posttoday
งานหนักลากเศรษฐกิจพ้นน้ำ

งานหนักลากเศรษฐกิจพ้นน้ำ

26 ตุลาคม 2554

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า วิกฤตน้ำท่วมคุมไม่อยู่ จากบ้านเรือน ถึงนิคมอุตสาหกรรม และจ่อคิวเมืองหลวงกรุงเทพฯ

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า วิกฤตน้ำท่วมคุมไม่อยู่ จากบ้านเรือน ถึงนิคมอุตสาหกรรม และจ่อคิวเมืองหลวงกรุงเทพฯ

โดย...ทีมข่าวการเงิน

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า วิกฤตน้ำท่วมคุมไม่อยู่ จากบ้านเรือน ถึงนิคมอุตสาหกรรม และจ่อคิวเมืองหลวงกรุงเทพฯ ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ แม้ว่าจะยังตีเป็นมูลค่าที่แน่นอนไม่ได้ แต่หลายฝ่ายฟันธงความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจและทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท

หากน้ำท่วมกรุงเทพฯ จมเหมือนหลายจังหวัดที่ผ่านมา เห็นท่าเศรษฐกิจไตรมาส 4 จะติดลบดิ่งลงเหวเลยทีเดียว

เศรษฐกิจอาจจะโคม่ายาวไปถึงไตรมาสแรก ปี 2555 หากรัฐบาลไม่รีบกู้สถานการณ์ให้กรุงเทพฯ พ้นจากวิกฤตน้ำท่วม และมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมออกมาแบบผิดฝาผิดตัว

อย่างไรก็ตาม ที่แน่ๆ หลายสำนักมั่นใจเกินพันเปอร์เซ็นต์ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ หักกลบลบหนี้แล้วโตเหลือแค่ 23% เท่านั้น จากปัญหาน้ำท่วมและเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกของไทยหดตัว

ล่าสุด “มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส” ไม่ลังเลใจ ประเมินว่า เศรษฐกิจจมน้ำทำให้การขยายตัวหายไป 2% ทำให้ทั้งปีขยายตัวได้ 2.8% เท่านั้น

งานหนักลากเศรษฐกิจพ้นน้ำ

 

ถือว่าการประเมินเศรษฐกิจไทยรุนแรงที่สุดเมื่อเทียบกับหลายสำนักทางเศรษฐกิจที่ออกมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง ประเมินว่าน้ำท่วมทำเศรษฐกิจลด 0.6%

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่า น้ำท่วมทำเศรษฐกิจสะเทือนหายไปกับน้ำ 1% กว่า

จะว่าไปแล้ว การประเมินของมูดี้ส์ไม่ได้ถือว่าเกินเลย เพราะหากดูตัวเลขการขยายตัวได้ทั้งปี 2.8% ก็น่าจะเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงของ ธปท. ที่จะประกาศออกมา

ภาพรวมของเศรษฐกิจปีนี้ อาจมองได้ว่า ทุกฝ่ายยอมยกธงขาวไปแล้ว เพราะตอนนี้ภารกิจสำคัญคือการแก้ปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าไปก่อน ที่ยังมีหลายจุด เฉพาะเมืองหลวงหัวใจของเศรษฐกิจที่กำลังวิกฤตจมอยู่ใต้บาดาล

สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจน่าจะถูกยกยอดทบต้นไปเริ่มกันใหม่ปีหน้าจนกว่าวิกฤตน้ำจะคลี่คลาย

อย่างไรก็ตาม ยังมีความลังเลใจว่าเศรษฐกิจปีหน้า 2555 จะเป็นฟ้าหลังฝนที่สดใส หรือยังเป็นเมืองช้ำในติดเชื้อหลังน้ำท่วม ยังไม่แข็งแรงมีโรคต่างๆ นานารุมเร้า เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัว

บริษัท มูดี้ส์ มองว่า เศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้เต็มที่ระดับ 4% ก็ต้องรอไปถึงปี 2556 เลยทีเดียว ข้ามช็อตเศรษฐกิจไทยปีหน้า เป็นนัยว่าการขยายตัวยังไม่น่าจะฟื้นตัวได้เต็มที่

สวนทางกับ ธปท. ที่มองว่า เศรษฐกิจปีหน้าน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ 4% ส่วนหนึ่งจากการที่รัฐบาลออกมาตรการต่างๆ นานา ทั้งด้านการคลังและการเงิน กระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่

เมื่อพิจารณามาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลเดินหน้าผุดออกมาชุบเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นล่าสุดคณะรัฐมนตรีเห็นชอบวงเงินสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการนักลงทุน ประชาชน 3.2 แสนล้านบาท เพื่อซ่อมแซมโรงงาน สร้างอาชีพและรายได้ อาจจะทำให้เศรษฐกิจกลับมาดีกว่าก่อนน้ำท่วม

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบกู้เงินทำงบประมาณขาดดุล ปี 2555 เพิ่มขึ้นจาก 3.5 แสนล้านบาท เป็น 4 แสนล้านบาท ผสมกับแผนการออก พ.ร.ก.กู้เงินพัฒนาระบบน้ำไม่ต่ำกว่าอีก 4 แสนล้านบาท เชื่อว่าจะเป็นการโด๊ปเศรษฐกิจชุดใหญ่

ขณะที่ ธปท. ก็เดินหน้ามาตรการทางการเงินมาสนับสนุน ที่เห็นชอบไม่ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายคงไว้ที่ 3.5% เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่โดนพิษน้ำท่วมและวิกฤตเศรษฐกิจโลก และยังมีการจับมือกับธนาคารกลางญี่ปุ่นเสริมสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงิน

รัฐบาลยังเชื่อมั่นว่า นโยบายประชานิยมลดแลกแจกแถมที่ออกไปก่อนหน้านี้ และถูกโจมตีอย่างมาก จะเป็นตัวช่วยเศรษฐกิจปี 2555 ได้ไม่น้อย ทั้ง มาตรการจำนำข้าว รถคันแรก บ้านหลังแรก ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1.5 หมื่นบาท ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท และลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 23% ในปีหน้า และ 20% ในปี 2556

การจัดหนักทุกสรรพกำลังทุกด้าน ทำให้รัฐบาลเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจโตได้ไม่น้อยกว่า 4% เรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่ขวัญกระเจิงกลับมาได้ไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม การถมมาตรการชนิดจัดหนัก ชุบชีวิตให้เศรษฐกิจพ้นโคม่าจมน้ำก็น่าเป็นห่วง เพราะส่วนใหญ่เป็นเงินกู้จำนวนมหาศาล จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเศรษฐกิจโตไม่ได้อย่างที่คิด อาจทำให้เศรษฐกิจที่จะโผล่พ้นน้ำกลายเป็นว่าจมน้ำลงไปลึกกว่าเดิม

นอกจากนี้ แผนการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับความเสียหายยังไม่ชัดเจน ทำให้นักลงทุนเริ่มหมดความอดทนกับการบริหารวิกฤตของรัฐ เป็นอีกปัจจัยที่จะสั่นสะเทือนเศรษฐกิจปีหน้า

หากน้ำลดช้าแล้วมาตรการฟื้นฟูยังสุกๆ ดิบๆ จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมไม่ฟื้น และอาจเลวร้ายถึงขั้นหนีไปลงทุนที่อื่น กระทบกับเศรษฐกิจทั้งปีนี้และระยะยาว

ทำให้ตอนนี้ทุกสายตา ตั้งแต่ลากหญ้าถึงนักลงทุนต่างชาติจับตาไปที่การบริหารวิกฤตของรัฐบาลทุกคู่ว่าจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหนที่จะหยุดวิกฤตน้ำท่วม ที่ถึงวันนี้ยังรุนแรงเพิ่มขึ้นและกินวงกว้างตลอดเวลา

ดังนั้น หากการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมรัฐบาลยังบริหารย้ำอยู่กับที่เหมือนในขณะนี้ เชื่อว่าเศรษฐกิจปี 2555 จะดึงลงใต้บาดาล ฉุดอย่างไรก็ฉุดไม่ขึ้น

เมื่อถึงเวลานั้นเห็นทีจะประกาศภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ ใช้มาตรการอะไร ยาดีขนาดไหน ก็เห็นทีเศรษฐกิจไทยจะไม่พ้นจากโคม่าอย่างแน่นอน  

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI