
การพบกันของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่
....ชาลอต โทณวณิก
มีคนถามมาว่า 2 ตอนที่ผ่านมา ผู้บริหารกับ Social Network ไล่ล่ากัน แล้วเมื่อไหร่จะเจอกันสักที ตอนนี้เจอกันแล้วค่ะ
หลังจากที่ผู้บริหารสังเกตการณ์โดยการเข้าไปศึกษา Social Network แต่ละ Web แล้ว ควรจะนำมาคิดว่าจะใช้ Network เหล่านี้ต่อยอดธุรกิจของตนเองได้อย่างไร หรืออาจจะมีการสุมสมอง (Brain Storm) กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น การตลาด PR Production กลยุทธ์ IT ฯลฯ ว่าองค์กรหรือผลิตภัณฑ์จะใช้ประโยชน์จาก Social Network ได้อย่างไรบ้าง และตัดสินใจ Do หรือ Don
’tหาก Don
’t ท่านก็เลิกอ่านต่อเลย (หรือจะอ่านเพื่อเปลี่ยนใจ) ก็ได้ค่ะ ถ้า Do แล้วก็ควรจะตัดสินใจว่า How? คือ จะเป็นคนที่ต้องเกาะติดและดำเนินการเอง หรือว่าจะมีทีมงานทำขอแนะนำว่า ถ้าท่านคิดว่าท่านจะไม่เกาะติดเอง ก็ควรจะทำในนามอื่น เช่น นามบริษัท ห้างร้าน หรือผลิตภัณฑ์ และมีทีมงานคอยดูแล (สำหรับดิฉันแล้ว เห็นว่าขาดเสน่ห์) เพราะการที่จะมีอะไรออกสู่สาธารณชน ไม่ว่าในนามอะไรก็ตาม Brand และ Image เป็นเรื่องสำคัญ อย่าคิดว่าคนอ่านแค่หลักพันหลักหมื่นไม่มีผล เพราะมันจะอยู่ตลอดไป และคนก็จะเข้ามาดูได้เรื่อยๆ
ขอเรียนเลยว่า เวลาปกติธรรมดาจะไม่รู้สึกอะไร แต่พอเวลา Crisis แล้ว จะถูกขุดคุ้ยในทุกอย่างที่นำมาเป็นข้อมูลได้ ไม่เว้นข้อมูลจาก Social Web (มีประสบการณ์มาแล้ว)
แต่ถ้าท่านตัดสินใจว่าจะมีส่วนร่วมโดยทำด้วยตัวเองแล้ว สิ่งที่อยากจะแนะนำ คือ การเป็นตัวตนของท่าน เพราะคนเข้า Social Web นั้น ต้องการเห็นความเป็นตัวตน และเหมือนคุยกับเพื่อน ง่ายๆ สบายๆ ฟอร์มน้อยๆ ไม่เกร็ง
บางท่านอาจจะเกรงภาพลักษณ์เสีย เลยออกมาเกร็งๆ ดูมีฟอร์ม แม้จะเป็นตัวอักษร แต่ก็สามารถทำให้คนอ่านรู้สึกได้ว่าท่านเกร็งหรือสบายๆ
นอกจากนั้น ความสม่ำเสมอควรจะมี คือ ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับชาวทวีตภพ (เป็นศัพท์ที่เรียกกันในหมู่คนที่ใช้ Tweetee ทั้ง Tweeterer และ Follower) เพราะหากนานๆ โผล่ทีคนก็แทบจะจำไม่ได้ และไม่เกิดความผูกพัน ไม่อยากตาม ผลสุดท้ายจะสาบสูญไปจริงๆ
ตรงนี้หากไม่ยกตัวอย่าง ท่านอาจจะไม่เห็นภาพ ก็ขอยกตัวอย่างตัวเองเลยดีกว่า ว่าได้ประโยชน์อะไรบ้าง หลายๆ ท่านพอจะทราบว่าที่ผ่านมาชีวิตดิฉันมีอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องเป็นข่าว (เพราะมีคนช่วยปล่อย) ดิฉันได้มีโอกาส
“บันทึก” ความจริงบางประการ หรือเช่นวันที่จะมีการแถลงข่าวกับ AIS เกี่ยวกับการทำให้บริษัท มีเดีย สตูดิโอ เป็นบริษัทแห่งนวัตกรรมในการทำข่าวโดยใช้ BlackBerry ดิฉันทราบว่าจะมีนักข่าวจำนวนมากอยากจะทราบเรื่องอื่นด้วย แต่ด้วยความที่ต้องให้เกียรติพันธมิตรและไม่ถึงเวลาที่จะพูดอะไรเกี่ยวกับตัวเอง เพราะไม่มีอะไรชัดเจน จึง Tweet ไปเลยว่า “ไม่มีการพูดเรื่องอื่น” ซึ่งก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญไว้อ้างอิง (แต่ก็ยังไม่รอดถูกบ่น ไม่ว่ากันค่ะ) และก็นำภาพ นำเรื่องราวการแถลงข่าวมาใส่ใน Tweet เพื่อให้คนอีกกลุ่มที่อาจจะไม่ทราบข่าวได้ทราบ เป็นการขยายการรับรู้คนที่ Active Tweet ที่เห็นๆ ที่ดิฉันตามอยู่ เช่น @apirak_bangkok ใน Tweet ก็จะมีหลากหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์ สื่อทีวีก็จะมี @Nattha_tvthai โดยคุณณัฏฐาจาก TV Thai ที่ดิฉันชอบอ่าน เพราะเป็นผู้หญิงที่ไม่ธรรมดาทีเดียวในด้านความคิดพวกที่มีรายการก็จะผูกรายการเข้ากับชื่อที่ใช้ Tweet เช่น กิตติสิงหาปัด @Kitti3Miti ก็จะมีแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและโปรยหัวข้อข่าว 3 มิติแต่ละคืน สร้างความสนใจให้กับผู้ชมรายการวู้ดดี้@Woodytalk หลากอารมณ์มากๆ สนุกดี ด้านการตลาดก็มี ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย@mktmag ที่มีมุมมองสนุกๆ เอาจากสิ่งรอบตัวมาจุดประกายคิด มีประโยชน์มาตลอด
ฟากการเมืองที่ Tweet ด้วยตัวเองมี คุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ@Korbsak คุณกรณ์ จาติกวณิช@KornDemocrat เสียดายที่ทั้งคู่ Tweet ห่างไปหน่อย คงจะยุ่งเพราะเป็นรัฐมนตรีทั้งคู่
ผู้บริหารธุรกิจบันเทิง มีเฮียฮ้อ RS@HereHorRS (กลัวไม่รู้ว่า RS นะเฮีย) และดิฉัน @CHARLOTTE2500 ท่านอื่นกำลังหาอยู่ค่ะ
บรรดา Big Name ต่างประเทศก็มากันหมด เช่น Oprah Winfrey@Oprah, Matha Steward@MathaSteward, ประธานาธิบดี Barak Obama@BarakObama, Bill Gates @BillGates, Richard Brandson (Virgin Group) @richardbrandson ตำนาน GE Jack Welch@jack_welch ก็ยังต้องมา Tweet ไม่ว่าจะเพื่อ In Trend หรือเพื่อสร้าง Community Loyalty เป็นผู้นำทางความคิด หรือเป็น Idol ก็ตาม ย่อมส่งผลไปทั้งด้านธุรกิจ การเมือง สังคม ฯลฯ ของท่านเหล่านั้นแน่นอน
แล้วท่านละคะ จะเลือกทางเดินหมากด้านธุรกิจ การเมือง หรือทางสังคมของท่าน/บริษัทท่านอย่างไร m
(ตาม Twitter ได้ที่ @CHARLOTTE2500)







