
สธ.สั่งสำรองเตียงด่วน...ย้ายผู้ป่วยหนักจากกทม.แล้วพันราย
วิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.สาธารณสุข และ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.สาธารณสุข และ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ได้ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการจัดระบบบริการทางการแพทย์ในพื้นที่น้ำท่วม 3 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ปทุมธานี และนนทบุรี โดยให้ทุกจังหวัดสำรองกำลังเจ้าหน้าที่และตรวจสอบสถานบริการสาธารณสุขที่น้ำลดแล้ว เพื่อเตรียมรองรับผู้ป่วยที่จะย้ายไปจากโรงพยาบาลส่วนกลาง ทั้งโรงพยาบาลสังกัด กทม. เอกชน กองทัพ ตำรวจ มหาวิทยาลัย และกรมการแพทย์
สำหรับการวางแผนย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ไปโรงพยาบาลในภูมิภาคจะเน้นกลุ่มผู้ป่วยหนักที่อาการคงที่ก่อน โดยเริ่มย้ายไปจังหวัดในปริมณฑล ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ถัดไปจะย้ายไปโรงพยาบาลอ่างทอง ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี จึงให้โรงพยาบาลที่จะรองรับเลื่อนนัดผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงและสามารถรอได้ออกไปก่อน ขอความร่วมมือกับญาติและผู้ป่วยที่อาการปลอดภัยแล้วไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลชุมชน เพื่อสำรองเตียงให้ผู้ป่วยหนักจากกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ ให้ผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานตามแผน 6 ข้อ เพื่อรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ ดังนี้ 1.เตรียมป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ทุกสังกัด 2.ติดตามการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนักที่อาการคงที่ออกต่างจังหวัด 3.จัดทีมเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพเคลื่อนที่ตามจุดพักพิงและโรงพยาบาลสนาม 4.ส่ง อสม.ปฏิบัติงานในศูนย์พักพิงและโรงพยาบาลสนามทุกแห่ง 5.สำรวจสถานที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จะถูกน้ำท่วม และ 6.ตรวจสอบระบบการสื่อสาร ยานพาหนะให้พร้อมใช้งาน สนับสนุนทั้งยา เวชภัณฑ์ ออกซิเจน อาหารและน้ำแก่โรงพยาบาล
นอกจากนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และองค์การเภสัชกรรม สำรวจโรงงานผลิตยาและเวชภัณฑ์ที่ถูกน้ำท่วมและรายการที่ผลิตเพื่อจัดทำแผนสำรองยาและเวชภัณฑ์ อาหาร กรณีจำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
อย่างไรก็ตาม ศูนย์บูรณาการประสานการปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉินตอบโต้ภัยพิบัติแห่งชาติ (ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินดอนเมือง 84) ภายใต้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้ทยอยย้ายผู้ป่วยไปโรงพยาบาลต่างจังหวัดแล้วกว่า 1,000 ราย เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา โรงพยาบาลที่ต้องการย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ 08-5259-1669 และ 08-7500-1669 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสายด่วน 1669
นพ.ประจักษวิช เล็บนาค รองเลขาธิการ สพฉ. เปิดเผยว่า หากถึงภาวะวิกฤตอาจเกิดความโกลาหลจากคนไข้ ญาติคนไข้ บุคคลภายนอก หรือแม้แต่บุคลากรในโรงพยาบาลที่ต้องการออกจากพื้นที่ คนอยู่ข้างนอกที่ต้องการเข้าไปหลบในโรงพยาบาล ซึ่งสภาพทั่วไปของโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ มีคนไข้หนัก คนไข้เฉพาะทาง หรือคนไข้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจำนวนมาก แทบจะเรียกได้ว่าครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ ฉะนั้นจึงต้องเร่งเคลื่อนย้าย เนื่องจากหากน้ำท่วมแล้วจะไม่สามารถเคลื่อนย้ายคนไข้ได้ทุกคน เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และสถานที่อยู่ในสภาวะจำกัด







