
ทำฝายน้ำล้น10เมตรหยุดศึกบิ๊กแบ็กดอนเมือง
ศปภ.-กทม.แถลงทำฝายน้ำล้น-เปิดช่องเรือผ่านยาว 10 เมตรเพื่อแก้ปัญหาชาวดอนเมืองต้านบิ๊กแบ็ก พร้อมเร่งระบายน้ำออกจาพื้นที่น้ำท่วมขัง
ศปภ.-กทม.แถลงทำฝายน้ำล้น-เปิดช่องเรือผ่านยาว 10 เมตรเพื่อแก้ปัญหาชาวดอนเมืองต้านบิ๊กแบ็ก พร้อมเร่งระบายน้ำออกจาพื้นที่น้ำท่วมขัง
เมื่อเวลา 17.00 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.กระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ( ศปภ.) พร้อมด้วย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ร่วมกันแถลงถึงปัญหาการรื้อกระทรายยักษ์หรือบิ๊กแบ็กของประชาชนเขตดอนเมือง
โดยได้ระบุว่า ข้อสรุปของ ศปภ. และ กทม. คือ เห็นความจำเป็นและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ จึงสมควรปรับสภาพแนวกระสอบทรายยักษ์บริเวณดังกล่าว ให้เป็นจุดฝายน้ำล้น โดยให้มีช่องทางสัญจรทางเรือด้วย ซึ่งการทำฝายน้ำล้นจะทำให้น้ำใหม่ชะลอลง และทำให้น้ำไม่ขังเน่าเหม็น ซึ่งถือเป็นข้อสรุปที่ยอมรับของทุกฝ่ายร่วมกันในการหาทางออก
พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า ฝายน้ำล้นดังกล่าวจะมีความกว้างประมาณ 10 เมตร และเป็นจุดเดียวกับที่มีการเปิดแนวบิ๊กแบ็กอยู่แล้วโดยฝายน้ำล้นต้องให้เรือผ่านเข้าออกได้ ซึ่งฝ่ายเทคนิคลงไปพูดคุยกับประชาชนและทำความเข้าใจตลอดเวลา รวมทั้งจะบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในวันที่ 15 พ.ย.นี้ ก็น่าจะมีข่าวดีแม่น้ำเจ้าพระยาอาจลดลงบ้าง ทำให้การระบายน้ำทำได้ดีขึ้น
"ขณะนี้ประชาชนเข้าใจปัญหาร่วมกันแล้ว จะไม่รื้อกระทรายแล้วก็ขอบคุณประชาชนที่เข้าใจสภาพปัญหา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เสนอในที่ประชุมว่ามีขยะจำนวนมาก ศปภ.และ กทม.จะร่วมกันเก็บขยะเพื่อช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งในเรื่องอาหารที่ไปแจกจ่ายยังพบว่ามีน้อย ไม่เพียงพอ ก็จะร่วมกันดำเนินการแก้ปัญหา"พล.ต.อ.ประชา กล่าว
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กรณีคันกั้นน้ำวิภาวดีรังสิตนั้นถือเป็นแบบอย่างที่ดี ถ้ามีปัญหาอะไรทุกฝ่ายต้องหารือร่วมกัน หาทางออกร่วมกัน เพื่อให้สัมฤทธิ์ผล อยากให้ประชาชนที่พื้นที่อื่น ที่เดือดร้อนจากคันกั้นน้ำก็ดี หรือที่ ศปภ. และ กทม.ได้กำหนดขึ้นมาแก้ไขปัญหา ถ้ามีปัญหาอะไรให้หารือกันดีกว่า ไม่อยากให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำอะไรโดยพลการ จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
"ถ้าไม่มีน้ำใหม่เข้ามา กทม.สามารถระบายน้ำออกจากเส้นทางหลักได้ภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนตรอก ซอก ซอย ก็ต้องใช้เวลาไล่ตามพื้นที่จากสูงไปต่ำ" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว
ด้านนายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการร่วมคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) กล่าวว่า ประชาชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำที่เป็นตัวกำหนดการท่วมขังส่วนใหญ่เป็นน้ำจากคลองรังสิต ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำในคลองรังสิตเริ่มลดลง 3 ซม.ต่อวัน ระดับน้ำวันนี้อยู่ที่ประมาณ 3.30 เมตร ระดับขอบตลิ่ง3.00 เมตร ถ้าน้ำลดวันละประมาณ 3 ซม. ก็อยู่ประมาณ 10 วัน ซึ่งอาจคลาดเคลื่อนได้ แต่เราไม่ได้พูดกันว่าต้องแช่กันเป็นเดือน หรือประมาณ 10 วัน ซึ่งอาจจะเร็วหรือช้ากว่า







