
'ไอ้โม่ง'ก๊กน้ำเข้ากรุง...เด็กนายกฯมั่วนิ่มเปิดประตูน้ำ
ผลจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม
ผลจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม
ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา สรุปว่า ศปภ.บริหารจัดการน้ำล้มเหลว ฝ่ายค้านเปิดแผลใหม่น่าสนใจก็คือว่า มีการใช้อิทธิพลทางการเมืองแทรกแซง ศปภ. และชี้นำไม่ให้มีการผันน้ำทางเหนือไปฝั่งตะวันออกลงแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ แต่พยายามผันน้ำไปลงฝั่งตะวันตกแทน ทำให้น้ำท่วมฝั่งธนบุรี
อุเทน ชาติภิญโญ ที่ปรึกษาด้านการระบายน้ำของนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่เสนอแนะการระบายน้ำให้นายกฯ และ ศปภ.ดำเนินการ ได้เปิดแถลงตอบโต้ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย และ อภิรักษ์ โกษะโยธิน 2 สส.จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่อภิปรายในประเด็นนี้ว่า ต้นเหตุที่ทำให้น้ำท่วมฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่ได้เกิดจากว่ามีใครไปขวางทางน้ำหรือไม่ให้น้ำเข้ามาใน จ.สมุทรปราการ แต่เกิดจากการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดีของทั้ง สส. ผู้ว่าราชการจังหวัด และส่วนราชการทุกส่วนที่เร่งทำความสะอาดคูคลองใน จ.สมุทรปราการ
อาทิ คลองลำปลาทิว คลองจระเข้ใหญ่ คลองบางโฉลง หรือคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เพื่อให้น้ำไหลไปลงอ่าวไทยที่สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิและสถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร โดยเตรียมความพร้อมกันตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. จนทำให้ปัญหาน้ำท่วมกระทบ จ.สมุทรปราการ น้อยมาก
“ได้เคยเสนอไปยังผู้ว่าฯ กทม.และนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่กลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ให้ระบายน้ำเข้าสู่ จ.สมุทรปราการ มากขึ้น ผ่านการเปิดประตูระบายน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่ง กทม.ก็ได้ระบายน้ำลงมาพอสมควร แต่ก็ไม่ท่วม จ.สมุทรปราการ ผมบอกได้เลยว่าเหตุที่น้ำท่วม กทม.ครั้งนี้ เกิดจากความพยายามกั้นน้ำไม่ให้เข้าบางพื้นที่หรือบางคลองในเขต กทม. น้ำถึงท่วมขังใน จ.นนทบุรี ปทุมธานี รวมถึงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และบางส่วนใน กทม.เอง ฉะนั้นหาก กทม.ใช้รูปแบบเดียวกับ จ.สมุทรปราการ น้ำอาจไม่ท่วมมากขนาดนี้ด้วยซ้ำ” อุเทน กล่าว
อุเทน กล่าวอีกว่า การจัดการน้ำไม่เข้าท่วม จ.สมุทรปราการ ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่จะเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2555 จึงขอให้พรรคประชาธิปัตย์เตรียมตัวไว้ให้ดี และขอร้องอย่าโจมตีกันทางการเมืองด้วยวิธีนี้ เพราะแสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความรู้ความสามารถมากพอในการจัดการน้ำ
ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จ.สมุทรปราการ มีน้ำท่วมพร้อมๆ จ.ปทุมธานี ในช่วงแรกๆ แต่การระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ ทำให้น้ำท่วมเพียง 36 ชม. และยังช่วยทำให้น้ำท่วมเขตมีนบุรี ลาดกระบัง พระโขนง และบางกะปิ น้อยลงด้วย
จากคำอธิบายของทั้งสองกลายเป็นว่า นักการ เมืองในพรรคเพื่อไทยไม่ได้ใช้ “อิทธิพล” เพื่อกั๊กน้ำ
คำถามที่ตามมาก็คือ แล้ว “ใครกั๊กน้ำ” ไม่ให้ไหลลงคลองบางคลองและบางพื้นที่ใน กทม.ตามที่ อุเทน ระบุ
วสันต์ มีวงษ์ โฆษก กทม. โต้ อุเทน ทันทีว่า ทาง กทม. ไม่ได้กั๊กน้ำตามที่ถูกกล่าวหา แต่ตัว อุเทน ต่างหากที่เป็น “ตัวปัญหา” ในการประสานงานการบริหารจัดการน้ำ
“กทม.ไม่เคยสกัดกั้นน้ำไม่ให้เข้าระบบคลองภายในพื้นที่ กทม. แต่เป็นการบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลและเหมาะสม ไม่ให้กระทบพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ ที่มีประชากรกว่า 10 ล้านคน อาจได้รับผลกระทบ การระบายน้ำเหนือลงสู่ทะเลไม่ได้หมายความว่ามวลน้ำทั้งหมดจะต้องไหลผ่าน กทม.ชั้นในเท่านั้น เพราะส่วนหนึ่งต้องผันออกทางฝั่งตะวันตก ตะวันออก และแม่น้ำเจ้าพระยา ยืนยันว่า กทม.ไม่ได้เป็นตัวการกีดขวางทางน้ำ พื้นที่ กทม.ก็ไม่ใช่ทุ่งรับน้ำ แต่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ถ้าได้รับความเสียหาย ถามว่าคุณอุเทนกล้ารับผิดชอบหรือไม่” โฆษก กทม. กล่าว
โฆษก กทม. ย้ำว่า ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 19/2554 ระบุชัดเจนว่า ให้ผู้ว่าฯ กทม. เปิดประตูระบายน้ำโดยคำนึงถึงความเหมาะสม และต้องไม่ท่วมล้นหรือทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ฉะนั้นถือว่า ผู้ว่าฯ กทม.ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องและสามารถปกป้องพื้นที่ กทม.ไว้ได้
วสันต์ กล่าวอีกว่า ตามที่ อุเทน กล่าวอ้างว่า สส.พรรคเพื่อไทย มีความสามารถป้องกันพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ไม่ให้ถูกน้ำท่วม เป็นความเข้าใจผิด เพราะโดยข้อเท็จจริงแล้ว น้ำยังเดินทางไปไม่ถึง อีกทั้งน้ำยังถูกผันออกไปทางด้านตะวันตกและตะวันออก ทำให้ จ.สมุทรปราการ ไม่ถูกน้ำท่วม
“ถ้าไปดูพื้นที่จริงจะเห็นว่า สถานีสูบน้ำเกือบทั้งหมดในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ยังเปิดใช้เพียงแค่ไม่กี่ตัว เพราะน้ำยังไปไม่ถึง จึงไม่ใช่ความสามารถของ สส.พรรคเพื่อไทย” วสันต์ กล่าว
นอกจากนี้ การที่ ศปภ.เลือก อุเทน มาร่วมในคณะทำงานจะยิ่งส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ทำให้การแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่มีประสิทธิภาพ เพราะ อุเทน ทำได้เพียงวิพากษ์หน่วยงานอื่นแล้วยกความชอบให้ตัวเอง การหยิบยกประเด็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.สมัยหน้า ในขณะที่ปัญหาน้ำท่วมยังแก้ไม่จบ แสดงให้เห็นถึงเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์และการขาดวุฒิภาวะ
โฆษก กทม.แฉอีกว่า การเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ทาง ศปภ.มีหนังสือเลขที่ 369/2554 ลงวันที่ 25 พ.ย. 2554 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ให้ กทม.เปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ที่ระดับ 1.50 เมตร และในวันที่ 26 พ.ย. 2554 กทม.ได้มีหนังสือตอบกลับไป ศปภ.เพื่อชี้แจงว่าไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำที่ระดับ 1.50 เมตร ได้ เพราะก่อนนี้ กทม.ได้เปิดประตูระบายน้ำคลอง 2 สายใต้ จากเดิม 1.20 เมตร เป็น 1.50 เมตร ประตูระบายน้ำแสนแสบ เขตมีนบุรี จากเดิม 1 เมตร เป็น 1.30 เมตร เพื่อเร่งระบายน้ำพื้นที่ด้านเหนือและตะวันออกให้เร็วที่สุดแล้ว
“ผู้แอบอ้างและนำประชาชนไปเปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์โดยพลการ คือ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 10 โดยแอบอ้างคำสั่งของนายกฯ และผู้อำนวยการ ศปภ. ดำเนินการโดยพลการ ทั้งที่ไม่ได้มีคำสั่งจาก ศปภ.ให้เปิดประตูระบายน้ำ พร้อมกันนี้ ผู้แอบอ้างได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.สายไหม เมื่อวันที่ 27 พ.ย. เวลา 19.59 น. ภายหลังจากเปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ โดยกล่าวหา กทม.กว่า 3 หน้ากระดาษ ซึ่งทำให้เสียหายและประชาชนเข้าใจผิด”
ในประเด็นนี้ทางผู้ว่าฯ กทม. ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ในภาพรวมระดับน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.ลดลงน่าพอใจ แต่ยังมีหลายพื้นที่น้ำยังท่วมระดับ 30-60 ซม. โดย กทม.ยังคงระบายน้ำให้แห้งเร็วที่สุด
ด้าน ชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะมีส่วนรับผิดชอบการเร่งระบายน้ำในฝั่งตะวันตกของ กทม. ระบุว่า การแบ่งพื้นที่ระบายน้ำออกเป็น 29 บล็อก จะเร่งสูบน้ำในหมู่บ้านชลลดา ทั้งหมู่ 1 และ 2 อ.บางใหญ่ ซอยประมวลสุข หมู่บ้านธนากร 2 และ 4 ลงคลองบางกอกน้อย บางกรวยไทรน้อย ต.บางไผ่ บางสีทอง ได้ตั้งเครื่องสูบน้ำใต้สะพานพระราม 5 ฝั่งวัดนครอินทร์ อ.เมือง จ.นนทบุรี รวมถึงพื้นที่ อ.บางบัวทอง บางกรวย บางใหญ่ ก็ต้องระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด
สำหรับผลการหารือระหว่างชาวบ้านชุมชนหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี และชุมชนแก้วกาญจน์กับเทศบาลนครรังสิต ได้ข้อสรุปว่าให้ทางเทศบาลใช้เครื่องสูบน้ำ 10 ตัว สูบน้ำออกจากหมู่บ้านในทันที และวางแนวกระสอบทรายด้านหน้าหมู่บ้านบล็อกน้ำไม่ให้ย้อนกลับเข้ามาอีก รวมถึงจะเจรจากับชาวบ้านนอกแนวคันกั้นน้ำวางแนวกระสอบทราย ระยะทาง 600 เมตร ซึ่งจะทำให้ทั้งสองหมู่บ้านแห้งภายใน 5 วัน และวันที่ 5 ธ.ค.นี้ จะจัดวันบิ๊กคลีนนิงเดย์ ที่หมู่บ้านรัตนโกสินทร์ฯ
ขณะที่อีกชุมชน อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ประธานกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรการ์เด้นโฮม อ.คูคต จ.ปทุมธานี พร้อมลูกบ้าน เข้ายื่นข้อเรียกร้องต่อ ศปภ. หลังน้ำยังท่วมสูงอยู่ราว 1-1.5 เมตร โดยได้เสนอให้ ศปภ. กู้หมู่บ้านให้ได้ก่อนวันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และให้ดำเนินการดังนี้ 1.การพิจารณารื้อบิ๊กแบ็กออกบางส่วนไม่ให้กระทบกับชุมชนด้านใต้บิ๊กแบ็ก 2.ปรับปรุงแนวกำแพงเดิมของชุมชน ซึ่งขณะนี้ชำรุดเป็นวงกว้าง 3.เร่งขุดลอกทำความสะอาดคลอง 2 และคลองหกวา ให้น้ำไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีก 30 ซม. เป็น 1.80 เมตร และ 4.พิจารณาเพิ่มเงินเยียวยาเป็นพิเศษแก่ชุมชนที่อยู่เหนือแนวบิ๊กแบ็ก และ 5.ขอให้เร่งกำจัดขยะออกจากหมู่บ้านโดยทันที
“ที่ผ่านมาผมถือว่าทั้ง ศปภ.และ กทม.ล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ ผมรู้สึกผิดหวังมาก ที่ผู้ว่าฯ กทม.ออกมาพูดว่า กทม.ไม่ใช่เมืองน้ำผ่าน ขณะที่ ศปภ.เองก็มีอำนาจในการสั่งการตาม มาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แต่ก็ไม่ได้สั่งการ กทม. และไม่มีแผนงานในการจัดการภาพรวม”
“หากไม่มีความคืบหน้า ชาวชุมชนการ์เด้นโฮมจะฟ้องทั้ง ศปภ. และ กทม. ผ่าน 3 ช่องทาง 1.ฟ้องศาลปกครองให้ กทม.และ ศปภ.มีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ 2.ฟ้อง กทม.และ ศปภ.ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และ 3.ฟ้องศาลแพ่งให้ ศปภ.ชดเชยค่าเสียหายให้ชาวบ้านตามความเป็นจริง” อดิศักดิ์ กล่าว
ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยอมนั่งลงกับพื้นภายในอาคาร ศปภ.รับฟังข้อเสนอ พร้อมทั้งได้กล่าวขอโทษชาวบ้านการ์เด้นโฮม และอธิบายเหตุผลต่างๆ นานา ถึงการแก้ปัญหาของ ศปภ. ก่อนสรุปว่า จะทยอยรื้อบิ๊กแบ็กออกทุกจุดภายใน 2 สัปดาห์ และรับข้อเสนออื่นๆ เช่น ให้ชาวบ้านไปจัดหาเครื่องสูบน้ำมาติดตั้ง โดย ศปภ.จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายและค่าน้ำมัน แต่ไม่ยืนยันว่าจะเสร็จทันวันที่ 5 ธ.ค.ตามที่เรียกร้องหรือไม่
“ไม่อยากจะรับปากอย่างนั้น เพราะเดี๋ยวจะหาว่าเป็นคนขี้โกหก แต่วันที่ 5 ธ.ค.น่าจะเห็นผลชัดเจนขึ้น"ปลอดประสพระบุนอกจากนี้ยังกล่าวภายหลังว่า ขอให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมรวมกลุ่มเป็นชุมชนหรือหมู่บ้านเข้าแจ้งต่อ ศปภ.ด้วยตนเอง หรือให้ศปภ.เข้าไปพบก็ได้เนื่องจาก ศปภ.ไม่ทราบว่าแต่ละชุมชนเดือดร้อนด้วยปัญหาใดบ้าง







