
เศรษฐกิจกับภาวะยังชีพของประชาชน
เมื่อกล่าวถึงการยังชีพ ย่อมหมายถึงการเอาชีวิตรอดต่ออุปสรรคที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมีทั้งที่คาดการณ์ได้และที่มิอาจคาดการณ์ได้
เมื่อกล่าวถึงการยังชีพ ย่อมหมายถึงการเอาชีวิตรอดต่ออุปสรรคที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมีทั้งที่คาดการณ์ได้และที่มิอาจคาดการณ์ได้
โดย...ปิยะวงศ์ ปัญจะเทวคุปต์
เมื่อกล่าวถึงการยังชีพ ย่อมหมายถึงการเอาชีวิตรอดต่ออุปสรรคที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมีทั้งที่คาดการณ์ได้และที่มิอาจคาดการณ์ได้ การยังชีพของประชาชนไทยในภาวะเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานสองอย่าง นั่นคือ...
การมีเงินรายได้และอำนาจในการเข้าถึงสินค้าอุปโภคหรือบริโภคเพื่อการดำรงชีวิต
หรืออาจกล่าวตามวัฏจักรได้ว่า เมื่อคนมีการทำงานหารายได้จากปัจจัยพื้นฐานที่ตนเองพึงมี เช่น การประกอบธุรกิจของตนเอง การเป็นพนักงานบริษัท การเป็นเกษตรกร การเป็นผู้ใช้แรงงาน จากนั้นก็นำไปสู่การนำเงินรายได้ไปซื้อสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภค หรือนำไปลงทุนเพื่อให้ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ภาวะการยังชีพ (Living Conditions) ของคนหรือประชาชน จึงสามารถดูได้จากสองปัจจัยนี้ประกอบกัน ประชาชนหนึ่งคนสามารถดำรงชีพอยู่ได้ ถ้าคนนั้นมีรายได้เพียงพอกับการซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเพียงพอที่จะเลี้ยงสมาชิกในครอบครัวของตน ประชาชนหนึ่งคนจะไม่สามารถดำรงชีพได้หากไม่มีเงินที่จะมาซื้อของกิน หรือแม้มีรายได้แต่หากรายได้นั้นไม่เพียงพอ คนผู้นั้นก็ย่อมที่จะไม่สามารถดำรงชีพได้
ด้วยเหตุนี้ระดับภาวะยังชีพของประชาชนจึงสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยทางเศรษฐกิจปัจจัยหลักสองปัจจัย ได้แก่ รายได้ และ ราคาของสินค้า
ในด้านรายได้ เป็นที่ชัดเจนว่า ถ้ามีเงินเดือนหรือรายได้จากการประกอบธุรกิจมาก ชีวิตความเป็นอยู่ก็จะมีความสะดวกสบาย ใช้ซื้อของแล้วยังเหลือเงินมาลงทุน หรือนำมาเลี้ยงสมาชิกในครอบครัว หรือแม้แต่การช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ
ส่วนด้านราคานั้น หากดูจากสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในปัจจุบันนี้ เวลาที่จะเดินทางไปที่ใดที่หนึ่ง เรามักคิดว่าจะไปอย่างไรที่สะดวกและประหยัดมากที่สุด เนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้เรารู้สึกว่า หากดำเนินชีวิตเหมือนที่ผ่านมา จะทำให้เราไม่สามารถซื้อของอย่างอื่นได้เหมือนแต่ก่อน
หมายความว่า ในภาวะที่เงินรายได้เท่าเดิม แต่สินค้ามีราคาแพงขึ้น ทำให้ภาวะยังชีพของเราลดลง แม้ว่าจะไม่ถึงขนาดทำให้ไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ แต่ก็ทำให้เราไม่สบายใจเท่าก่อนที่ราคาน้ำมันจะขึ้นนั่นเอง
อีกตัวอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างชัดเจนคือ ราคาของอาหาร ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่สามารถขาดได้ การซื้ออาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในปัจจุบัน ทำให้เงินรายได้ที่ใช้ในการพัฒนาตนเองหรือสังคมในด้านอื่นๆ ลดน้อยลง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าระดับรายได้ต่อหัวของประชากรและระดับราคาสินค้า โดยเฉพาะอาหารจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน หรือจะกล่าวตามบริบทข้างต้นได้ว่า แม้สินค้าหรืออาหารมีราคาแพงขึ้น แต่ภาวะการยังชีพของประชาชนนั้นคงที่ เนื่องจากรายได้ที่ใช้ในการบริโภคก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
การกล่าวเช่นนี้อาจขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชนโดยทั่วไป แต่ปัจจัยรายได้และราคาสินค้าที่เราพิจารณามีความสัมพันธ์ตามกลไกทางเศรษฐกิจในระยะยาว ทว่าความเป็นจริงทั้งรายได้และราคาสินค้าก็มีความผันผวนอยู่เสมอ
ความผันผวนของรายได้และราคาสินค้า ทำให้ความมั่นคงในการดำรงชีพลดลง หรืออาจเรียกได้ว่ามีความเสี่ยงในภาวะการยังชีพ
ในที่นี้ขอยกตัวอย่างจากภาคประชาชน 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ เกษตรกร และ ผู้ใช้แรงงาน
เกษตรกรหรือคนไทยที่ประกอบอาชีพทางการเกษตรที่ผลิตเพื่อการดำรงชีพ จึงต้องเปลี่ยนไปสู่การผลิตที่มีการแข่งขันกันมากขึ้น การใช้ปัจจัยการผลิตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน เครื่องมือ อุปกรณ์ วัตถุดิบ ปุ๋ย หรือแม้กระทั่งการเช่าที่ดินเพื่อทำกิน สภาพการแข่งขันนี้ทำให้เกษตรกรต้องเกิดภาระทางต้นทุนจากราคาปัจจัยเหล่านี้ที่เพิ่มสูงขึ้น และเป็นการสร้างหนี้จากการกู้ยืมหรือการเช่าที่ดินทำกิน
ในขณะที่รายได้ของเกษตรกรยังคงมีความไม่แน่นอน ราคาของสินค้าที่ผลิตขึ้นยังคงมีความผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติ เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอาจจะไม่มีรายได้เลย เนื่องจากผลผลิตทั้งหมดได้รับความเสียหาย
ส่วนด้านผู้ใช้แรงงานนั้น ผู้ใช้แรงงานที่กล่าวถึงในที่นี้ หมายรวมถึงแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ซึ่งแรงงานในกลุ่มนี้ส่วนมากจะเป็นแรงงานไร้ฝีมือที่มีค่าจ้างแรงงานต่ำแต่มีค่าครองชีพที่สูง เนื่องจากราคาสินค้าหรือราคาอาหารในตัวเมืองจะสูงกว่าในชนบท ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศจะเป็นเกษตรกรและแรงงาน ซึ่งรายได้ของประชาชนกลุ่มนี้จะไม่มีความแน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและภัยพิบัติ
และในบางรายยังมีหนี้สินจากการกู้ยืมทั้งเพื่อการบริโภคและลงทุน แสดงให้เห็นว่า แม้ประชาชนกลุ่มนี้อาจจะมีรายได้เพียงพอกับการดำรงชีพ หรือเพียงพอต่อการซื้ออาหารที่เพียงพอต่อความจำเป็นของร่างกาย แต่จะไม่เหลือเงินสำหรับการพัฒนาตนเองหรือการลงทุน
นอกจากนั้น ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ภาวะยังชีพของประชาชนในกลุ่มนี้จะเกิดความผันผวนนั่นหมายความว่า สวัสดิการโดยรวมอาจน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประชาชนที่มีรายได้สูงกว่า
จากตัวอย่างดังกล่าว ภาวะยังชีพของประชาชนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ รวมถึงการดำเนินนโยบายของภาครัฐทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยทั้งหมดนี้ตัวแปรที่เห็นว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลกระทบต่อรายได้ของประชากรมากที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องของการค้าระหว่างประเทศ รายได้ของประชาชนในภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมมาจากการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ และบางส่วนมาจากการขายสินค้าภายในประเทศ และเป็นที่แน่นอนว่าหากราคาสินค้าส่งออกมีการเปลี่ยนแปลง รายได้ของประชาชนในส่วนนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง
ตัวแปรที่มีผลกระทบต่อรายได้ของทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมโดยตรง คือ การเติบโตของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งภาคอุตสาหกรรมบางส่วนจะมีการใช้ปัจจัยการผลิตจากภาคเกษตร และส่วนหนึ่งก็เป็นในลักษณะที่ใช้ปัจจัยการผลิตจากภาคอุตสาหกรรม
ดังนั้น การเจริญเติบโตหรือการชะงักของภาคอุตสาหกรรมจะเปรียบเสมือนร่างกายที่เส้นเลือดอุดตันเลยทีเดียว
ในส่วนของการดำเนินนโยบายของภาครัฐ ทั้งนโยบายรายรับและรายจ่ายก็มีผลกระทบต่อรายได้ของประชาชนเช่นกัน การลงทุนในโครงการสำคัญของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ หรือการอุดหนุนช่วยเหลือผ่านกองทุน ล้วนส่งผลให้ประชาชนในบางกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เพิ่มขึ้นในทันที ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานและเห็นผลที่เป็นตัวเงินไม่ชัดเจนในทางตรงข้าม นโยบายทางด้านรายรับหรือการลดการเก็บภาษี จะทำให้ภาคประชาชนมีรายได้ที่ใช้จ่ายได้จริงเพิ่มขึ้น ช่วยลดภาระในการยังชีพได้โดยตรงและค่อนข้างชัดเจนกว่า
จากทั้งหมดสะท้อนให้เห็นข้อสำคัญอย่างหนึ่งว่า ภาวะยังชีพที่กล่าวถึงนี้ไม่ได้หมายความถึงการให้ประชาชนทุกคนแค่เพียงพอมีพอกิน แต่หมายรวมถึงภาวะที่สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีความมั่นคง พร้อมกับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความพร้อมความสามารถที่จะพัฒนาตนเองและสังคมได้ หากสังคมไทยมีประชาชนในกลุ่มที่มีเพียงแค่พอมีพอกินอยู่เป็นจำนวนมาก เศรษฐกิจและสังคมของประเทศก็ไม่อาจจะพัฒนาต่อไปได้







