
สาทิตย์ซัด-เฉลิมซุก อภัยโทษพิสดาร
ประเด็นความคลุมเครือเกี่ยวกับการตราร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
ประเด็นความคลุมเครือเกี่ยวกับการตราร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ประเด็นความคลุมเครือเกี่ยวกับการตราร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ขอพระราชทานอภัยโทษ ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐบาลมากนัก ทำให้ สส.ประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตั้งกระทู้สดถามรัฐบาล
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง เปิดฉากถามว่า รัฐบาลถวายคำแนะนำหลักเกณฑ์แตกต่างจากการดำเนินการที่ผ่านมา 23 ปีหรือไม่ โดยเฉพาะบัญชีลักษณะความผิดแนบท้ายของ พ.ร.ฎ. เพราะในยุครัฐบาลตั้งแต่ พ.ศ. 2547-2553 ครอบคลุมรัฐบาลสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เคยมีการตัดความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติดและคดีทุจริตออกจากบัญชีท้ายหมายความว่าบุคคลที่มีความผิดตามคดีดังกล่าวจะสามารถเข้ารับการขอพระราชทานอภัยโทษไม่ได้ เช่นเดียวกับการแก้ไขเปิดให้ผู้หลบหนีคดีสามารถมารับพระราชทานอภัยโทษได้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ละคณะย่อมมีสิทธิตัดสินใจโดยไม่ต้องไปลอกเลียนแบบใคร ยืนยันว่า ครม.ชุดนี้ทำตามกฎหมายไม่ได้เฉพาะเจาะจงช่วยผู้หนึ่งผู้ใด การออก พ.ร.ฎ.มีมาแล้ว 36 ฉบับ ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติไว้ว่าต้องลอกเลียนแบบรัฐบาลที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 20 คน ไปตรวจสอบหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ยกร่างกันมาเสนอ รมว.ยุติธรรม เมื่อเสนอต่อ ครม.ก็มีหน้าที่พิจารณา
“ที่ต้องประชุมลับเพราะยังไม่แล้วเสร็จ จึงเผยแพร่ไม่ได้ เรื่องนี้ยังต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา จะเห็นด้วยหรือไม่ยังไม่รู้ เขาอาจไม่เห็นด้วยก็ได้ ที่สำคัญเรื่องนี้เป็นพระราชอำนาจโดยแท้ และที่ผ่านมามีการถวายรายงานหลายครั้ง กระทรวงยุติธรรมบอกว่าไม่สมควรอภัยโทษ บางรายก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้” ร.ต.อ.เฉลิม ตอบ
เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม ยังไม่สามารถให้ความชัดเจนได้ ทำให้ สาทิตย์ ถามย้ำกลับไปอีกว่าเรื่องนี้ดูมันลับๆ ล่อๆ เรื่องนี้พิสดาร จู่ๆ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีธุระไปเยี่ยมคน จ.สิงห์บุรี และไม่ทันร่วมประชุม ครม.
จังหวะนี้ทำให้ สส.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า พ.ร.ฎ.อภัยโทษไม่ใช่มีเพียง พ.ต.ท.ทักษิณได้ประโยชน์คนเดียว ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมขอให้ยุติการประท้วงและขอชี้แจง
“ไม่ใช่คนเล่นลิ้น แต่ยึดหลักกฎหมาย เรื่องนี้หากบรรลุเป้าหมายจะมีประชาชนได้ประโยชน์ 2.6 หมื่นคน และกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่คดีทุจริต เพราะการทุจริตคือการแสวงหาประโยชน์ แต่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นความผิดกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100 ซึ่งต่อมาศาลแพ่งมีคำสั่งให้การซื้อขายที่ดินรัชดาเป็นโมฆะ ส่วนเรื่องไม่มาเป็นประธานประชุม ครม. ของนายกฯ ไม่ได้แปลกอะไร เพราะเมื่อเบอร์หนึ่งเบอร์สองไม่อยู่ก็ให้รองนายกฯ ลำดับถัดมาทำหน้าที่แทนได้” คำชี้แจงเพิ่มเติมของรองนายกฯ
ถัดมา สาทิตย์ ย้อนกลับไปว่า ไอ้คนรับจ๊อบมันก็พลิ้วอย่างนี้จริงๆ ต่อไปนี้ใครโกงถูกศาลตัดสินว่าผิด มีอำนาจก็ออกกฎหมายลบล้างความผิดให้ตัวเองได้ คุกก็มีไว้ขังคนจน เป็นการทำลายหลักนิติธรรม หลักนิติรัฐ ในโอกาสมหามงคลรัฐบาลต้องถวายสิ่งดีๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แต่สิ่งที่กำลังทำอยู่นี้มันก่อกระแสความขัดแย้งในสังคม
“เหมือนจุดไฟกลางน้ำท่วม เอาวิกฤตมาซ้อนวิกฤต ถามว่าสิ่งที่กำลังทำเป็นสิ่งดีๆ ที่จะถวายหรือไม่ การไปตัดประเด็นทุจริตออก ช่วยคนหนีคดีไม่รับโทษ ไม่สำนึกผิด ให้ได้รับประโยชน์ รัฐบาลบังควรที่จะกระทำเรื่องเช่นนี้หรือไม่”
ร.ต.อ.เฉลิม สวนกลับไปว่า ไม่ได้รับจ๊อบ ไม่ได้พลิ้ว ไม่มีลับลมคมใน แต่พูดไม่ได้ เพราะมีข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมที่ต้องรักษาความลับในการประชุม ครม. เป็นเรื่องละเอียดอ่อนพูดไม่ได้ ไม่ได้กลัวใครต้าน เมื่อประกาศลงพระราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ดูได้หมด
“รัฐบาลท่านตามล่า พ.ต.ท.ทักษิณ รัฐบาลนี้ไม่ตามล่าก็เป็นสิทธิทำได้ และ พ.ร.ฎ.จะบรรลุเป้าหมายหรือไม่ ไม่ใช่รัฐบาลยังมีคณะกรรมการพิเศษอีกชุดจะมาเป็นผู้กลั่นกรองว่าใครมีสิทธิจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ พูดอย่างไม่อายผมกลัวถูกถอดถอนเหมือนกัน เพราะวุฒิสภามีอำนาจถอดถอนได้ กว่าพวกผมจะมาเป็นรัฐบาลได้มันลำบากยากเย็น คราวนี้ก็อยากอยู่ครบเทอม” ร.ต.อ.เฉลิม ทิ้งท้าย







