posttoday
กลับบ้านเก้อ ศปภ.ให้รออีก 2 อาทิตย์

กลับบ้านเก้อ ศปภ.ให้รออีก 2 อาทิตย์

13 พฤศจิกายน 2554

ประชาชนที่ตัดสินใจเดินทางไปดูสภาพบ้าน ภายหลังกรุงเทพมหานคร (กทม.)

ประชาชนที่ตัดสินใจเดินทางไปดูสภาพบ้าน ภายหลังกรุงเทพมหานคร (กทม.)

และรัฐบาลประกาศว่าระดับน้ำได้ลดลงแล้วในหลายพื้นที่ ต้องผิดหวังไปตามๆ กัน และจำนวนหนึ่งต้องตกอยู่ในสภาพ “ติดเกาะ” อีกครั้งเนื่องจากไม่สามารถออกจากบ้านได้

ด้วยน้ำที่ลดลงเป็นการลดระดับเฉพาะบนถนน เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต และถนนพหลโยธิน รวมถึงเส้นทางอื่นประมาณ 10-20 เซนติเมตร แต่ในชุมชนและหมู่บ้านต่างๆ ตลอดแนวถนน รวมถึงบริเวณด้านทิศเหนือของพื้นที่ กทม. บางพื้นที่ของ จ.นนทบุรี และปทุมธานี น้ำยังคงท่วมขังในทุกพื้นที่

เพียงแต่น้ำได้ลดระดับความสูงลงจากเดิมเท่านั้น ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องผิดหวังกับข้อมูลน้ำลดที่ภาครัฐพยายามวาดภาพให้เห็นว่าพื้นที่ กทม. กำลังจะพ้นมหันตภัยน้ำท่วมแล้ว

ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 12 พ.ย. เป็นเหตุให้การจราจรติดขัดอย่างหนักในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ทางกองทัพ และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้จัดรถเมล์ฟรีบริการให้ประชาชนเดินทางกลับบ้าน ประชาชนได้เข้าคิวใช้บริการเดินทางกลับบ้านกันจำนวนมาก

กลับบ้านเก้อ ศปภ.ให้รออีก 2 อาทิตย์

พินิจ กลิ่นจันทร์ พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ใช้บริการรถเมล์ฟรีจากย่านรัชดาภิเษกมาลงย่านรามอินทรา กม.5 และต่อรถทหารเข้าบ้านซอยสายไหม 50 “ผมออกเดินทางตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึงบ้านตอนเที่ยงกว่า เพราะรอรถนาน แต่น้ำลดไปแค่ 20 เซนติเมตร ไม่ต่างจาก สุทธิพร ลออจันทร์ เดินทางมาจากพัทยาเพื่อเข้าไปดูบ้านในชุมชนวัดหนองผักชี ซอยพหลโยธิน 52 หลังจากติดตามข่าวว่าระดับน้ำบนถนนพหลโยธินลดลงแล้ว จึงชักชวนผู้อพยพจากในชุมชนกลับเข้าพื้นที่ แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะระดับน้ำลดลงเฉพาะช่วงใกล้สถานีสูบน้ำเท่านั้น

ในที่สุด สุทธิพร และเพื่อนบ้านที่เดินทางมาเจอกันต้องตกอยู่ในสภาพติดเกาะอีกครั้ง และต้องรอเดินทางออกในวันถัดไป

“ผมตัดสินใจกลับมาดูพ่อที่อยู่เฝ้าบ้านคนเดียว หลังได้ยินว่าน้ำลดแล้ว แต่สภาพจริงๆมันลดลงแค่ 12 เซนติเมตรเท่านั้น เพื่อนๆ กลับมาจากโคราชก็กลับมาเจอน้ำท่วมเหมือนเดิมดูสภาพแล้วกว่าจะแห้งคงไม่ต่ำกว่า 1 เดือน”

แสง ศรีอินทร์ ก็ตกเป็นเหยื่อสถานการณ์การประโคมตัวเลขน้ำลด ด้วยต้องเดินทางจากชลบุรี หลังหนีน้ำไป 2 สัปดาห์ แต่สภาพบ้านในชุมชนลาดปลาเค้า 72 ที่เห็น ระดับน้ำไม่ได้ลดลงมาก จึงต้องกลับไปอยู่ที่ชลบุรีอีกรอบ

อิศราเมศร์ คชานุกูลย์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร อธิบายว่า แม้ระดับน้ำในพื้นที่โดยรวมจะเริ่มลดลงแล้ว แต่ประชาชนยังไม่ควรกลับเข้าไปพักอาศัยในบ้าน เนื่องจากยังประเมินสถานการณ์ได้ยาก บางแห่งน้ำลดลงจริง แต่บางแห่งก็เพิ่มขึ้นหรือยังทรงตัว รวมทั้งยังมีปัญหาขยะและน้ำเน่าเสีย

อย่างไรก็ตาม สภาพโกลาหลที่เกิดขึ้นตลอดวันดูเหมือนไม่ได้เป็นภาระที่รัฐบาลและหน่วยงานใดแบกไปเป็นธุระ เพราะ กทม.ก็ได้จัดรถเมล์บริการเพิ่มอีก 170 คัน รับส่งประชาชนที่เดินทางกลับบ้านใน 21 เส้นทาง ขณะที่สถานการณ์น้ำโดยรวมในพื้นที่ กทม. อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานจัดการน้ำในพื้นที่วิกฤต ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ยังคงยืนยันว่า ภายใน 2 สัปดาห์ น้ำที่ท่วมขังอยู่บริเวณดอนเมือง หลักสี่ บางเขน ถนนวิภาวดีรังสิตไล่มาจนถึงแยกสุทธิสาร ซึ่งเป็นพื้นที่ กทม.ชั้นใน น่าจะระบายออกได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ เนื่องจาก กทม. สามารถระบายน้ำออกได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก และปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาเติมก็น้อยลง

“ส่วนหนึ่งก็มาจากถุงทรายขนาดใหญ่ หรือบิ๊กแบ็กที่วางอยู่ด้านเหนือของ กทม. แต่ก็อาจมีบางพื้นที่ซึ่งเป็นจุดต่ำในบริเวณดังกล่าวมีน้ำขังอยู่บ้างและอาจระบายออกยาก แต่ถนนสายหลักน่าจะสามารถใช้การได้ทั้งหมด และประชาชนในบริเวณดังกล่าวน่าจะกลับเข้าไปดูบ้านตัวเองได้แน่นอน”

อานนท์ ย้ำด้วยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำจากด้านเหนือและในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ไม่ได้ไหลเข้าเติมจนน้ำล้นออกมาเพิ่ม ขณะที่ฝั่งธนบุรีนั้นตรงกันข้าม เพราะกว่าระดับน้ำจะลดคงต้องรอถึงช่วงเดือน ธ.ค. น้ำถึงจะเริ่มลดบ้าง เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำค้างอยู่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก และช่องทางในการระบายออกมีไม่มากนัก

“โดยรวมแล้วสถานการณ์น้ำดีขึ้น คลองประเวศ คลองพระโขนงเริ่มมีน้ำมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าการผันน้ำได้ผล แต่ที่เป็นสัญญาณดีอย่างมาก เขตพญาไท คลองเตย สาทร ณ วันนี้น่าจะเสี่ยงน้อยมาก และมีโอกาสรอดมาก”

อานนท์ ระบุอีกว่า การแผ่กระจายตัวของน้ำในฝั่งตะวันตกที่ท่วมไปยังเขตจอมทองและบางขุนเทียน อาจไม่ต้องปิดถนนพระราม 2 แต่จะเร่งระบายลงพื้นที่แก้มลิง และจะพิจารณาเลือกถนนทำทางน้ำและกั้นน้ำไม่ให้ลงสมุทรสาคร โดยกระทรวงคมนาคมและตัวแทนจังหวัดกำลังพิจารณาเลือกถนน 23 สาย

สำหรับปัจจัยน้ำทะเลหนุนหลังวันที่ 1516 พ.ย. น้ำทะเลจะหนุนน้อยลง จนถึงวันที่ 22-23 พ.ย. จะหนุนอีกครั้ง และปลายเดือนซึ่งจะเป็นระลอกสุดท้าย เมื่อเข้าต้นเดือน ธ.ค. ก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ และเริ่มเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูได้

ขณะที่ กทม. ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนเพิ่มเติมในพื้นที่แขวงประเวศ เขตประเวศ และแขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง จำนวน 22 ชุมชน ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมอพยพ

ด้าน จ.สมุทรสาคร น้ำได้เข้าท่วมใน 2 อำเภอ 6 ตำบล ประกอบด้วย อ.กระทุ่มแบน ท่วมที่ ต.อ้อมน้อย สวนหลวง ท่าไม้ แคราย และเขตเทศบาลเมืองกระทุ่มแบน ส่วน อ.เมือง ท่วมที่ ต.บางน้ำจืด ระดับน้ำ 11.5 เมตร ต้องเร่งระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองภาษีเจริญออกสู่แม่น้ำท่าจีน

ขณะที่ การุณ โหสกุล สส.เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทยได้เข้าพบ พล.ต.อ.ประชาพรหมนอก ผู้อำนวยการ ศปภ. เพื่อยืนยันว่าไม่มีประชาชนที่อาศัยอยู่เหนือคันบิ๊กแบ็กรวมตัวกันรื้อบิ๊กแบ็กอีก เพราะสามารถทำความเข้าใจกับประชาชนที่จะล่ารายชื่อกันก่อนหน้านี้ได้แล้ว

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน