posttoday
ยงยุทธค้านกิตติรัตน์นำเข้าน้ำดื่ม

ยงยุทธค้านกิตติรัตน์นำเข้าน้ำดื่ม

29 ตุลาคม 2554

ปริมาณสินค้าที่หายไปจากตลาดอย่างรวดเร็วจากวิกฤตน้ำท่วม เป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลคิดตกแล้วว่าจะทำอย่างไร

ปริมาณสินค้าที่หายไปจากตลาดอย่างรวดเร็วจากวิกฤตน้ำท่วม เป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลคิดตกแล้วว่าจะทำอย่างไร

โดย กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ จะเปิดให้นำเข้าสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ขาดแคลนจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งน้ำดื่มที่เป็นของหายากที่สุด

แต่เรื่องนี้ได้สร้างความขัดแย้งระหว่าง ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ผู้เป็นประธานคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย กับกิตติรัตน์ที่มีความเห็นต่างกันในเรื่องการนำเข้าน้ำดื่ม

ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนเมื่อวานนี้ ยงยุทธไม่เห็นด้วยที่กิตติรัตน์จะอนุญาตให้โมเดิร์นเทรดและผู้ประกอบการนำเข้าน้ำดื่มจากออสเตรเลีย เพราะผู้ประกอบการในต่างจังหวัดไม่ได้ถูกน้ำท่วม และยังผลิตน้ำดื่มได้อยู่และกระจายสินค้ามาในพื้นที่น้ำท่วมได้เอง

ยงยุทธค้านกิตติรัตน์นำเข้าน้ำดื่ม

ขณะที่สมาคมธุรกิจตู้น้ำหยอดเหรียญไทย ระบุว่า มีตู้น้ำหยอดเหรียญที่ไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและยังใช้งานได้อยู่ประมาณ 7,500 เครื่อง จากทั้งหมด 1.5 หมื่นเครื่อง ซึ่งหากนำตู้น้ำหยอดเหรียญไปติดตั้งในพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก จะช่วยลดปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มได้ โดยจะลดลงเหลือ 1 บาทต่อลิตร จาก 2 บาทต่อลิตร

สุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า คณะกรรมการมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการที่ดูแลเรื่องน้ำดื่มมี พระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน คณะอนุกรรมการดูแลเรื่องถุงยังชีพมี จำเริญ ยุติธรรมสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯ เป็นประธาน

คณะอนุกรรมการประเมินผลและติดตามการใช้จ่ายเงินกองทุนมี พันธุ์ชัย รัตนชัย ผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯ เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการบริหารจัดการครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์การช่วยเหลือมี วิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธาน

สุพัตรา กล่าวว่า คณะกรรมการอนุมัติหลักการในการจัดหาถุงยังชีพเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน 1 แสนถุง โดยใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยที่มีเงินเหลืออยู่ประมาณ 387 ล้านบาท ซึ่งถุงยังชีพจะมีสินค้าที่จำเป็นและรับประทานได้ทันที ไม่เน่าเสียง่าย เช่น นมกล่องและอาหารกระป๋องต่างๆ

กิตติรัตน์ กล่าวว่า ยอมรับว่าสินค้าไข่ไก่มีปัญหาแพงและขาดแคลน เนื่องจากน้ำท่วมทำให้แม่ไก่ตายไปจำนวนมาก เป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ จนกว่าจะเลี้ยงแม่ไก่รุ่นใหม่ออกมา จึงอยากแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคไข่ไก่ และหันไปบริโภคโปรตีนชนิดอื่นทดแทนก่อน เพราะบางพื้นที่ราคาไข่ไก่ขึ้นไปสูงถึงฟองละ 8 บาท จากปกติเฉลี่ยใบละ 4 บาท ถือเป็นราคาที่ไม่สมเหตุสมผล และรัฐบาลก็จะเข้าไปจัดการกับผู้ค้าที่ขายไข่ไก่สูงเกินความเหมาะสม ส่วนมาตรการอนุญาตนำเข้าไข่ไก่จากต่างประเทศนั้น เป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องปริมาณเท่านั้น ส่วนราคาไข่ไก่นำเข้าจะมีต้นทุนที่สูง เนื่องจากบวกค่าขนส่งและต้นทุนการผลิตไข่ที่แพงกว่าประเทศไทย

ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ทั้งข้าวสารบรรจุถุง เนื้อหมู เนื้อไก่ ผู้ผลิตยืนยันว่า มีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ไม่ขาดแคลนแน่นอน และราคาก็อยู่ในระดับเหมาะสม โดยเฉพาะเนื้อหมูที่ราคาลดลงต่ำกว่า กก.ละ 120 บาท

ยงยุทธค้านกิตติรัตน์นำเข้าน้ำดื่ม

ส่วนสินค้าน้ำดื่ม เชื่อว่าในเร็วๆ นี้ปัญหาจะคลี่คลาย หลังจากห้างค้าปลีกได้นำเข้าน้ำดื่มเข้ามาจำหน่ายในประเทศ ประกอบกับทางผู้ผลิตน้ำดื่มรายเล็กยืนยันที่จะผลิตน้ำดื่มออกมาป้อนตลาด แม้จะไม่ใช่ผู้ผลิตแบรนด์น้ำดื่มรายใหญ่ แต่ก็มีจำนวนมากพอในการผลิตน้ำดื่มลงไปกระจายยังพื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับปัญหาการกระจายสินค้านั้น ขณะนี้กระทรวงได้ตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่เพิ่มเติม นอกเหนือจากดอนเมือง คือพื้นที่ จ.ชลบุรี คาดว่าจะเริ่มกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัยได้ภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้

ยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาเพิ่มศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่งที่ จ.ชลบุรี คือ บ่อวินและสัตหีบ ส่วนภาคกลางตอนบนตั้งที่ จ.พิษณุโลก และภาคอีสานที่ จ.นครราชสีมา เพื่อช่วยกระจายสินค้าให้กับภาคเอกชนเพิ่มเติมจากของเดิมที่ดอนเมือง ส่วนการแก้ปัญหาน้ำดื่มคาดว่าจะคลี่คลายภายใน 12 วันนี้ เพราะได้เร่งแก้ไขหลายแนวทางประกอบกัน ตั้งแต่ประสานไปยังผู้ประกอบการน้ำดื่มขนาดเล็กทั่วประเทศกว่า 1,000 ราย ให้เร่งเพิ่มกำลังการผลิตทดแทน โรงงานขนาดใหญ่ที่ถูกน้ำท่วม

นอกจากนี้ จะติดตั้งเครื่องผลิตน้ำดื่มที่ได้รับบริจาคจากประเทศจีน 150 ตู้ ช่วยผลิตเพิ่มตามแหล่งชุมชนควบคู่กับเพิ่มตู้หยอดเหรียญน้ำดื่มอีก 7,500 ตู้-1 หมื่นตู้ ให้ประชาชนใช้บริการรองน้ำได้เพิ่มขึ้น ส่วนในศูนย์การค้าก็จะมีการนำเข้าน้ำดื่มเข้ามาจากต่างประเทศเข้ามาขายเพิ่มเติมอีกทางหนึ่งด้วย

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะไข่ไก่ที่ปรับราคาสูงขึ้นทุกขนาด โดยเฉพาะไข่ไก่เบอร์ 2 ซึ่งเป็นไข่ที่ประชาชนส่วนใหญ่นิยมซื้อไปรับประทาน ที่ปรับราคาจากปกติ 110-115 บาท เป็นแผง (30ฟอง) ละ 180-200 บาท หรือขายปลีกฟองละ 68 บาท ซึ่งมีราคาสูงกว่าทุกๆ รัฐบาลที่ผ่านมา

ด้านความเคลื่อนไหวสินค้าเกษตรตลาดค้าส่งรายใหญ่ เช่น ตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี บรรดาพ่อค้าแม่ค้ายังคงมีพืชผักผลไม้ และสินค้าอุปโภคบริโภค จำหน่ายปกติให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เนื่องจากภายในตลาดยังไม่ถูกน้ำท่วม ยกเว้นเส้นทางเข้าด้านหลังตลาดไทน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร โดยอาคารขายสินค้าร้านโชห่วย ตลาดต้นไม้ และตลาดปลา ถูกน้ำท่วมทั้งหมด

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน