
โกร่งลั่นล้วงทุนสำรองมาใช้แน่
คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)
คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)
ที่มี วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้ประชุมเป็นนัดแรกเพื่อหารือกรอบการทำงาน
หลังการประชุม วีรพงษ์ เปิดเผยว่า การลงทุนเพื่อฟื้นฟูประเทศในอีก 1 ปีหลังจากนี้ กยอ.มีแนวคิดที่จะนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศบางส่วนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บริหารจัดการอยู่ออกมาใช้กับประเทศ โดยจะใช้วิธีให้รัฐบาลออกพันธบัตรเพื่อขอกู้เงินจาก ธปท. รวมถึงมีแนวคิดเรื่องการจัดตั้งกองทุนร่วมเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
“เราอาจมีการดึงทุนสำรองบางส่วนมาใช้แทนที่จะให้ ธปท. เอาทุนสำรองไปให้รัฐบาลสหรัฐกู้ในอัตราดอกเบี้ยถูกๆ ก็น่าจะเอามาให้รัฐบาลไทยกู้แทน ซึ่งอาจจะให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าก็ได้ แต่ถ้า ธปท.ไม่อยากให้กู้ก็ต้องไปถาม ธปท.ว่า ทำไมถึงยังให้รัฐบาลสหรัฐกู้ได้” วีรพงษ์ กล่าว
วีรพงษ์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำท่วมตอนนี้ทำให้นึกถึงสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนั้นประเทศมีปัญหาทั้งดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัด และงบประมาณขาดดุล สมัยนั้นเราเจ็บป่วยและก็ยากจนด้วย แต่สมัยนี้เราเจ็บป่วยแต่เราไม่ยากจน ภาคเอกชนมีเงินออมมากมาย ดุลบัญชีเดินสะพัดยังเป็นบวก ทุนสำรองทางการเงินก็มีมาก สรุปคือเรื่องการเงินไม่มีปัญหา ส่วนจะใช้เงินเท่าไร เอาเงินมาจากไหนเท่าไร ยังต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ก่อนว่า มีแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อย่างไร
วีรพงษ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ได้พบนักลงทุนญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทย ได้แก่ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ประธานหอการค้าญี่ปุ่น (เจซีซี) และประธานบริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย ซึ่งเจโทรให้ความมั่นใจว่าญี่ปุ่นยังไม่ย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยแน่
ญี่ปุ่น ยืนยันว่า สาขายานยนต์ยังมีเป้าหมายการลงทุน การผลิตรถยนต์จาก 1 ล้านคัน เป็น 2.5 ล้านคัน แต่อาศัยความร่วมมือกับรัฐบาลไทย เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์อาเซียนใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่นต่อไป







