
บช.น.สรุป3แผนกันเหตุร้ายช่วงน้ำท่วม
บช.น.ประชุมป้องกันอาชญากรรมช่วงน้ำท่วม เตรียมใช้ 3 เเผนรับมือ
บช.น.ประชุมป้องกันอาชญากรรมช่วงน้ำท่วม เตรียมใช้ 3 เเผนรับมือ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ตุลาคม ที่ห้องประชุมกองบังคับการอำนวยการ (บก.อก.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รอง ผบช.น. ซึ่ง พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รรท. ผบช.น. มีคำสั่งให้ดูแลงานด้านการป้องกันปราบปรามตลอดจนดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงวิกฤติน้ำท่วม ร่วมกับรองผู้บังคับการดูแลงานป้องกันปราบปราม ร่วมประชุมเพื่อหามาตรการป้องกันเหตุร้ายในช่วงน้ำท่วม
ต่อมาเวลา 12.30 น. พล.ต.ต.อำนวย แถลงว่า จากการประชุมช่วงเช้าที่ผ่านมา มีข้อสรุปในการป้องกันเหตุร้ายในห้วงเวลาที่น้ำท่วม 3 ข้อ คือ 1.กรณีผู้นำรถยนต์ไปจอดตามจุดต่างๆนั้น หากเป็นในส่วนของเอกชน อาทิ คอนโด หอพัก ห้าง ก็ขอความร่วมมือให้ใช้ความเข็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด แต่หากเป็นการจอดตามสะพานข้ามแยก ทางด่วน หรือถนนต่างๆนั้น ก็ให้กำลังตำรวจพื้นที่ สายตรวจ 191 และตำรวจนอกเครื่องแบบไปช่วยตรวจสอบ กรณีที่นำรถไปจอดนอกบ้านอย่านำของมีค่าไว้ในรถ ให้นำไปฝากธนาคารหรือบ้านญาติสนิทที่ไว้ใจได้ รวมถึงให้ติดเบอร์โทรศัพท์ไว้ในรถด้วยกรณีฉุกเฉิน
พล.ต.ต.อำนวยกล่าวอีกว่า ข้อ2.กรณีที่ประชาชนต้องทิ้งบ้านพัก มีข้อควรปฏิบัติในการป้องกันอาชญากรรมและเหตุร้าย 8 ข้อ คือ 1.ตรวจอุปกรณ์ไฟฟ้า ตัดกระแสไฟฟ้า 2.ตรวจสอบความแน่นหนาของประตู หน้าต่าง 3.เตรียมอุปกรณ์สื่อสารไว้ให้พร้อม 4.ย้ายสิ่งของไว้ในที่ที่เหมาะสม 5.เตรียมสำรองอาหาร น้ำ ยารักษาโรค 6.เก็บทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัย 7.แสวงหาความร่วมมือจากเพื่อนบ้าน และ8.ควรนำทรัพย์สินไปฝากไว้ในที่ปลอดภัย เช่น ธนาคาร บ้านญาติ ไม่ควรนำติดตัวไปมาก
“ข้อ 3.กรณีมิจฉาชีพ ผู้ไม่ประสงค์ดีในห้วงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนและฉวยโอกาสลักทรัพย์สิน ถือว่าเป็นภัยซ้ำซ้อน มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรค 2 ผู้ใดลักทรัพย์ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือ ในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ เหตุทุกขภัยแก่รถไฟ หรือยานพาหนะอื่นที่ประชาชน โดยสาร หรือภัยพิบัติอื่นทำนองเดียวกันหรืออาศัยโอกาสที่มีเหตุเช่นว่านั้น หรือ อาศัยโอกาสที่ประชาชนกำลังตื่นกลัวภยันตรายใด ๆ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี จากปกติมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ถือว่าเพิ่มขึ้น เรื่องนี้แค่คิดก็ผิดแล้วเพราะคนกำลังเดือดร้อน ทำแบบนี้ไม่น่าเรียกว่าเป็นมนุษย์” รอง ผบช.น.กล่าว







