
นิคมฯโรจนะร้องพณ.ได้ไฟผลิตเม.ย.ปีหน้า
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์โรจนะร้อง ไฟฟ้าใช้ผลิตต้องรอถึงกลาง เม.ย.ปีหน้า
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์โรจนะร้อง ไฟฟ้าใช้ผลิตต้องรอถึงกลาง เม.ย.ปีหน้า
ด้าน กฟภ.แจงขึ้นอยู่กับนิคมฯ สูบน้ำเร็วแค่ไหน ยันน้ำแห้ง 1 เดือน จ่ายไฟทันที
แหล่งข่าวจากกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวในการประชุมกระทรวงพาณิชย์กับสมาคมการค้า 169 สมาคม เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ได้รับแจ้งจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. ว่า จะป้อนไฟฟ้าเพื่อใช้ผลิตได้ในวันที่ 15 เม.ย.ปีหน้า ส่วนไฟฟ้าส่องสว่างจะป้อนให้ในเดือน ธ.ค.นี้ หลังแต่ละนิคมฯ ใช้เครื่องปั่นไฟสูบน้ำหมด
นายณรงค์ศักดิ์ กำมเลศ ผู้ว่าการ กฟภ. ชี้แจงว่า การจ่ายไฟฟ้าให้กับนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งที่ถูกน้ำท่วม หากแต่ละนิคมฯ เดินเครื่องสูบน้ำหมด ทาง กฟภ.จะใช้เวลาในการติดตั้งไฟฟ้าเข้าโรงงานอุตสาหกรรมได้ภายในไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น ทั้งนี้ความล่าช้าขึ้นอยู่กับการสูบน้ำออกของแต่ละนิคมฯ มากกว่า ส่วนที่ประเมินว่าไฟฟ้าจะเข้าโรงงานต้องรอถึงเดือน เม.ย.ปีหน้า อาจเป็นเพราะความเสียหายของแต่ละโรงงานมีมากน้อยต่างกัน บางแห่งต้องใช้เวลากู้หลายเดือน
อย่างไรก็ตาม หลังจากเริ่มจ่ายไฟฟ้าที่นิคมฯ บางปะอินแล้ว นิคมฯ ต่อไปที่น่าจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าได้คือ นิคมฯ นวนครบางส่วน และนิคมฯ โรจนะ ซึ่งจะดึงไฟจากโรงไฟฟ้าวังน้อยมาป้อนแทนโรงไฟฟ้าในนิคมฯ โรจนะที่ยังเสีย
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ข้อสรุปที่ได้จากการประชุมร่วมกับสมาคมการค้า 169 สมาคม จะนำเสนอต่อนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ รับทราบ ซึ่งตนเองจะรับหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานงาน เพื่อให้ข้อเสนอถูกนำไปปฏิบัติได้ตามที่เอกชนร้องขอ ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาและเยียวยาน้ำท่วมให้กับภาคเอกชน
ทั้งนี้ ข้อเสนอที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ การช่วยเหลือด้านเงินทุน โดยเฉพาะเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อใช้ฟื้นฟูกิจการ และต้องผ่อนคลายเงื่อนไขให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น รวมถึงความช่วยเหลือในการลดหย่อนภาษีด้านต่างๆ เช่น การนำเข้าเครื่องจักรเพื่อใช้ผลิต ซึ่งกระทรวงพาณิชย์รับจะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ดำเนินการต่อไป
สำหรับความช่วยเหลือที่สามารถดำเนินการทันทีภายหลังน้ำลดนั้น ได้แก่ การเร่งสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้นำเข้าในต่างประเทศ โดยการจัดโรดโชว์สร้างความเชื่อมั่นด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว แสวงหาวัตถุดิบ เครื่องจักร และหาตลาดใหม่ นำโดยนายกิตติรัตน์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน จัดคณะผู้แทนการค้าเยือนต่างประเทศเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในด้านการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้นำเข้ารายย่อย แสวงหาแหล่งวัตถุดิบ/เครื่องจักรในการผลิต แสวงหาช่องทางในการรักษาตลาดหลัก และเจาะตลาดใหม่ โดยกำหนดเป้าหมายตลาด ได้แก่ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป สหรัฐฯ อาเซียน จีน อินเดีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง เป็นต้น
นอกจากนี้ กระทรวงฯจะเป็นแกนกลางในการประสานและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในด้านการจัดหาวัตถุดิบ และเครื่องจักร สนับสนุนเพื่อเยียวยาผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยเป็นกรณีพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกของกรมส่งเสริมการส่งออก เช่น การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ การฝึกอบรมต่างๆ เป็นต้น รวมถึงจะจัดงานระบายสินค้าในสต๊อกของผู้ส่งออก
ด้านการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประกอบการค้าในประเทศ จะออกมาตรการเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้แก่ การสร้างอาชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยประสานธุรกิจแฟรนไชส์ที่สามารถดำเนินธุรกิจได้ง่าย ใช้เงินทุนไม่สูงเข้าร่วมโครงการให้ผู้ประสบภัยสามารถทำธุรกิจแฟรนไชส์ในราคาพิเศษ หรือลด/ยกเว้นค่าธรรมเนียม นอกจากนี้ ยังมีมาตรการลดต้นทุนค้าปลีกเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน 27 จังหวัด โดยร่วมกับสมาคมค้าส่งปลีกไทย คัดเลือกร้านค้าส่งเข้าร่วมโครงการ และประสานผู้ผลิตผู้แทนจำหน่ายจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่การครองชีพในราคาต่ำ เพื่อกระจายไปสู่ร้านค้าปลีกในราคาต่ำกว่าปกติ 1520% และกระจายสู่ผู้บริโภคในราคาที่ถูกลง 1015% ช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการ โดยจะประสานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องขออนุมัติวงเงินสินเชื่อเพื่อเป็นเงินลงทุนและเงินทุนหมุนเวียน รวมทั้งเป็นเงินกู้ยืมในการฟื้นฟู ปรับปรุงกิจการ รวม 5,000 ล้านบาทในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ในที่ประชุมข้อที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการมากที่สุดในขณะนี้ คือ การสร้างความเชื่อมั่นว่าน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ จะลดลงเมื่อไหร่ ซึ่งต้องการให้ภาครัฐกำหนดเวลาที่ชัดเจนเพราะหลายโรงงานขณะนี้ยังไม่สามารถเริ่มการผลิตได้ เนื่องจากน้ำยังไม่ลดลง รวมทั้งรัฐบาลควรให้ข้อมูลที่ชัดเจนถึงแนวทางป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่จะไม่เกิดซ้ำขึ้นอีก ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างประเทศหดหายไป รวมถึงให้การตั้งคณะทำงานติดตามการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ข้อเสนอสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง“ศิริวัฒน์” เตรียมชงข้อเสนอ 169 สมาคมขอแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบให้ “กิตติรัตน์” ไฟเขียว ด้านเอกชนอัดรัฐแผนจัดการน้ำไม่ชัดเจน ทำวางแผนผลิตยาก







