posttoday
กู้เงินสะดุด แผนจัดการทรัพยากรน้ำยังเบลอ

กู้เงินสะดุด แผนจัดการทรัพยากรน้ำยังเบลอ

15 พฤศจิกายน 2554

แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่มีสัญญาณเริ่มดีขึ้น แต่ปรากฏว่าแผนฟื้นฟูหลังน้ำท่วมของรัฐบาลกลับยังไม่มีความชัดเจนเป็นชิ้นเป็นอัน

แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่มีสัญญาณเริ่มดีขึ้น แต่ปรากฏว่าแผนฟื้นฟูหลังน้ำท่วมของรัฐบาลกลับยังไม่มีความชัดเจนเป็นชิ้นเป็นอัน

โดย...ทีมข่าวการเงิน

ที่สำคัญยังไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่างให้ประชาชนและผู้ประกอบการนักลงทุนมั่นใจได้ว่าในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงหน้าฝนอีกครั้ง น้ำจะไม่ท่วมสร้างความเสียหายมโหฬารอย่างนี้อีก

แม้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ที่ไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก ครั้งที่ 19 ที่ สหรัฐ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ถูกนักลงทุนต่างชาติถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นขณะนี้ จะเกิดขึ้นซ้ำอีกหรือไม่”

ซึ่งแน่นอนว่า กิตติรัตน์ ยืนยันกับนักลงทุนว่า รัฐบาลจะดูแลไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยโดยมีแผนระยะยาวแก้ปัญหาทั้งระบบในอีก 10 ปีข้างหน้า ทั้งการลงทุนขุดคลองใหญ่ทำทางน้ำผ่าน และอาจสร้างทางรถไฟคู่ขนานขึ้นมา พร้อมจัดเขตที่ดินใหม่ให้สวยงามจากดินที่ถูกขุดขึ้นมา

นอกจากนี้ คลองขุดใหม่สามารถใช้เป็นเส้นทางขนส่งทางเรือ และมีถนนที่เป็นโทลล์เวย์ สร้างเป็นเมืองใหม่ โดยมีการวางผังเมืองป้องกันปัญหาน้ำท่วมและมหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ

เมื่อพิจารณาแล้ว โรดแมปการแก้ปัญหาของ กิตติรัตน์ ดูสวยหรู แต่ก็ถือว่ายังกว้างและเป็นนามธรรม ยังไม่สามารถทำให้เป็นรูปธรรมได้ภายในเวลาจำกัด ให้ทันป้องกันปัญหาน้ำท่วมรอบใหม่ที่จะมาถึงปีหน้าได้

กู้เงินสะดุด แผนจัดการทรัพยากรน้ำยังเบลอ

ที่สำคัญความไม่ชัดเจนของรูปแบบโครงการต่างๆ ในการฟื้นฟูและป้องกันน้ำท่วม ทำให้การบริหารจัดการแหล่งเงินทุนที่จะมาดำเนินการเกยตื้นไปด้วย

แม้ว่า กิตติรัตน์ ออกมาเปิดเผยว่า จะกู้เงินจากธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจกา) มาเสริมทัพการกู้ภายในประเทศ เพราะมีข้อเสนอดีๆ และมีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคมาช่วยด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม แหล่งเงินฟื้นฟูภาพรวมทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ที่มีวีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธาน เป็นผู้เคาะว่าแต่ละโครงการจะใช้รูปแบบการลงทุนอย่างไร จะกู้เงินภายในประเทศ ใช้เงินคงคลัง ใช้เงินสำรองเงินตราระหว่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือจะกู้จากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ

จะเห็นได้ว่า แผนฟื้นฟูน้ำท่วมกำลังเป็นงูกินหาง รัฐบาลไม่มีความชัดเจน จับต้นชนปลายไม่ถูก ก็โยนลูกให้ กยอ.ชุดของ วีรพงษ์ ที่ถูกมองว่าเป็นไม้ค้ำยันรัฐบาลไม่ให้จมน้ำ

ขณะที่ กยอ.ก็ยังดำเนินการไม่ได้ ต้องโยนลูกให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์วางระบบเพื่อการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ที่ดูเรื่องการวางระบบน้ำทั้งระบบ สรุปความเป็นไปได้ทางเทคนิคแต่ละโครงการออกมาก่อน เพื่อส่งลูกต่อ กยอ.ไปดำเนินการวางแผนทางการเงิน เสนอให้รัฐบาลดำเนินการให้เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ

คณะกรรมการ กยอ.และ กยน.ทั้งสองชุดที่รัฐบาลตั้งมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สามารถสร้างความฮือฮาให้กับสังคมได้ระยะสั้นและก็แผ่วหายไป เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าคณะกรรมการกว่าจะมีบทสรุปออกมาชัดเจนคงใช้เวลาอีกหลายเดือน และใช้เวลาอีกนับปี กว่าจะเกิดผลในทางปฏิบัติ

ในส่วนของ กยอ. จะมีการประชุมนัดแรกภายในสัปดาห์นี้ แต่ก็เป็นแค่วางระบบการทำงานของคณะกรรมการเท่านั้น ยังไม่มีการลงรายเอียดลึกแต่อย่างไร ขณะที่ กยน. ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไร และจะได้ข้อสรุปให้ กยอ. ไปสานต่อให้เกิดขึ้นในทางปฏิบัติได้เร็วที่สุดขนาดไหน

ล่าสุด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีทูตหลายประเทศเดินสายเข้าพบ เสนอให้ความช่วยเหลือด้านการวางระบบบริหารน้ำ ทั้งญี่ปุ่น จีน หรือ เนเธอร์แลนด์ ยิ่งทำให้รัฐบาลหาข้อสรุปได้ยากไปอีก จนนายกรัฐมนตรีมีแนวคิดให้จัดงาน “วอเตอร์แฟร์” ประมาณเดือน ก.พ.ปีหน้า ให้ทุกฝ่ายเกี่ยวข้องมาเสนอแนวทาง ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำและคนที่ได้รับผกระทบ โดย กยน.จะได้รวบรวมข้อมูลไปประกอบการวางระบบบริหารน้ำทั้งระบบที่จะเสนอให้รัฐบาลดำเนินการ

จากช่วงเวลาการทำงานของ กยน.ที่ทอดยาวไปถึงต้นปีหน้า เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ความชัดเจนของแผนฟื้นฟูน้ำท่วมยังไม่มีความชัดเจนภายในปีนี้อย่างแน่นอน โดยแผนของการกู้เงินไม่ต้องพูดถึง ยังไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะเป็นเท่าไร และจะมาจากไหน

เมื่อความชัดเจน จาก กยน.และ กยอ.ไม่มี ทำให้เกิดความไม่มั่นในใจว่า ที่รองนายกฯ ไปชี้แจงให้นักลงทุนในเวทีเอเปก เป็นของจริงหรือเป็นหนังตัวอย่างเท่านั้น และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 15-19 พ.ย. 2554 ที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย นายกรัฐมนตรี ก็ยังจะไม่สามารถชี้แจงแผนฟื้นฟูและแผนการกู้เงินทำระบบป้องกันน้ำท่วมรอบใหม่ได้อย่างชัดเจน

ยังไม่รวมถึงการชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลออกมาเปิดโมเดลนิวไทยแลนด์ กู้เงินฟื้นฟูน้ำท่วม 9 แสนล้านบาท ดีดลูกคิดมาจากไหน ทั้งที่ยังไม่มีการเคาะโครงการออกมาเลยว่าจะดำเนินการใดบ้าง

จักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการกู้เงินฟื้นฟูหลังน้ำท่วม เพราะรัฐบาลยังไม่ได้แจงมาว่าต้องใช้งินเท่าไร และ ทาง สบน. ก็ไม่ได้เชิญให้เข้าร่วมเป็นกรรมการในการหารือชุดต่างแต่อย่างไร จึงยังไม่รู้ว่าจะต้องกู้เงินสูงถึง 9 แสนล้านบาท หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการ สบน. มองว่า การกู้เงินไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาก็คือรายละเอียดโครงการว่ารัฐบาลจะดำเนินการอะไร หากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตัดสินใจได้ ก็นำรายละเอียดโครงการมาพิจารณาว่าจะใช้เงินกู้จากส่วนไหนให้เหมาะสมที่สุด

จะเห็นได้ว่า แผนการกู้เงินฟื้นฟูน้ำท่วมไม่สามารถเคาะได้เลย หากรัฐบาลยังลอยตัวแก้ปัญหา โยนภาระการฟื้นฟูประเทศให้คณะกรรมการ กยน.และ กยอ.ที่รัฐบาลตั้งขึ้น รับความผิดชอบทั้งหมด

นอกจากนี้ การกู้เงินจากองค์กรระหว่างประเทศเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจะพ่วงเงื่อนไขต้องใช้บริษัทเอกชนและเครื่องจักรของประเทศนั้นๆ ด้วย รัฐบาลจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงเงื่อนไขเหล่านี้

คาดว่าจะมีเรื่องการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการเมกะโปรเจกต์เรื่องน้ำของไทยอย่างแน่นอน

ฉะนั้น หากแผนฟื้นฟูไม่ชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง รัฐบาลคงไม่สามารถดีดลูกคิดออกมาได้ว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ จะลงทุนเองหรือแบ่งให้เอกชนมาร่วมลงทุน จะกู้เงินอย่างไร เหล่านี้ล้วนต้องใช้เวลาดำเนินการ และจะทันกับฤดูน้ำหลากในปีหน้าหรือไม่ก็ยังไม่รู้เพราะหากการฟื้นฟูไม่ทันเวลา เกิดน้ำท่วมซ้ำปีหน้า คนที่ต้องรับผิดชอบความเสียหายหนีไม่พ้นรัฐบาลไม่ใช่คณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้น มาเป็นห่วงยางให้เกาะกันจมน้ำตายหมู่

ที่สำคัญ นายวีรพงษ์ ออกมาประกาศเคียงข้างนายกรัฐมนตรีว่า 1 ปี ต่อจากนี้น้ำต้องไม่ท่วมสร้างความวิบัติให้กับประเทศอีก และภายใน 56 ปี น้ำต้องไม่ท่วมเป็นการถาวร หากทำไม่ได้คนที่ต้องรับผิดชอบจะเป็น นายวีรพงษ์ หรือ นายกรัฐมนตรี ที่เป็นคนตั้งคณะกรรมการนี้ขึ้นมา

ฉนน

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้