posttoday
ตร.ยังจม!5 สน.-2กองบังคับการย้ายหนีน้ำ

ตร.ยังจม!5 สน.-2กองบังคับการย้ายหนีน้ำ

09 พฤศจิกายน 2554

แม้น้ำท่วมจะทำให้โรงพักปิดทำการชั่วคราว แต่ภารกิจก็ยังไม่หยุดหย่อน เพราะประชาชนก็ลำบาก....

แม้น้ำท่วมจะทำให้โรงพักปิดทำการชั่วคราว แต่ภารกิจก็ยังไม่หยุดหย่อน เพราะประชาชนก็ลำบาก....

สถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเล่นงานเมืองหลวงอยู่ในขณะนี้ ทุกหน่วยงานต่างได้รับผลกกระทบกันถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้แต่ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ที่โรงพักซึ่งเป็นสถานที่ทำงานทั้งทำคดี กักขังผู้ต้องหา รับแจ้งความ เอกสารส่วนบุคคลและทางราชการต่างๆ แน่นอนว่าต้องได้รับความเสียหาย

จำนวน 88 สถานีตำรวจนครบาล มีถึง 44 สน.ที่อยู่ในเขตน้ำท่วมของพื้นที่ จากข้อมูลของพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสถานการณ์น้ำท่วม ระบุไว้ว่า ในจำนวนนี้มีอยู่ 13 สน.ที่น้ำเข้าท่วมสถานี แต่ยังคงเปิดให้บริการ คือ สน.บางยี่ขัน สน.ตลิ่งชัน สน.ธรรมศาลา สน.ศาลาแดง สน.บวรมงคล สน.ท่าพระ สน.บางเสาธง สน.หลักสอง สน.สายไหม สน.ทุ่งสองห้อง สน.ดอนเมือง สน.บางเขน และสน.หนองแขม

แต่ที่น่ากังวล และค่อนข้างลำบาก คือมีสถานที่ตำรวจอีก 7 แห่งที่ถูกน้ำท่วมไปเรียบร้อย และไม่สามารถเปิดทำงานและปฏิบัติหน้าที่ได้ พร้อมกับต้องย้ายกำลังพล และงานทุกอย่างออกจากพื้นที่ คือ 1.กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ต้องย้ายไปทำงานกันที่สน.สุทธิสาร 2.กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ต้องย้ายไปโรงพยาบาลศิริราช 3.สน.หนองค้างพลู ต้องย้ายไปตู้ยามปากซอยเพชร 110 4.สน.นิมิตรใหม่ ต้องย้ายไปอยู่ตู้ยามหน้าหมู่บ้าน KC ถ.นิมิตรใหม่ 5.สน.บางพลัด ที่ถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่ ต้องย้ายไปอยู่ตู้ยามแยกบางพลัด 6.สน.คู่ขนานลอยฟ้า ย้ายไปสมาคมสันนิบาตรเทศบาลฯ บริเวณถ.บรมราชชนนี ฝั่งขาเข้า และ 7.สน.วิภาวดี ต้องย้ายไปอยู่ตู้ยามแยกสุทธิสาร

ตร.ยังจม!5 สน.-2กองบังคับการย้ายหนีน้ำ

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ชี้แจงว่า ถึงแม้แต่ละสถานีตำรวจไม่ว่าจะเป็นในนครบาล หรือสถานีตำรวจภูธร ที่จำเป็นต้องย้ายสถานที่ปฏิบัติงาน แต่งานทุกอย่างก็ยังไม่หยุด ยังคงเดินหน้าทำตามปกติ เพียงแต่สถานที่อาจจะไม่ได้รับความสะดวก การทำคดี การสอบสวนคดีความต่างๆ หรือการจัดสายตรวจลงไปในพื้นที่ก็ยังคงดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ที่มีสภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ตำรวจก็ไม่ได้หยุดทำงาน ยังคงแบ่งงานแบ่งภารกิจออกไปทำงานเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม

“แต่การย้ายสถานีตำรวจ คงไม่เอากำลังพลมาทั้งหมดแน่นอน เพราะจะทำให้งานแออัดและไม่สะดวกต่อการปฏิบัติหน้าที่ เพียงแต่ว่าตำรวจนายใดเป็นเวรทำงานก็เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ที่ไม่ได้เป็นเวรก็ต้องออกไปดูแลประชาชนจัดสายตรวจต่างๆ เข้าไปในพื้นที่” พล.ต.ต.ปิยะ เล่า

ส่วนตำรวจที่ถูกน้ำท่วม อย่างเช่นที่สน.บางพลัด บริเวณแฟลตตำรวจที่เคยเป็นที่พักใช้หลับนอนพักผ่อนจากการทำงาน ก็ต้องถูกท่วม และถูกตัดขาดทั้งระบบไฟ และไม่สามารถสัญจรไปมาได้ หลายนายก็ต้องอพยพออกมากินอยู่หลับนอนกันภายนอก บ้างก็อยู่ภายในศูนย์ของศภจ.ตร.ส่วนหน้าที่ตั้งไว้ในแต่ละท้องที่ เพราะไปไหนไกลก็ไม่ได้ ต้องคอยปฏิบัติหน้าที่เป็นเวรสายตรวจอยู่เสมอ

พ.ต.อ.พุฒิพงศ์ ภู่เพียนเลิศ ผกก.สน.บางพลัด เล่าให้ฟังถึงชีวิตความเป็นอยู่ภายหลังสน.ถูกน้ำเข้ายึดสถานที่ทำงานว่า ตำรวจส่วนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในแฟลตตำรวจชั้นล่าง ก็ต้องย้ายมาอยู่ที่โรงพักบริเวณชั้นสอง เพราะชั้นหนึ่งอยู่กันไม่ได้แล้ว น้ำท่วมสูงถึงระดับอก ส่วนตำรวจอีกจำนวนหนึ่งก็ย้ายมากินนอนที่แยกบางพลัดซึ่งเปิดเป็นสน.ชั่วคราวที่ต้องย้ายมา และยังมีบางส่วนที่มีบ้านพักอาศัยอยู่รอบนอก แต่กลับไปก็ไม่ได้เพราะน้ำท่วม เช่นที่บางกรวย บางใหญ่ เป็นต้น ไปมาก็ลำบาก จึงต้องมาอยู่รวมกันที่นี่ แต่บางส่วนผมก็ไปเปิดโรงแรมให้นอนพักผ่อนกันเป็นการชั่วคราว

“ตำรวจที่ออกเวรก็จับกลุ่มทำข้าวปลาอาหาร หรือบางครั้งก็ได้รับอาหารจากทางบช.น.หรือสถานที่ราชการเอกชนต่างๆ ที่มาเปิดโรงครัวเพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนใกล้เคียงที่ลำบากเหมือนกันได้กินข้าวกินปลา พอจะมีแรงสู้กับน้ำและปัญหาอาชญากรรมที่ต้องเฝ้าระวังให้กับพี่น้องประชาชน”

“ถามว่าสู้มั้ย ตำรวจก็ต้องสู้อยู่แล้ว แต่มีบ้างที่หลายนายก็เริ่มท้อ เพราะบางพลัดน้ำก็ท่วมหนักเอาการ แต่โดยรวมกำลังใจยังดีอยู่ เพราะอย่างไรก็ต้องทำงานเพื่อประชาชนให้เต็มที่ ตัวตำรวจเองเป็นอยู่อย่างไรค่อยว่ากันทีหลัง” ผกก.สน.บางพลัด ฉายภาพให้เห็น

ถึงโรงพักจะต้องปิดทำการไปชั่วคราว แต่ภารกิจก็ยังไม่หยุดหย่อน เพราะประชาชนก็ลำบาก ตำรวจถึงแม้จะลำบาก แต่ก็ต้องอดทนทำงานเพื่อพิทักษ์ชีวิตและทรัพย์สินทั้งวันและคืน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI