
ทักษิณกลับไทย
เข้าเงื่อนไขปลดบ่วงหลังครม.ประชุมวาระลับออกพรฎ.อภัยโทษแก้ปมคดีทุจริต
เข้าเงื่อนไขปลดบ่วงหลังครม.ประชุมวาระลับออกพรฎ.อภัยโทษแก้ปมคดีทุจริต
การเมืองร้อน ครม.คลอดกฤษฎีกาอภัยโทษหมู่ แต่กำหนดคุณสมบัติเอื้อ ทักษิณ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ... ซึ่งเป็นการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับคุณสมบัติของนักโทษที่จะเข้าข่ายในการเข้ารับพระราชทานอภัยโทษ ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธ.ค. 2554 โดยได้พิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องลับช่วงท้ายการประชุม ครม. และสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้เสนอเรื่องนี้เข้าที่ประชุมเป็นวาระจรเพื่อพิจารณา
สำหรับรายละเอียด พ.ร.ฎ.ที่ผ่านความเห็นชอบนั้นได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ว่า เป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี นอกจากนั้นยังมีการตัดคำแนบท้ายของ พ.ร.ฎ.อภัยโทษ พ.ศ. 2553 ฉบับที่เขียนในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า ผู้ที่เข้าข่ายได้รับอภัยโทษจะต้องเป็นโทษที่ไม่เกี่ยวกับยาเสพติด และไม่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันออก
ทั้งยังไม่มีการระบุว่า ผู้ต้องโทษที่จะได้รับอานิสงส์จาก พ.ร.ฎ.นี้ต้องรับโทษมาก่อน ซึ่งตามหลักเกณฑ์นี้จะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ในข่ายได้รับอภัยโทษทันที โดยไม่ต้องเข้ารับการคุมขังแม้แต่วันเดียว
ทั้งนี้ ระหว่างการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ มีการเชิญเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องออกทั้งหมด เหลือเพียง ครม.เท่านั้น รวมทั้งไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเนื้อหา พ.ร.ฎ.ดังกล่าว หลังเสร็จสิ้นการประชุมก็ได้เรียกเอกสารเรื่องนี้คืนจากผู้เข้าประชุมทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเผยแพร่ตามระบบปกติอีกด้วย แต่หลังการประชุมยุติลงไม่นานก็มีข่าวสะพัดว่า ครม.เห็นชอบเรื่องนี้แล้ว
เมื่อ “โพสต์ทูเดย์” ได้ตรวจสอบกับรัฐมนตรีบางคน ได้รับการยืนยันว่าที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องนี้ และได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วจริง ขณะที่รัฐมนตรีในสายพรรคเพื่อไทยบางคน ยอมรับว่ามีการประชุมลับในช่วงท้ายจริง แต่ปฏิเสธว่าเป็นการประชุมลับเพื่อพิจารณาเรื่องอื่น
สำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั้นไม่ได้เข้าร่วมการประชุม ครม.ครั้งนี้แต่อย่างใด เพราะเดินทางไป จ.สิงห์บุรี เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยหลังน้ำลด โดยมีการแพร่ข่าวมาก่อนหน้านี้ว่าไม่สามารถเดินทางกลับ กทม.ได้ตามกำหนดการ เพราะเฮลิคอปเตอร์ เอ็มไอ 17 ของประเทศรัสเซีย ที่ใช้เป็นพาหนะในการเดินทาง ไม่สามารถบินตอนกลางคืนได้ เนื่องจากไม่มีเรดาร์นำทาง จึงต้องพักค้างคืนที่ จ.สิงห์บุรี เมื่อวันที่ 14 พ.ย.
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินมาถึง กทม. ในเวลา 11.00 น. ซึ่งขณะนั้น ครม.ยังคงประชุมอยู่ แต่ปรากฏว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับไม่เข้าร่วมประชุม แต่ใช้เวลาช่วงดังกล่าวไปบันทึกเทปสัมภาษณ์พิเศษโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ก่อนเดินทางเข้าร่วมประชุมอาเซียน จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงได้เดินทางเข้าร่วมประชุมรัฐสภา เมื่อเวลา 14.20 น.
ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการออกกฎหมายอภัยโทษ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้านกระทรวงยุติธรรมก็ได้โยกย้ายอธิบดีกรมราชทัณฑ์ออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้ง พ.ต.ท.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย มาดำรงตำแหน่งดังกล่าวแทน
นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงโรงเรียนพลตำรวจบางเขน เตรียมไว้เป็นที่คุมขัง พ.ต.ท.ทักษิณ ในระยะสั้นๆ อีกด้วย







