
ระเบิดถนน..ระบายน้ำ ทางเลือกสุดท้ายก่อนถล่มกรุง
วิกฤตน้ำหลากตึงเครียดขึ้นทุกขณะ แผนผันน้ำเลี่ยงกรุงของรัฐบาล ซึ่งเคยหวังว่าน้ำจะไหลลงคลองชลประทานสายต่างๆ
วิกฤตน้ำหลากตึงเครียดขึ้นทุกขณะ แผนผันน้ำเลี่ยงกรุงของรัฐบาล ซึ่งเคยหวังว่าน้ำจะไหลลงคลองชลประทานสายต่างๆ
ที่ขุดลอกเตรียมไว้ ล้มเหลวโดยยังไม่รู้สาเหตุ ด้านเหนือน้ำทะลักจากคลองรังสิต ทลายคันกั้นน้ำที่หมู่บ้านเมืองเอก อีกจุดหนึ่งคันกั้นน้ำบริเวณจุดกลับรถถนนพหลโยธินใต้สะพานข้ามคลองรังสิตแตก กระแสน้ำไหลเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ มาตั้งแต่ 3 วันก่อน ท่วมพื้นที่เขตดอนเมืองทั้งหมด
สัญญาณอันตรายที่ตามมา คือ มวลน้ำกว่า 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ไหลเข้ามาสมทบ และภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจนอาจจะล้นแนวคันกั้นน้ำ
ปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า หากว่าน้ำในพื้นที่ฝั่งเจ้าพระยาตะวันออกที่บ่ามาจากทุ่งรังสิตมีปริมาณมาก ก็จำเป็นที่จะต้องมีการขุดเจาะถนนในบริเวณต่างๆ เพื่อให้น้ำไหลผ่านไปออกทะเลได้เร็วที่สุด โดยผู้ใหญ่ในรัฐบาลก็จะต้องให้การสนับสนุนกันให้ครบวงจร ทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ และกระทรวงคมนาคมที่จะต้องเอาสะพานแบริงมาติดตั้งเพื่อให้สามารถสัญจรได้ ซึ่งหลักในการขุดเจาะจะต้องระมัดระวังว่าบริเวณที่ขุดจะต้องไม่มีบ้านเรือนประชาชน เพราะแรงน้ำที่ไหลบ่าจะเสียหายได้
ปราโมทย์ เปิดเผยว่า ในขณะที่ฝั่งตะวันตกนั้นเป็นพื้นที่แบน ทำให้การระบายน้ำผ่านคลองทำได้ไม่มาก และจะเกิดปัญหาได้หากว่าน้ำจากคลองทวีวัฒนาตีกลับไปยังพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในฝั่งธนบุรี ซึ่งในฝั่งนี้การจะขุดเจาะถนนในฝั่งนี้ต้องระวังให้มาก โดยเฉพาะถนนพระราม 2 ไม่ควรจะไปยุ่งเด็ดขาด เพราะต้องระวังในเรื่องน้ำทะเลหนุนด้วย
“ในเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันในฝ่ายปฏิบัติแล้ว เจอท่านธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ ท่านก็รับทราบแล้วว่าถ้าน้ำมากจำเป็นต้องตัดถนนก็ต้องตัด แต่กำลังดูว่าเส้นไหนเหมาะสมที่สุด” ปราโมทย์ กล่าว
ด้าน สุทัศน์ วีสกุล คณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง เห็นว่าการระเบิดถนนเปิดทางให้น้ำไหลอาจทำให้การระบายน้ำเป็นไปเร็วขึ้น ซึ่งหากจะให้ได้ผลดีต้องให้กรมทางหลวงเป็นผู้ตัดสินใจว่าน้ำไหลมาถึงพื้นที่ไหน และติดแนวกั้นอะไรที่ทำให้ไม่ไหลไปต่อ และระดับน้ำสูงขึ้น การระเบิดถนนเปิดทางน้ำจึงจะเกิดประโยชน์ที่สุด
สุทัศน์ เห็นว่าแนวทางการแก้ปัญหาขณะนี้ควรจะหาทางระบายน้ำออกทางทุ่งตะวันออกให้มากที่สุด โดยกรมชลประทานและกรมทางหลวงได้ร่วมกันสำรวจพื้นที่เพื่อหาสาเหตุที่น้ำไม่ไหลลงคูคลองชลประทานตามที่วางแผนไว้ตั้งแต่แรก เพราะถึงแม้ว่าจะระเบิดถนนเจาะทางให้น้ำไหลก็ไม่ได้หมายความว่าน้ำจะลดระดับฮวบฮาบลงในทันทีทันใด
“การระเบิดถนนเปิดทางให้น้ำไหลจะได้ผลดีหากว่ามีทางให้น้ำในทุ่งไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้ แต่ปัญหาในขณะนี้คือระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าน้ำที่ท่วมอยู่ในทุ่ง น้ำจึงไม่มีทางไหลลงแม่น้ำ มีแต่จะไหลลงพื้นที่ลุ่มต่ำ”
สุทัศน์ เห็นว่าแม่น้ำเจ้าพระยายังระบายไม่ได้ เพราะภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ขณะนี้แนวทางที่กำลังหาทางแก้ไขกันอยู่ก็คือ ลงพื้นที่ไล่ดูคลองในระบบชลประทานว่ามีปัญหา สาเหตุอะไรที่ทำให้น้ำไม่ไหลลงคลองเหล่านี้
แหล่งข่าวในศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ศปภ. กำลังจะดำเนินการหาทางตัดถนนบางเส้นเพื่อลดปริมาณน้ำในคลองรังสิตและคลองระพีพัฒน์แยกตก
“จะต้องตัดถนนกี่เส้นนั้น จะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าเมื่อตัดถนนแล้วน้ำบ่าไปเส้นทางใดบ้าง เพื่อเปิดทางให้น้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา เหนือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กลับไปลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นถนนบางพูน จ.ปทุมธานี เป็นจุดแรก” สุทัศน์ กล่าว
สำหรับการแก้ปัญหาช่วงน้ำทะเลหนุนสูง กรมชลประทานจะลดการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ลงเหลือ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที และปิดประตูเขื่อนพระรามหก รวมทั้งลดประตูน้ำเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำให้น้อยลงจนกว่าจะพ้นช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูง เนื่องจากขณะนี้ประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ทำงานหนักมาก และอยู่ในภาวะวิกฤต
“เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าคลองประปา บ่าเข้าใจกลาง กทม. หากทำช้ากว่านี้จะยิ่งแก้ไขอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะความเสี่ยงของการพังของประตูน้ำจุฬาฯ และคลองหกวาจะรับไม่ได้ ปริมาณน้ำจากทุ่งรังสิตคาดว่าประมาณ 300 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน จะทะลักเข้า กทม.ชั้นใน ทำให้ปริมาณน้ำใน กทม.สูงประมาณ 10-20 เซนติเมตร สะสมทุกวัน หากในช่วงนั้นระบายไม่ได้ หรือคันกั้นน้ำพัง อาจจะท่วมครึ่งเอวทั้ง กทม.”







