
หรือเป็นเพราะระบบบริหารผิดพลาด
มหาอุทกภัยครั้งนี้สร้างความสูญเสียหนักหนาสาหัสจริงๆ ทั้งความสูญเสียทางตรงและความสูญเสียทางอ้อม
มหาอุทกภัยครั้งนี้สร้างความสูญเสียหนักหนาสาหัสจริงๆ ทั้งความสูญเสียทางตรงและความสูญเสียทางอ้อม
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
มหาอุทกภัยครั้งนี้สร้างความสูญเสียหนักหนาสาหัสจริงๆ ทั้งความสูญเสียทางตรงและความสูญเสียทางอ้อม
ความสูญเสียทางตรงที่จับต้องมองเห็นได้ เช่น อาคารบ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของ เครื่องใช้ที่จมน้ำ การปิดถนนปิดการจราจรจนห้างร้านต้องปิดกิจการ เป็นต้น
ความสูญเสียทางอ้อมอีกมากมายที่แฝงเร้นเห็นไม่ชัด โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องเป็นลูกโซ่ที่เป็นผลพวงจากน้ำท่วม อาทิ ยอดขายรายได้ที่ตกไปเนื่องจากกำลังซื้อลดลง ยอดการผลิตที่หายไปหรือต้องปรับลด เนื่องจากโรงงานป้อนวัตถุดิบถูกน้ำท่วม ตัวอย่างเช่น โรงงานทำชิ้นส่วนอะไหล่ที่อยู่ จ.ร้อยเอ็ด ต้องหยุดประกอบกิจการเนื่องจากบริษัทผลิตเครื่องปรับอากาศถูกน้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โรงงานชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ที่ จ.ระยอง เกือบร้อยรายต้องหยุดกิจการเนื่องจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ถูกน้ำท่วมจนต้องหยุดผลิต
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ยังต้องยกเลิกการผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่น แคนาดา และอีก 7 ประเทศ ต่อไปอีกพัก เพราะเชื่อว่ายังคงเป็นเรื่องยากที่จะกอบกู้โรงงานผลิตชิ้นส่วนที่ถูกน้ำท่วมในไทยให้กลับมาผลิตตามปกติได้ ถึงแม้ว่า อาคิโอะ โตโยดะ CEO ของโตโยต้า จะเห็นว่าผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดจากภาวะน้ำท่วมในไทยได้ผ่านพ้นไปแล้วก็ตาม
ขณะที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำเป็นต้องปรับลดการผลิตในสหรัฐและแคนาดาลง 50% เพราะโรงงานผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ในไทยยังคงถูกน้ำท่วม และการฟื้นฟูโรงงานประกอบรถยนต์ของฮอนด้าในไทยก็ยังไม่อาจจะกู้คืนได้ในเวลาอันรวดเร็ว ฮอนด้าจึงคาดการณ์ว่าปีนี้กำไรของบริษัทอาจลดลงถึง 77% เนื่องจากต้นปีถูกสึนามิซัดถล่มในญี่ปุ่น และเดือน ต.ค.ถูกน้ำท่วมในไทยอีก
หนังสือพิมพ์นิเกอิในญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จะเริ่มการผลิตบางส่วนที่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในไทยได้อีกครั้งภายในเดือน พ.ย.นี้ หลังจากที่เกิดน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 7 แห่งในพื้นที่ 6 จังหวัดของประเทศไทย เช่น จ.นครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี มีผลทำให้โรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ของบริษัทจำต้องหยุดการผลิตตั้งแต่กลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
หนังสือพิมพ์นิเกอิยังรายงานโดยไม่ได้อ้างแหล่งข่าวว่า นิสสันมีแผนจะใช้ชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์ (ผู้ผลิต) นอกประเทศไทยเพื่อทำให้บริษัทสามารถกลับมาผลิตรถยนต์ทั้งคันได้อีก แทนที่จะต้องรอคอยให้น้ำที่ท่วมโรงงานผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ของบริษัทลดลงก่อน
นี่คือปัญหาของระบบบริหารจัดการแบบ “ห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Management) เพราะผลิตภัณฑ์ของโรงงานหนึ่งจะถูกส่งต่อไปเป็นวัตถุดิบของอีกโรงงานหนึ่งเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องกันไป เมื่อโรงงานต้นทางผิดพลาดก็จะส่งผลกระทบต่อโรงงานอื่นต่อเนื่องไป
ความสูญเสียที่เป็นห่วงโซ่อุปทานต่อกันไปเช่นนี้จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ดังนั้น หากโรงงานต้นน้ำสามารถฟื้นฟูสู่ภาวะการผลิตปกติได้เร็วเท่าไร ความสูญเสียตลอดห่วงโซ่ก็จะน้อยลงเท่านั้น
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานในบ้านเราส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการทั่วโลก โดยเฉพาะกรณีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ หรือรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่ต้องคอยชิ้นส่วนอะไหล่จากผู้ผลิตในบ้านเรา
ความเป็นจริงในวันนี้ก็คือ หากโรงงานที่ต่อเนื่องกันเป็นห่วงโซ่เช่นนี้ยึดเหนี่ยวสัมพันธ์กันด้วยการมุ่งแต่ “ลดต้นทุน” เป็นหลักก็ยิ่งจะน่าเป็นห่วง
ความเสียหายอาจจะไม่มากมายเช่นนี้ หากว่าโรงงานต่างๆ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการประหยัดต้นทุนหรือการลดต้นทุนการผลิตที่อาศัยห่วงโซ่อุปทานเป็นหลัก
หรือบทเรียนนี้จะทำให้เราต้องทบทวนหลักการบริหารจัดการในเรื่องของ “การผลิตแบบทันเวลาพอดี” หรือ JIT (Just in Times) และ “การบริหารจัดการแบบห่วงโซ่อุปทาน” หรือ SCM (Supply Chain Management)
ดังนั้น การมุ่งแต่ลดต้นทุน อาจมีปัญหาในระยะยาว
เรื่องที่สำคัญยิ่งยวดก็คือ “คุณภาพ” เพราะ “คุณภาพคือความอยู่รอด” ครับผม! &<2288;







