที่ได้รับความนิยมทั้งหมด คือ เฟซบุ๊ก ยูทูป และ ทวิตเตอร์
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า รูปแบบการสื่อสารแบบโซเชียล มีเดีย เติบโตขึ้นมาก ตามจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปีนี้ที่คาดว่าจะเพิ่มเป็นเกือบ 20 ล้านราย จากปีที่แล้วที่มี 17 ล้านราย ซึ่งในอนาคตหากมีเทคโนโลยี 3 จีเกิดขึ้น จะชยิ่งช่วยทำให้การเชื่อมต่อทำได้มากขึ้น เรื่องความปลอดภัยในการใช้งานจึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับยุคสมัยด้วยเช่นกัน







